cherry's profileSuper Junior05PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    May 29

    [TRANS] hyuk&teuk on KTR 090501 – 090514


    090508 – 090514

    1. พวกเราเป็นลูกชายที่น่ารัก!
    Leeteuk: วันนี้เป็นวันผู้ปกครอง, Eunhyuk,ช่วงนี้นายให้เงินหรือของขวัญกับพ่อแม่บ้างรึป่าว?
    Eunhyuk: เฮ้อ….. ช่วงนี้ผมไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ เมื่อปีที่แล้วผมยังส่งของขวัญไปให้ แต่ปีนี้ผมไม่ได้ส่งอะไรไปเลย.....แล้วพี่ล่ะ?
    Leeteuk: ฉันให้เงินพวกเค้าเสมอ,ฉันโอนมันเข้าบัญชีของแม่, แล้วแม่ก็เห็นมัน. แม่ครับ, แม่ฟังรายการอยู่ใช่รึป่าว? อิอิอิ. Eunhyuk, นายโทรไปหาพ่อแม่บ้างรึป่าว?
    Eunhyuk: แน่นอน,ระยะนี้ผมโทรหาพวกเค้าบ่อยๆ. แม่ของผมตกใจกับบางอย่าง. เมื่อก่อนผมแค่พูดว่า แล้วผมจะโทรหาบ่อยๆ, แต่ตอนนี้ผมอยากที่จะทำอย่างนั้นจริงๆ.
    Leeteuk: เป็นลูกชายที่น่ารักจริงๆ.
    Eunhyuk: เฮ้, นี่ต้องเรียกว่าลูกกตัญญู. บางครั้งที่ผมโทรหาแม่, เธอก็ตกใจ “โอ้ ลูก!คิดยังไงถึงโทรมา?”
    Leeteuk:สองสามวันก่อน,ช่างทำผมของเราถามฉันว่าใกล้ถึงวันผู้ปกครองแล้วนะ, นายคิดว่าจะให้อะไรพวกเค้า?” ผมกำลังสะลึมสะลือ,แล้วพูดว่า “ผมก็ตั้งใจทำงานหาเงินไม่ใช่เหรอ……”
    เค้าบอกว่า “นั่นถือว่าเป็นของขวัญไม่ได้หรอก.”
    ผมตอบกลับไปว่า “ไม่เป็นไรหรอก มันก็คล้ายๆ กันนันแหล่ะ……”
    Eunhyuk: เฮ้อ…..อย่างน้อยเราก็น่าจะส่งดอกคาร์เนชั่นไปซักช่อนึง
    Leeteuk: พวกเรายุ่งมาก, พวกเราไม่มีเวลาเลย
    Eunhyuk: ไม่สามารถจะทำอะไรแบบนี้ได้, ผมรู้สึกไม่สบายใจ, ดังนั้นผมจะส่งไปให้เค้า……


    2. แนวของ MV ที่กำลังจะออก
    Leeteuk: Eunhyuk นายเคยไปเที่ยวผับมั้ย?
    Eunhyuk:ผมไม่เึคยไปมาก่อน.
    Leeteuk: ฉันเคยไปครั้งนึง. เมื่อเร็วๆนี้ ผมมีโฆษณาตัวนึงที่โปรโมทประเทศเกาหลี ธีมของมันคือ "ราชาแห่งผับ
    Eunhyuk: พวกเรารับผิดชอบหน้าที่เป็นตัวหลัก.
    Leeteuk: พวกเราเช่าผับ,เราเต้น Sorry Sorry อยู่ 6ชั่วโมง
    Eunhyuk:เยี่ยมเลย, ผมจะไม่ตกใจเลยถ้าพี่ป่วยจากการเต้นแบบนั้น.
    Leeteuk: ไม่ต้องห่วง , มันคือผับบาร์ทั่วไป, ฉันคิดว่าฉันเคยไปที่แบบนั่นมาก่อน, เพราะฉันคิดว่าผู้ชายอย่างน้อยก็็ต้องเคยไปซักครั้ง.
    Eunhyuk: อย่ามาแก้ตัว, พี่ไปเพราะอยากได้ประสบการณ์, หรือไปเพราะอยากไปกันแน่?
    Leeteuk: …..ยังไงก็เถอะ หลังจากไปที่นั่นแล้ว,ฉันพบว่าที่แบบนั้นมันไม่เหมาะกับฉันเลย, ฉันชอบดนตรีเบาๆ ไม่ใช่เพลงที่น่าปวดหูแบบนี้…….


    3. พวกเค้าฝึกกล้ามเนื้อ?
    ผู้ฟัง: ปีที่แล้วพี่บอกว่าพวกเค้าจะฝึกกล้ามเนื้อเพื่อแสดงให้พวกเราเห็น ตอนนี้พี่หยุดฝึกรึยัง?
    Leeteuk: ทำไมดูถูกพวกเราอย่างงั้นล่ะ.
    Eunhyuk: จริง ๆแล้ว เพราะว่าการเต้นเราเลยหยุดออกกำลังกายชั่วคราว, แต่ระยะนี้เราเริ่มมัน…… อีกครั้ง……
    Leeteuk: ทุกๆคน,รอหน่อยนะครับ, ประมาณเดือนสิงหาคมจะได้เห็นคุณ Bruce Lee ของเรา ,ฉันทำไปแล้ว 60% ณ ตอนนี้.
    Eunhyuk:ของพี่มันเล็กมาก, มัน 60% เหรอ?ผมบอกไม่ได้จริงๆ.
    Leeteuk: ตอนนี้มันเพิ่มขึ้นเยอะแล้ว, ฉันอยากจะโชว์ให้ทุกคนเห็นนะแต่จะดีกว่าถ้าเก็บไว้เป็นความลับ ฮิฮิฮิ



    4. ฝันที่อยากเป็นมหาเศรษฐีของ Leeteuk
    Leeteuk: นายรู้มั้ยตอนเด็ก ๆ ฉันฝันอยากเป็นอะไร?
    Eunhyuk: เอิ่มมม…… ประธานาธิบดี?
    Leetuk: ไม่ใช่ประธานาธิบดี, แต่ฉันอยากเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวย….. เรื่องจริงๆนะ ฉันหวังจะเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวยจริงๆ
    Eunhyuk: พี่ฝันแบบนี้ก่อนที่พี่จะเกิดงั้นเหรอ?
    Leeteuk: การที่เกิดในครอบครัวที่ร่ำรวยแล้วฉันอยากสนุกกับการเล่นดนตรี, ดังนั้นฉันจึงหนีออกจากบ้าน……
    Eunhyuk: แล้วครอบครัวของพี่ก็คัดค้าน……
    Leeteuk: ครอบครัวของฉันคัดค้าน, บอกว่าฉันต้องทำให้บริษัทประสบความสำเร็จ. แต่ฉันก็อธิบายต่อไปว่าฉันอยากเล่นดนตรี, จากนั้นเลขาฯก็เดินเข้ามาแล้วพูดว่า “เจ้านายครับ, คุณควรจะกลับบ้านไปพักผ่อน……”
    อิอิ, ฉันจินตนาการถึงเหตุการณ์แบบนี้.
    Eunhyuk: พี่ล้อเล่นรึป่าว, หรือทุกอย่างเป็นความจริง?
    Leeteuk: มันเป็นเรื่องจริง.
    Eunhyuk: ผมฝันอยากเป็นนักฟุตบอล. ตอนที่เรียนชั้นประถมโค๊ชฟุตบอลเลือกผมเป็นการส่วนตัว ผมเล่นอยู่ประมาณปีนึง……. อ่า, ไมใช่ปีนึง,มันแค่สองเดือน. ช่วงนั้นครอบครัวของผมโดนปัญหาเศรษฐกิจไม่ค่อยดี ดังนั้นพวกเค้าจึงห้ามผมไม่ให้เล่นฟุตบอลต่อ.โค๊ดก็บอกว่าผมไม่ต้องจ่ายค่า ธรรมเนียมชั่วคราวและอนุญาตให้ผมเล่นต่อไป แล้วผมก็เล่นตอมาอีกสองเดือน ผมรู้สึกว่ามันไม่ได้อะไร, ดังนั้นผมจึงลาออก. ถ้าผมไม่ยอมแพ้ตอนนั้น, ผมอาจจะได้วิ่งอยู่ข้างๆ Park Ji Sung ที่สนามในอังกฤษก็ได้……
    Leeteuk: นายไม่น่าลาออกเลย, ที่ ๆนายนั่งอยู่ตอนนี้ไม่เหมาะกับนายเลย…..
    Eunhyuk: แต่ตอนนี้ผมมีความสุขมาก, เป็นนักร้องเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผล.



    5. ทงเฮทอดทิ้งอึนฮยอก
    Leeteuk: เร็วๆนี้,มีบางคนที่ทำให้เห็นข้อบกพร่องของฉัน.
    Eunhyuk: ใครกัน?
    Leeteuk: ทงเฮ,ปกติแล้วทุก ๆวันหลังจากจบรายการ, พวกเราจะไปออกกำลังกายกัน.
    ฉันพูดว่า “นายอย่าออกกำลังกายแบบนี้เลย, นี่จะทำให้นายเหนื่อยมากนะ.”
    เขาบอกว่า “ฮยอง! มันก็แค่ออกกำลังกาย”
    หลังจากนั้น, เราไปที่โรงยิมเพื่อใช้เครื่องออกกำลังกาย. ฉันทำเสร็จไปเซ็ทนึงแล้วก็พัก โค๊ชบอกว่า “ทึก! นี่แค่เริ่มต้นนะ!” ข้างๆผม ทงเฮเล่นอยู่อย่างพยายาม โค๊ชเลยพูดว่า “ ทงเฮ นายแข็งแรงพอรึยัง?” ได้ยินอย่างนี้แล้ว ฉันอยากจะพยายามมากขึ้น
    Eunhyuk: ฮ่าๆๆๆ,น่าสนใจจริงๆ, เร็ว ๆนี้ผมออกกำลังกายอยุ่ที่บ้านด้วยตัวเอง, มันเหนื่อยมาก.
    Leeteuk: นายอยากไปออกกำลังกายกับพวกเรามั้ย?
    Eunhyuk: ในอนาคตนะ เมื่อผมได้ทำบางอย่างคืบหน้า
    Leeteuk: ดูนายตอนนี้สิ นายเต็มไปด้วยพลัง.
    Eunhyuk: โรแมนติกจริงๆเลย.





    090501 to 090507


    1. การรักตัวเองของอีทึก
    Leeteuk:ตอนที่ฉันยังเด็ก, เวลาไม่พอใจอะไรฉันจะโทษแม่ของฉัน, ถ้ามีภาพลักษณ์ไหนของฉันที่ไม่น่าพอใจ, มันเป็นความผิดของแม่ฉัน!
    Eunhyuk: พี่ไม่พอใจภาพลักษณ์ของตัวเองเหรอ? ยังไงลองพูดมาสิ?
    Leeteuk: อย่างเช่นด้านที่ละเอียดอ่อนของฉัน,ไม่พอใจกับสถานการณ์เช่นนี้, ยังสูงไม่พอ, ยังหล่อไม่พอ…… ความไม่พอใจในลักษณะนี้ ฉันจะบอกมันกับแม่ของฉัน.
    Eunhyuk: จริงๆแล้วผมคิดว่าผมไม่มีส่วนไหนที่ไม่เพอร์เฟคเลย. ฮ่าๆๆๆๆๆ ฉันรู้สึกว่าฉันเ็ป็นคนที่หล่อที่สุดในโลกเลย
    Leeteuk: นายเป็นกบในกะลาป่ะ? ไม่เคยเปิดทีวีดูเลยเหรอ?
    Eunhyuk: จะเป็นงั้นได้ไง?
    Leeteuk: แล้วทำไมนายคิดแบบนั้น?นายไม่มีตาเหรอ?
    Eunhyuk: ในโรงเรียน,ผมหล่อที่สุด
    Leeteuk: นี่คนอื่นบอกหรือนายพูดเอาเองเนี่ย?
    Eunhyuk: ตอนที่ผมยังเด็ก แม่ผมจะเรียกผมแบบนี้เสมอ “ลูกชายสุดหล่อ”, และตอนนั้นแม่กำลังดูละครทีวีเรื่อง “Sunny Place of the Young”
    Leeteuk: เรื่องนึงที่ เบยองจุน แสดง!
    Eunhyuk: ทุกคนพูดว่าผมเหมือน เบยองจุน มาก.
    Leeteuk: ตรงไหนเนี่ย?
    Eunhyuk: ผมรู้สึกอย่างนั้น.
    Leeteuk: เหมือนกันจริงๆ.
    Eunhyuk:แล้วแม่ผมก็พาไปตัดแว่น……
    Leeteuk: เหมือนจริงๆ,แม้แต่ส้นเท้ายังเหมือน.
    Eunhyuk: แล้วก็มีบางคนบอกว่าผมเหมือน จางดองกึน
    Leeteuk: สมัยประถม ฉันไปที่ธนาคาร,พนักงานมักจะบอกว่าฉันหล่อ.ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ, ฉันได้ยินหลายคนบอกว่าฉันเหมือนเบยองจุน.
    Eunhyuk: พนักงงานแบงค์พูดอย่างงั้นเพราะ**ใจลูกค้าตังหาก
    Leetuek: เค้ามีอย่างอื่นทำมากกว่ามาเอาใจลูกค้าเด็กประถมนะ.
    Eunhyuk: เค้าอยากชนะใจพ่อแม่ของพี่ตังหาก.


    2. อึนฮยอกใช้น้ำยาล้างเล็บ* เช็ดดวงตาของเค้า
    Eunhyuk: การแสดงของพวกเรา เราจำเป็นต้องแต่งหน้า สองวันก่อน ผมกลับบ้านและเตรียมที่จะล้างอายไลเนอร์ออก แต่ไม่ว่ายังไงผมก็หาน้ำยาลบเครื่องสำอางค์ไม่ออก.ผมแค่ลองใช้บางอย่างที่ดู คล้ายๆ กัน, แต่ใช้มันในปริมาณน้อยลงกับตาของผม – ตอนนั้นมันรู้สึกปวดแสบปวดร้อน พอเอามาดูใกล้ๆมันกลายเป็นน้ำยาล้างเล็บ,ถ้าเกิดใช้มันเช็ดไปจริงๆ คงจะลำบาก
    Leeteuk: น้ำยาล้างเล็บ! มันจะเป็นไงนะ ถ้านายใช้มันจริงๆ?
    Eunhyuk: ถ้ามันเข้าตา……แย่แน่ๆ.
    Leeteuk: แต่มันก็ลบอายไลน์เนอร์ได้ดีนะ.
    Eunhyuk: ผมไม่ใช้มัน, ผมแค่อยากจะเตือนทุกๆคน, มันอันตรายนะ.

    *Acetone: สารบางอย่างที่พบทั่วไปในน้ำยาล้างเล็บ.
    3. เด็กผู้ชายกับกางเกงในของพวกเค้า
    Leetuek: อึนฮยอก ปกติแล้วนายใส่ กกน. หรือ บ๊อกเซอร์?
    Eunhyuk: ทำไมถึงถามแบบนี้?
    Leeteuk: เพราะว่าฉันอยากรู้.
    Eunhyuk: ผมใส่กางเกงบ๊อกเซอร์ซับในรัดรูป.
    Leeteuk: ฮ่าๆๆๆๆๆๆ, กางเกงรัดรูป,ใส่สไตล์นี้เหรอเนี่ย?
    Eunhyuk: มันแสดงถึงความเ็ป็นชายมากๆ…… Leeteuk,แล้วพี่ใส่แบบไหน?
    Leeteuk: เวลาอยู่บ้าน……
    Eunhyuk: อยู่บ้านกับออกไปข้างนอกใส่ต่างกันเหรอ?
    Leeteuk: แน่นอน มันต้องแบ่งแยกให้ดี,เพราะว่าคุณต้องพักผ่อนเวลาอยู่ที่บ้าน คุณต้องทำให้รา่งกายของคุณผ่อนคลาย
    Eunhyuk: สรุปพี่ใส่อะไร?
    Leeteuk: เวลาอยู่หอก็ใส่บ๊อกเซอร์หลวมๆ(ยานๆ), แล้วเลาไปทำกิจกรรมนอกบ้านจะใส่กางเกงบ๊อกเซอร์รัดรูป…… ฮ่าๆๆๆๆๆๆ.
    Eunhyuk: ใส่แบบนี้เป็นปกติ.
    Leeteuk: เพราะว่าใส่บ๊อกเซอร์หลวมๆ แล้วใส่กางเกงทับไป มันดู……
    Eunhyuk:แต่บ๊อกเซอร์หลวม ๆมันชอบไหลขึ้นไป.
    Leeteuk: จริงเหรอ? อ่อใช่.
    Eunhyuk: มันทำให้ไม่สบายเอาซะเลย.



    4. Hanyi*เล่าเรื่องของอึนฮยอกในวันของ S.R.D
    Eunhyuk: Hanyiเป็นแขกรับเชิญในรายการวันนี้, ผมรู้สึกถูกชะตากับเธอ
    Leeteuk: คุณสองคนเคยเจอกันมาก่อนมั้ย? (หมายถึง คุณเคยเดทกันมาก่อนมั้ย?)
    Eunhyuk:อืม..ผมเคยเห็นเธอมาก่อน (หมายถึง: แค่รู้จักกัน)
    Leetuek: แล้วจากนั้น, มาฟังเรื่องราวความรักของพวกเค้า.
    Eunhyuk: เมื่อก่อนผมรู้สึกว่า Hanyi ร้องเพลงได้ดี. ชื่อจริงของเธอคือ Jang Hanyi, ตอนเรียนชั้นประถม ในระหว่างที่ S.R.D ทำกิจกรรม เธอเป็นพื่อนร่วมชั้นของผม,แต่อายุน้อยกว่าผมเป็นปีเลย. ตอนนี้เธอกลายเป็นนักร้องที่ยอดเยี่ยม
    Leeteuk: นายได้ติดต่อกับเธอมั้ย?
    Eunhyuk: เราไม่เคยติดต่อกันมาก่อน, หลังจากเห็นเธอที่งานของ S.R.D, เธอก็ตัดสินใจว่าจะเป็นนักร้อง.
    Hanyi:ฉันสามารถพิสูจน์ถึงความนิยมของพวกเค้าได้.
    Eunhyuk: รีบ ๆบอกเราเกี่ยวกับ S.R.D
    Hanyi:ตอนนั้นผมอยู่เกรด 6,งาน S.R.D ตอนจบการศึกษา ม.ต้น. เมื่อใดก็ตามที่โรงเรียนของเรามีกิจกรรม, เค้าจะเชิญ S.R.D มาแสดง, แล้วพอพวกเค้ามาถึง เด็กผู้หญิงก็จะคลั่ง. พวกเค้าได้รับความนิยมมากๆๆๆ, พวกเค้าเป็นดาราดังของ Goyang City เลยล่ะ.
    Leeteuk: ตอนเริ่มรายการ คุณรับสินบนมาจากอึนฮยอกเท่าไหร่?
    Eunhyuk: Tsk~ ตอนนั้น, เราฝันอยากเป็นนักร้อง, แล้วมันก็น่ายินดีที่ตอนนี้เราทำสำเร็จแล้ว.

    * Hanyi นักร้องหญิงเดี่ยว.



    5.แฟนเพลงผู้ชายที่ดีของลีทึก
    Leeteuk:ดูเหมือนหลายๆคนจะคิดว่าเด็ก ๆที่มาตามไอดอลอย่างพวกเราเป็นเด็กที่ไม่เรียนหนังสือ, จริง ๆแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้น ผมมีแฟนเพลง,เค้าเป็นหนึ่งในสมาชิกแฟนเพลงที่เป็นผู้ชาย, แล้วเค้าก็เข้ามหาลัยชั้นนำได้. เขาชอบให้ของขวัญกับผม, แล้วเค้า็คอยตามพวกเราตั้งแต่เริ่มเดบิวต์
    Eunhyuk: ใช่,เค้ามาที่สตูดิโอของคิสเรดิโอบ่อยๆ.
    Leeteuk: เค้าคอยตามพวกเราแบบนี้ แต่เค้าก็เข้ามหาลัย “Y” ได้ด้วยความสามารถของตัวเอง, มันทำให้ผมประหลาดใจ
    Eunhyuk: ดังนั้นทุกๆคนไม่ว่าจะทำงานหรือเรียนอยู่, ฟังรายการของพวกเราแล้วมีประโยชน์มากนะครับ.




    6. คอนเสิร์ตของเฉินหลง
    Eunhyuk:อาทิตย์ที่แล้วพวกเราได้รับเชิญจากเฉินหลงเป็นการส่วนตัว ให้ไปร่วมแสดงคอนเสิร์ตดาราการกุศลของเฉินหลง.
    Leeteuk: นี่เป็นคอนเสิร์ตที่ถูกจับตามอง แต่คนทั้งเอเชียไม่สาารถเข้าถึงมันได้ 100ศิลปินที่ร่วมแสดง หลายคนแค่ขึ้นไปกล่าวทักทายบนเวที,แต่เราขึ้นไปบนเวทีเพื่อร้องเพลงของเรา……
    Eunhyuk: แล้วก็ร้องสองเพลงด้วย.
    Leeteuk: ตอนอยู่บนนั้น, เฉินหลงบอกว่ารอบๆโรมแรมมีแฟน ๆ อยู่มากมาย แล้วอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้, เค้าถามพวกเราว่าจะเดินไปด้วยกับเค้ามั้ย.
    Eunhyuk: เค้าเป็นคนที่มีเสน่ห์จริงๆ,นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้พบกับเค้าเป็นการส่วน ตัว, เค้าช่วยเหลือเรามากมาย, แล้วคอยพูดคุยกับเราอย่างสนุกสนาน…..
    Leeteuk: (เลียนแบบเฉินหลง) ฉันอยากมีแฟนเป็นสาวเกาหลี!
    Eunhyuk:ใช่ๆ ภาษาเกาหลีของเึ้ค้าดีมาก พวกเราติดตามดูหนังของเฉินหลง,เช่น “Rush Hour”……
    Leeteuk: ครั้งแรกที่ผมดูหนังของเค้า มันคือเรื่อง “Police Story” ตอนสมัยประถม. เขามีความสุขมากที่ผมพูดแบบนั้นออกไป.
    Eunhyuk: แล้วก็มีเรื่อง“Druken Master”, “Rob-B-Hood”.
    Leeteuk: ถ้าเราติว่าหนังเรื่องนั้นไม่ค่อยดีเลย เค้าจะพูดว่า “มันรกสมองน่า อย่าดูมันเลย”.
    Eunhyuk:เค้าพูดตรงมากเกี่ยวกับหนังของเค้าเอง.
    Leeteuk: เค้าพูดว่าปีหน้าให้เราไปอีก.
    Eunhyuk: ใช่ มันเ็ป็นการแสดงที่น่าประทับใจมาก.


    8. วันเด็กของอึนทึก
    Leeteuk: วันนี้วันที่ 5 พ.ค.เป็นวันเด็ก Eunhyuk นายทำอะไร?
    Eunhyuk: วันนี้ผมไม่มีตารางงาน, ดังนั้นผมเลยนอนหลับ. จริงๆ แล้วผมหลับยาวๆ เลยก็ได้แต่ตื่นขึ้นมาเพราะว่าร้อนมาก. หลังจากตื่นนอนผมก็อาบน้ำแล้วดูทีวี, แล้วก็ออกมารับรถของผม จากนั้นก็กลับบ้าน.
    Leeteuk:รับรถหลังจากซ่อมอะเหรอ??
    Eunhyuk: ใช่แล้วหลังจากนั้นก็มาที่คิสเรดิโอ
    Leeteuk: การเดินทางมานี่คงจะราบรื่นนะ.
    Eunhyuk:ใช่ ผมรู้สึกเหมือนได้ขับรถใหม่.
    Leeteuk: วันนี้ผมไปถ่ายโฆษณามาด้วย,มันไม่ใช่โฆษณาสินค้า,แต่เป็นโฆษณาที่โปรโม ทประเทศเกาหลี ที่จะถ่ายทอดไปทั่วเอเชีย, แล้วก็มีอะไรบางอย่างพิเศษๆ ที่ยังบอกตอนนี้ไมไ่ด้.
    Eunhyuk: ผมมีถ่ายพรุ่งนี้. (เล่นคำ)
    Leeteuk:ผมก็มีถ่ายพรุ่งนี้. (เล่นคำ)


    9. ลักยิ้มของผมไปไหน?
    Leeteuk: ผมเศร้ามากกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับลักยิ้มของผม. ชีวิตผม 27 ปี, มีลักยิ้มที่แก้มซ้าย. ตอนอายุ 6 ขวบ มีลักยิ้มทั้งสองข้าง พวกผู้ใหญ่มักจะพูดว่า เดี๋ยวพอโตขึ้นมันก็จะหายไป.แล้วก็จริง เมื่อสองอาทิตย์ก่อน,แฟน ๆบอกว่า“พี่ค่ะ ลักยิ้มของพี่หายไปไหน?”ผมคิดเสมอว่าลักยิ้มของผมจะซื่อสัตย์กับผม, ดังนั้นผมจึงวิ่งไปยิ้มที่หน้ากระจก, แล้วมันก็หายไปจริงๆ.
    Eunhyuk: ยิ้มสิ,ไหนขอผมดูหน่อย
    Leeteuk: (ยิ้มมมมมมม)มันไม่มีจริงๆด้วย
    Eunhyuk: มันดูงุ่นง่าน!
    Leeteuk: แฟน ๆเอารูปของผมเมื่อสองอาทิตย์ก่อนมาให้ดู, ตอนนั้นมันยังมีอยู่เลย.แต่ตอนนี้มันหายไปเเล้ว.
    Eunhyuk: แล้วถ้าพี่หัวเราะ มันก็ไม่เห็นเหรอ?
    Leeteuk: ใช่, ทำไมล่ะ?
    Eunhyuk: เค้าก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าพอโตขึ้นมันจะหายไป, ลักยิ้มของพี่มันก็คงแก่แล้วเหมือนกัน. พี่กับมันโตขึ้น. ว้าววว พีทึกกี้ของเราโตขึ้นแล้ว.
    Leeteuk: เค้าว่ากันว่า ลักยิ้มเกิดจากเซลล์ที่ตายแล้ว, แล้วตอนนี้มันหายไป, แปลว่าเซลล์ได้เจริญเติบโตขึ้น, แทนที่มันจะแก่ตัว, ฉันยังเป็นหนุ่ม ตอนที่ฉันเ็ป็นเด็กมีป้าข้างบ้านอยู่คนนึง,เวลาที่ผมไปบ้านเค้ากับแม่, ป้าเค้าจะพูดว่า “สาว ๆ มักจะชอบผู้ชายที่มีลักยิ้ม”. แม่ของผมก็บอกว่า “ทำไมเธอไปบอกอะไรแบบนั้นกับเด็กล่ะ”.
    Eunhyuk: พี่เป็นที่ดึงดูดของสาวๆมากมาย เมื่อพี่ไม่มีลักยิ้ม พวกเธอก็หายไปหมด
    Leeteuk: Tsk~ พรุ่งนี้ ฉันคิดว่าจะไปตรวจที่โรงพยาบาลซักหน่อย.



    10. ฝันอยากแต่งงานของอึนทึก
    Leeteuk: Eunhyuk นายอยากจะแต่งงานเมือ่ไหร่?
    Eunhyuk: จริงๆแล้วผมอยากแต่งงานเร็วๆ,แต่ผมมีงานแล้วอย่างอื่นที่ต้องทำ,ผมจะรอจนกว่าจัดการท
    ั้งหมดได้แล้วค่อยตัดสินใจ.
    Leeteuk: ฉันจินตนาการว่าจะจัดงานแต่งที่หอประชุม Jamsil เชิญคนมาซัก 8 หมื่นคน. เป็นจำนวนที่สามารถทำได้ในฐานะของไอดอล, ตอนที่แสดงในจีนต่อหน้าคนเป็นหมื่น,ฉันคงรู้สึกแบบเดียวกัน.
    Eunhyuk: …… ผมคิดว่าจะติดจอยักษ์รอบ ๆ ห้างในเมือง, สามวันก่อนวันแต่ง ก็จะจัดการแสดงเฉลิมฉลอง, แล้วก็เชิญนักร้องในสังกัดเช่น Super Junior , TVXQ, SNSD, SHINee,ฉันจะเชิญพวกเค้าท้งหมดมาร่วมแสดงความยินดี. วันแรกเป็นวันแต่ง, วันที่สองเราจะไม่ทำตามธรรมเนียม เราจะไปฮันนีมูนกันเลย,แทนที่เราจะจัดงานจัดเลี้ยง.เราจะจัดงานแต่งที่ยิ่ง ใหญ่แบบนี้.
    Leeteuk: หลังจากจบงานแต่งที่หอประชุม Jamsil,สมาชิกจะทำการแสดงเพื่อยินดี,แล้วหลังจากที่ท่านลีซูมานกล่าวจบ, เฮลิคอร์ปเตอร์จะลงจอดแล้วกลุ่มคนพิเศษก็จะออกมา พวกเค้าจะ……
    Eunhyuk: พวกเค้าจะมาพาพี่ออกไป?
    Leeteuk: ไม่ใช่ ฮ่าๆๆๆๆๆ, ก็แค่สร้างบรรยากาศ.
    Eunhyuk: ที่ห้างกลางเมือง, ฉันอยากจะจุดพลุหลายๆสี.
    Leeteuk: ใช่พลุที่แสดงเป็นคำพูด?
    Eunhyuk: ใช่อย่างเช่นคำว่า HAPPY, MARRY เป็นต้น
    Leeteuk: แล้วหลังจากนั้นก็เค้าเรือนหอ. ผู้ฟังคนนึงพูดว่า “คุณสองคนบ้ารึป่าว? คุณมีเงินเยอะขนาดนั้นเหรอ……”. 8หมื่นคนที่จะเข้างานของผมต้องจ่ายค่าตั๋วด้วยครับ.
    Eunhyuk: เราจะให้ตั๋วฟรีกับผู้ฟังคิสเรดิโอ
    Leeteuk: ค่าเช่าห้างมันไม่ถูกเลยนะ.
    Eunhyuk:จะเป็นไปได้มั้ยถ้าเราจะใช้สตูดิโอของคิสเรดิโอจัดงาน……
    Leeteuk: เมื่อก่อนตอนที่ TVXQ แสดงที่City Hall Plaza มันแพงจนน่าตกใจเลย.
    Eunhyuk: แล้วยังไง?แค่คิดถึงงานแต่งงานก็ทำให้ผมมีความสุขแล้ว, ผมยิ้มแก้มปริเลย.
    Leeteuk: นั่นเพราะว่า นายอยากจะแต่งงานจริงๆ.
    Eunhyuk:ผมแค่คิดถึงบางฉาก ข้างๆ City Hall Plaza แฟนๆของเราคงยืนร้องไห้อยู่, เพราะว่าพี่ชายที่รักของพวกเค้าแต่งงาน. ผมจะเตรียมของขวัญไว้ให้พวกเค้า–ผมจะเขียนเพลง,แล้วจะร้องให้พวกเค้าฟัง. หลังจากนั้น, ผมจะเตรียมบอลลูนแก๊ซสีซัพไพร์ สามหมื่นลูกไว้ให้เค้าขี่ไปบนฟ้า เพื่อความสนุกสนาน
    Leeteuk: นี่เป็นการส่งเค้าให้ไปไกลๆใช่ป่ะ?
    Eunhyuk: ไมใช่มันเป็นแคการมองดูพวกเค้าร้องไห้…..
    Leeteuk: นายยังไม่เคยคิดที่จะแต่งงานใช่มั้ย?
    Eunhyuk:ใช่แล้ว,ผมยังโสดและอยู่ตัวคนเดียว
    Leeteuk: จะเป็นไงถ้าให้ฉันช่วยนายเก็บเงินและของขวัญ?
    Eunhyuk: เอิ่มมมม…… รอก่อน ขอผมตัดสินใจก่อน
    Leeteuk: ผมคิดว่าในบรรดาสมาชิก,นายกับชินดงคงได้แต่งงานก่อนใครๆ.
    Eunhyuk: จริงอ่ะ? ทำไมล่ะ?
    Leeteuk: แค่รู้สึกได้.
    Eunhyuk: พูดแบบนี้,พีทำอย่างกับว่าจะเป็นจริงงั้นแหล่ะ.


    11. Intimante Note – อึนฮยอกเวลาแต่งหญิงดูเหมือนพี่สาวของเค้า?
    Eunhyuk: เมื่อเร็ว ๆนี้, ในรายการ, ผมแต่งตัวเป็นผู้หญิง, คนที่เห็นส่วนใหญ่บอกว่าผมเมหือนพี่สาวของผมเลย, ผมไม่เคยคิดแบบนั้นมาก่อน,แต่สายเลือดในตัวไม่สามารถหลอกลวงใครได้.
    Leeteuk:มันเหมือนจริงๆ.


    2.อึนทึกที่นอนไม่หลับ+ ตำแหน่งของลักยิ้ม
    Eunhyuk: ช่วบงนี้เหมือนผมนอนไม่ค่อยพอ,ได้นอนแค่สองสามชั่วโมง แล้วก็หลับไม่สนิทเท่าไหร่, ผมจึงเล่นอินเตอร์เนตแล้วก็ค้นหาข้อมูลวิธีที่ทำให้หลับ,วิธีการคือกินช๊อค โกแลต และออกกำลังกายอย่างง่าย. ดังนั้นในกลางดึก, ผมไปที่ห้องรับแขก แล้วออกกำลังกาย,แล้วมันก็มีช๊อกโกแลตอยู่ในตู้เย็น, ผมก็กินมัน. จากนั้นผมก็รู้สึกง่วงจริงๆ.
    Leeteuk:ผมก็อยากนอนมากกว่านี้เหมือนกัน .
    Eunhyuk: ดังนั้นพี่จึงควรลองวิธีนี้
    Leeteuk: ฉันยุ่งมาก,ไม่มีเวลาจะนอน.
    Eunhyuk:ตอนกลางคืน,ผมออกกำลังกายเองที่ห้องรับแขก, พี่น่าจะมาลองทำด้วยกัน.
    Leeteuk: ช่วงนี้ชั้นก็ออกกำลังกาย, แต่การนอนของฉันมันไม่เพียงพอ วันนี้ฉันไปอัดรายการ, สต๊าฟพูดว่าถ้าอัดรายการยาวกว่านี้ ฉันคงจะเป็นลม.
    Eunhyuk: ใช่ วันนี้อาการของพี่ดูไม่ค่อยดีเลย.
    Leeteuk: ดังนั้นพวกเค้าจะให้ผมพัก, ถ้าผมบอกว่าอาการไมค่อยดี,ฉันกลัวว่าฉันจะถูกไล่ออก. พวกเขาบอกว่าจะให้ฉันเป็นลมไม่ได้ พวกเขาส่งผมไปโรงพยาบาล,แล้วผมก็ถามปัญหาเรื่องลักยิ้มกับเค้า.
    Eunhyuk: โอ้,ถามจากโรงพยาบาลเฉพาะทาง.
    Leeteuk: ใช่,ฉันถามจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เค้ามองมาแล้วก็หัวเราะอยู่แป๊บนึง.เค้าบอกว่า “ทำไม่มันถึงหายไปนะเหรอ. เพราะว่าหน้าของคุณอ้วนขึ้น, ดังนั้นมันเลยหายไป.”
    Eunhyuk: แล้วหน้าพี่มันอ้วนขึ้นได้ไง?
    Leeteuk: ฉันคิดว่าก่อนหน้านี้ ฉันจะซ้อม 2-3 ชั่วโมงก่อนกินอาหาร.
    Eunhyuk: แล้วพี่ก็กินเยอะมาก พี่กินสองจาน ในขณะที่คนอื่นกินจานเดียว.
    Leeteuk: แล้วเราก็สั่งจาจังมยอนอีก, มันน่าจะเพราะแบบนี้ก็เลยอ้วนขึ้น.
    Eunhyuk: อ่า......... แบ่งผมม่ ผมอยากอ้วน
    Leeteuk: โตด้วยตัวของนายเองสิ.


    13. อึนฮยอกน้ำลายยืดเวลาหลับ!
    Leeteuk: เวลาที่อึนฮยอกหลับ, น้ำลายเค้าจะยืดแบบไม่มีหยุด,แล้วเค้าก็สูดมันเข้าไปใหม่
    Eunhyuk: ผมเป็นอย่างงั้นเมื่อไหร่กัน…
    Leeteuk: นายไม่รู้เลยเหรอว่านายเป็นแบบนั้น, พอเห็นนายนอนอย่างนั้น เมมเบอร์ก็อยากจะเอากระดาษเช็ดก้นไปช่วยซับน้ำลายนาย,เหมือนเวลาเลี้ยงเด็ก. บางทีมันก็หยดลงมาด้วยนะ เราอยากจะช่วยนายเก็บอยู่หรอก
    Eunhyuk: จะเก็บมันยังไงอ่ะ.
    Leeteuk: มันเป็นเรื่องจริง เวลานายตื่นมา, เราจะโชว์มันให้นายดู แล้วบอกว่า “ดูสิ นี่ของนาย”. นายของสูดมันเข้าไปแล้วบอกว่า “นี่ีมันของฉันเหรอ?”
    Eunhyuk:ผมเป็นแบบนั้นเวลาที่นอนในรถ,เอนศรีษะเพราะว่าผมเหนื่อยมาก. คนที่ทำงานแบบมืออาชีพ ก็เป็นอย่างนี้แหล่ะ!
    Leeteuk: มืออาชีพที่ไหนเค้านอนน้ำลายยืดกันเล่า?
    Eunhyuk: มืออาชีพจะเอนหัวพักเวลาที่เค้าทำงานหนัก.


    14.ความวุ่นวายที่ไม่มีที่สิ้นสุด
    Leeteuk:จริงๆ แล้วฉันมีแอนตี้แฟน, ดังนั้นตอนที่เราเริ่มเป็นดีเจ บางคนพูดว่า…..
    Eunhyuk: ใช่...ผมด้วย….. ผมก็มี….
    Leeteuk: สำหรับไอดอล Anti-fans เป็นสิ่งปกติ, แต่ความประพฤติของเราในรายการมักจะสร้างความตื่นเต้น, และได้รับสิ่งดี ๆจากทุกคน, ในอนาคตเราคงจะมีข่าวดี, ทุกคนได้โปรดสนับสนุนคิสเรดิโอต่อไป.
    Eunhyuk: เวลาที่เราไปอัีดรายการรุ่นพี่มักจะถาทมว่าจัดรายการเหนื่อยรึปาว. เราตอบเสมอว่า “ในวันนี้พวกเราเครียดมาก,แต่ในรายการ,พวกเราได้เล่าเรื่องของตัวเอง,มัน เป็นการปลดปล่อยความเครียด, แล้วก็ช่วยเพิ่มแรงกระตุ้น.”
    Leeteuk: ใช่ ถูกต้อง ผมอยากจะพูดกับทุกๆคนมาก,หวังว่าทุกคนจะสนุกกับมัน, ให้คำติชมกับเรา, อนุญาตให้คิสเรดิโอเป็นรายการที่ให้ความสุขและผ่อนคลายกับทุก ๆคนนะครับ.




    ขอบคุณ เป็นอย่างสูง

    Source: Kimsohye
    Translations: –dreamx @ sj-world.net
    แปลไทยโดย tomozuki1


    เอาออกไปพร้อมเครดิตทั้งหมดนะคะ

    [แปล] 090528 Kyuhyun Cyworld Video




     

    ในช่วงเวลาพักที่มีไม่แน่นอน ผมกลับไปที่บ้าน ค้นดูในคอมพิวเตอร์
    ก็ไปเจอคลิปวีดิโอที่เป็นคลิปเมื่อวันเก่าๆ(?)..


    อืม... จากความทรงจำของผม ตอนนั้นคงจะเป็นเดือนสิงหา ปี 2007 ?
    น่าจะไม่นานเท่าไรหลังออกจากโรงพยาบาล ..


    จากการร้องขอของคุณพ่อ* ผมไปยังโบสถ์ซูรยอน  สารภาพบาปนิดหน่อย
    แล้วก็ร้องเพลง '주님의 높고 위대하심을' ที่เป็นเพลงสรรเสริญพระเจ้า


    เพราะเพิ่งจะหายเป็นปกติ จึงใช้ความสามารถเท่าที่จะทำได้
    ที่ได้ฟังนั้น ไม่เชิงว่าจะเป็นเพียงการสรรเสริญ
    แต่ในบรรดาเพลงที่ผมเคยร้องมา
    ความจริงแล้ว นี่เป็นความไพเราะที่อยากจะให้พระผู้เป็นเจ้ารู้สึกพอใจที่สุด ....^-^

    (*ตรงนี้ประมาณว่าเป็นนักเทศน์,พระในศาสนาคริสต์ เราไม่รู้จะใช้คำว่าอะไรอะค่ะ
    ใครพอจะรู้ ช่วยบอกหน่อยนะ เรากลัวใช้คำผิดมากเลยT_T)


    credit : Kyuhyun's minihompy
    photo by SoraSan .. Thank you ^^
    translated  by  u_r_so_gorgeous @ KMTH

    [แปล] 090528 Yesung's Cyworld Photoalbum


    Folder : Super J..

    2009.05.28 20:49



    เยซองกับเด็กๆ ...


    credit : Yesung's minihompy
    translated  by  u_r_so_gorgeous @ KMTH + Prime13

    [Tran]อีทึกเผย ซองมินร้องไห้เพราะทะเลาะกับทงเฮ


    อีทึกเผย ซองมินร้องไห้เพราะทะเลาะกับทงเฮ




    อีทึก : เมื่อวันก่อนอยู่ๆซองมินก็เดินร้องไห้เข้ามาหาชั้น ชั้นตกใจจริงๆ


    อึนฮยอก : เค้าเป็นอะไรล่ะ?


    อีทึก : เค้าทะเลาะกับทงเฮ กว่าหมอนั่นจะหยุดร้องชั้นต้องนั่งปลอบอยู่ตั้งนาน ให้ตายสิ ซองมินเป็นคนที่มีน้ำตาเยอะมากๆ แล้วเค้าก็ยังไม่รู้สึกเหนื่อยเวลาร้องไห้ด้วย


    อึนฮยอก : ผมสงสัยว่าเค้าทะเลาะอะไรกันอ่ะ?


    อีทึก : เหมือนซองมินจะเข้าไปคุยกับทงเฮตอนที่เหนื่อยๆล่ะมั้ง จากนั้นทงเฮก็อารมณ์เสียแล้วก็ตวาดเค้าเข้า ซองมินเลยบอกว่า ‘โอเค ทงเฮ ชั้นรู้ว่านายเหนื่อย แต่นายไม่ควรจะมาพาลใส่ชั้น’ จริงๆแล้วเวลาทงเฮโกรธหรือโมโห มันน่ากลัวมากเลยนะ ‘ขอที ตอนนี้ผมเหนื่อยมากๆ ไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้นแหละ ไว้ค่อยคุยกันนะ’ เจอทงเฮพูดแบบนี้เข้าไป ซองมินก็เลยน้ำตาตก


    อึนฮยอก : อ่า เป็นผม ผมคงรู้สึกแย่มากๆเลย


    อีทึก : ซองมินเลยตวาดใส่ทงเฮว่า ‘ถึงนายไม่เห็นชั้นเป็นเพื่อน แต่นายก็ควรจะเห็นว่าชั้นเป็นพี่บ้าง’ อืม นั่นมันแย่มากๆ ชั้นไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเค้าขอโทษกันรึยัง แต่ว่าชั้นก็เห็นสองคนนั้นคุยกันแล้ว


    อึนฮยอก : อ่า นั่นก็ดีแล้ว


    อีทึก : จริงๆแล้วชั้นรู้สึกดีใจนะ ที่เวลาน้องๆมีปัญหาแล้วพวกเค้านึกถึงชั้น หลายๆคนถึงบอกว่า ชั้นเป็นที่ปรึกษาได้ดีในทุกๆเรื่อง


    อึนฮยอก : ใครกันที่พูดน่ะ?


    อีทึก : มีก็แล้วกัน






    Credit: KimAhJin @ Korean
    Translated by OnGeng @ club sj-py
    แปลไทย: Gor.Gam

    May 27

    After Shinhwa, Super Junior Selected as Kyochon Chicken's New Models


    Korea's chicken franchise Kyochon F&B Company and HanRyu star Super Junior have signed modeling contract.

    This time, the 12 Super Junior members who have signed the contract will model in all sorts of Kyochon advertisements and CFs in the future, as well as taking on the roles of being Kyochon's ambassadors.

    In the past, Kyochon F&B had had world stars Rain, Shinhwa, Lee Junghyun and more as models, being the first in the chicken industry to only use big stars as models.

    Kyochon F&B's person-in-charge reveals the reason being "Not only in Korea, but in China and overseas, Super Junior has gain popularity with a premium image of HanRyu stars. This fits the high profile image of Kyochon, who leads the chicken industry in Korea. Also, being HanRyu stars, they will be able to help greatly in promoting Kyochon internationally".

    Thus, for the CF that will be broadcasted in July, Super Junior will start filming the CF and photoshoot next month.

    Source: Sisaseoul
    Credits: Nanazhou @ 海世代
    Translated from both Kr & Chi by : Cinderella @ sj-world.net
    Do not add in your own credits.

    [Trans] พี่ทึกหื่นนน


    LeeTeuk: สมาชิกของเราอยู่ด้วยกัน, เมื่อเค้าอาบน้ำ ประตูห้องน้ำก็สามารถเปิดได้, เพราะมันไม่มีกุญแจ

    EunHyuk: ใช่, เราใช้เหรียญเอา

    Boom: ทำไมถึงเปิดได้?

    EunHyuk: ใช่, เพราะมันเป็นที่พักของพวกเรา

    Boom: โอ้, ทำไมมันถึงเปิดได้?

    EunHyuk: พวกเรามีเทคคนิคที่จะเปิดประตู

    LeeTeuk: อยากรู้เเล้วล่ะสิ, ก็เวลาที่เค้ากำลังอาบน้ำ, เราจะใช้กล้องจากโทรศัพท์ถ่ายภาพในห้องน้ำ

    Kan Mi Yeon: Oh my god~

    EunHyuk: ใช่, ตอนนั้นตื่นเต้นมาก , เราสามารถถ่ายวีดีโอได้โดยการสอดโทรศัพท์ลงไปที่ใต้พื้น, ทีนี้คนอื่นๆก็จะมาดูหลังจากที่เราถ่ายเสร็จ, ในตอนที่ดู ทุกคน ช็อค มาก ทันทีที่เห็นเราเปิดประตูเข้าไป...hehe... ฮิๆ

    Boom: โอ้~ ควรระวังหน่อยนะ เพราะสิ่งที่นายทำมันไม่ดี~

    EunHyuk: อืม

    LeeTeuk: ส่วนใหญ่ฉันเป็นคนทำ

    EunHyuk: อ๊า~ ทุกๆคนต้องระวัง

    LeeTeuk: อันตรายมากๆ

    Boom: เอ่อ…ไม่ต้องใช้โทรศัพท์เเล้วนะ, ส่งเข้าไปใน Mofile

    EunHyuk: Hehe…ฮิๆ Mofile


    Taken from: KangTeuk
    Translated by: yukiaries

    ผลการประชุม "GMM" เรื่องโปรโมตอัลบั้ม 3 (SJ)


    วันนี้มีการประชุมเกี่ยวกับการเดินทางมาโปรโทตอัลบั้ม 3

    ของศิลปิน SUPER JUNIOR ได้ข้อสรุปเบื้องต้นดังนี้


    1. วัน/เวลา

            ตอนนี้ทาง GMM กำลังขอคิวศิลปินอยู่ ซึ่งต้องรอให้ทางเอสเอ็มทาวน์ส่งวันมาให้ แล้วทางไทยก็จะพิจารณาวันว่าวันนั้นเหมาะสมหรือไม่ หากเหมาะ ก็จะประกาศให้รับทราบ หากไม่พร้อม ต้องส่งไปให้เอสเอ็มทาวน์ใหม่ จนกว่าจะได้วันที่เหมาะ ซึ่งในกำหนดการเบื้องต้น คาดว่าไม่น่าจะเกิน 2-3 เดือนข้างหน้า เพราะว่าศิลปินติดงานเยอะมาก ขอให้แฟนๆเข้าใจ

    2. สถานที่

            เรื่องสถานที่จัดงาน ทาง GMM มีประสบการณ์ในการจัดงานแถลงข่าวมาหลายครั้ง พบว่าแต่ละครั้งมีแฟนเพลงไปจำนวนมากเกินกว่าที่สถานที่จะรองรับไหว
    จึงจะให้มีการประชุมอีกครั้งเพื่อเปลี่ยนสถานที่จัดงานให้มีขนาดใหญ่ขึ้น กว่าเดิม แต่ต้องขึ้นอยู่กับสปอนเซอร์ด้านสถานที่ด้วย โดยทางจีเอ็มเอ็มมีความประสงค์ที่ ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์  แต่ต้องพิจารณากันอีกครั้ง

    3.การจัดคอนเสิร์ต

            เรื่องนี้มีการพิจารณากันอย่างมาก เพราะทางจีเอ็มเอ็มได้ส่งยอดขายอัลบั้มไปที่เอสเอ็มทาวน์แล้ว  ทางเกาหลีบอกว่ายอดขายต่ำกว่าที่คาดคิดไว้  ซึ่งทางเอสเอ็มทาวน์บอกว่า การจะจัดคอนเสิร์ตหรือไม่นั้น  เราจะพิจารณาจากยอดขายภายในประเทศด้วย  หากมีการสนับสนุนศิลปินมากพอ  ทางเอสเอ็มทาวน์จึงจะยอมให้จัดคอนเสิร์ต  รวม ทั้งแฟนเพลงชาวไทย(บางส่วน) หันไปสั่งซื้อจากที่เกาหลี ทำให้ยอดขายในประเทศน้อย ซึ่งหากยอดขายไม่ครบ  การจัดคอนเสิร์ตต้องเลื่อนไปจนกว่ายอดขายจะครบ

    4.สถานที่จัดคอนเสิร์ต / รอบการแสดง

            มีการสรุปและคงเป็นที่แน่นอนแล้ว  หากมีการจัดคอนเสิร์ตขึ้นจริง สถานที่คงต้องเป็น อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี  ส่วนจะเล่นกี่รอบนั้น  จะพิจารณาจากยอดขายบัตร ทางจีเอ็มเอ็มทราบแน่ชัดว่าบัตรจะขายหมดทุกใบ  หลังจากนั้นจะทำเรื่องขอเพิ่มรอบไปที่เกาหลี  ซึ่งจะเป็นผู้ตัดสินใจในการเพิ่มรอบการแสดงและเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง  ทางประเทศไทยมีหน้าที่จัดงานออกมาตามนั้น รวมทั้งการเพิ่มที่นั่ง ลดที่นั่ง เสริมบัตรต่างๆ ทางเกาหลีจะเป็นผู้กำหนด  แต่ทางจีเอ็มเอ็มขอยืนยันว่า การแสดงคอนเสิร์ตจะเกิดขึ้นแน่นอนในประเทศไทย

    5.ราคาบัตร

            ราคาบัตรยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัด  เบื้องต้นขอให้ผู้บริหารพิจารณาราคาที่เคยจัดครั้งที่แล้ว พบว่าที่นั่งบางส่วนมีราคาสูงไป จัดราคาไม่เหมาะสมบ้าง จึงจะมีการพิจารณาปรับลดราคาบางส่วนตามความเหมาะสม  ส่วนรายละเอียดนั้น  จะแจ้งให้ทราบเมื่อได้วัน/เวลาที่แน่นอนแล้ว .

    cr siamzone

    [TRANS] SJ’s Interview in Cosmopolitan


    [TRANS] Super Junior’s Interview in Cosmopolitan (June Issue)
    (แปล) บทสัมภาษณ์ซุเปอร์จูเนียร์ในนิตยสารคอสโมฯ (ฉบับเดือนมิถุนายน)



    Cosmopolitan Magazine – Time To Play
    Leeteuk, Hankyung, Donghae, Kyuhyun,
    Siwon, Yesung, Eunhyuk, Sungmin

    Intro:
    If you find one, another disappears,
    If you make two sit down, another two disappears.
    Ah, there’s no answer. I’ll just have to play with them.
    -Editor Yoon Mi Cho

    -
    บทนำ

    ถ้าคุณหาคน ๆนึงพบ คนอื่นๆจะหายไป
    ถ้าคุณทำให้สองคนนั่งลง อีกสองคนจะหายไป
    อ่า,ไม่มีคำตอบ ฉันแค่ต้องเล่นกับพวกเค้า
    -ผู้สัมภาษณ์ ยุนมีโจ

    -
    E=editor /ผู้สัมภาษณ์

    E: Phew.
    LT: Why are you sighing?
    E: ฟู่ว.
    LT: ถอนหายใจทำไมครับ?

    E: I’m worried. 8 members of SJ are looking at me that I feel faint.
    I’m a woman too. I wonder if the interview will go well today.
    LT: KKK

    E: ดิฉันกังวลค่ะ. สมาชิกเอสเจทั้ง 8 คนมองมาที่ฉัน มันทำให้ฉันกลัวนะ. ฉันเป็นผูู้้หญิงด้วย ฉันสงสัยว่าการสัมภาษณ์วันนี้จะผ่านไปด้วยดีมั้ย
    LT: คิคิคิ

    E: You’re sitting in the middle of the table, because you’re the team leader?
    You have the force of a boss. Are you quite strict with your members?
    LT: Not at all. They’re actually strict with me. You saw when we were taking photos,
    what they were doing to me.

    E: คุณนั่งอยู่ตรงกลางของโต๊ะ,เพราะว่าคุณคือหัวหน้าวงรึป่าว?
    คุณมีอำนาจของความเป็นหัวหน้า.คุณค่อนข้างเข้มงวดกับสมาชิกในวงรึป่าว?
    LT: ก็ไม่เชิงหรอกฮ.ะ จริงๆแล้วพวกเค้าเคร่งครัดกับผม.คุณเห็นได้จากตอนที่เราถ่ายภาพกัน,
    ว่าเค้าปฏิบัติยังไงกับผม.


    E: When we were preparing for the shoots, I asked what SJ meant to
    some members. The question was probably too boring that a predictable
    answer was given.Family, a relationship that you can’t get rid of, and etc.
    I think the leader will give a better answer, what do you think?
    LT: Hmm.. what shall I say? What did you guys say?
    EH: I said SJ is a team that Teuk is leading.
    LT: Oh, that sounds good. Isn’t that the best? The team that I lead. kkk.
    What did the others say?
    DH: SJ is LeeTeuk and kids. Hahahaha
    YS: Hey, let’s stop messing about now. This is a serious interview!


    E: ตอนที่พวกเราเตรียมพร้อมสำหรับการถ่ายภาพ,ฉันถามว่า ในความคิดของแต่ละคน ซุปเปอร์จูเนียร์หมายถึงอะไร.คำถามนี้ค่อยข้างจะน่าเบื่อนะ คาดเดาได้ว่าคุณจะให้คำตอบอะไร.ครอบครัว, ความสัมพันธ์ที่ละทิ้งไม่ได้, และอื่นๆ.ฉันคิดว่าหัวหน้าวงน่าจะให้คำตอบได้ดีที่สุด,คุณคิดยังไงค่ะ?
    LT: หืม...ผมควรจะพูดว่าไงดี? พวกนายจะพูดอะไร?
    EH:ผมจะพูดว่า SJ คือทีมที่มีพี่อีทึกเป็นผู้นำ.
    LT: โอ้, ฟังดูดีจัง. ดีที่สุดแล้วไม่ใช่เหรอ? ทีมที่มีชั้นเป็นคนนำ.คิคิคิ คนอื่นๆ ล่ะว่าไง?
    DH: SJ คืออีทึกและเด็กๆ. 55555
    YS: เฮ้, เลิกล้อเล่นน่า. นี่เป็นการสัมภาษณ์ที่จริงจังนะ!


    E: Cosmo likes this kind of atmosphere anyway. So, what does
    serious YS think about friendship?
    YS: How comes I get asked about friendship? Anyway, I think friendship is
    learning from LT hyung in SJ. Oh, I know, friendship is Super Junior.
    What do you think?
    SW: That sounds good. Super Junior is friendship. Let’s tidy it up with that.
    Super Junior equals Friendship!
    LT: I think friendship is tears. I’ve known DH and EH for 10 years now and
    a long time too with the other members. We cried a lot together preparing
    for an uncertain future before.Friendship got built without trying to make
    something, by crying tears. So to us, friendship is from tears!

    E: Cosmo มีบรรยากาศแบบนี้ตลอดล่ะค่ะ. ดังนั้น คุณเยซองคิดว่าเพื่อนจริง ๆแล้วคืออะไร?
    YS: ไหงผมถูกถามเรื่องมิตรภาพล่ะ? ยังไงก็เถอะ, มิตรภาพของ
    SJ ได้เรียนรู้จากพี่อีทึก . โอ้, ผมรู้แล้ว, มิตรภาพก็คือซุปเปอร์จูเนียร์.
    นายคิดยว่าไง?
    SW: ฟังดูดีนะ. Super Junior คือมิตรภาพ. ง่าย ๆ ก็คือ Super Junior เท่ากับ ความเป็นเพื่อน!
    LT: ผม คิดว่ามิตรภาพคือการเสียน้ำตา. ผมรู้จัก DH และ EH มา 10 ปีแล้ว และรู้จักกับสมาชิกคนอื่นๆมานานแล้วด้วย. เราร้องไห้ด้วยกันมามาก การเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตที่ไม่แน่นอนก่อนหน้านี้.มิตรภาพเกิดขึ้นโดยที่ เราไม่ต้องพยายามอะไรเลย,โดยการร้องไห้.ดังนั้นสำหรับเรา, มิตรภาพเกิดจากน้ำตา!


    E: It’s quite a textbook answer, even though you’ve thought about it before giving your answer, I think? haha. Actaully Cosmo decided that we must meet SJ because you guys perfectly upgraded your level by the 3rd album “Sorry, Sorry”.
    What happened to SJ during this time?
    LT: We thought of this as if it would be our last album, and gave everything we had for it.

    E: มันค่อนข้างจะเป็นคำตอบจากตำราเลยนะ, ไม่ว่าคุณจะได้ไตร่ตรองมาก่อนจะให้คำตอบแล้ว, ชั้นคิดว่างั้นนะ? 55. จริงๆแล้ว Cosmo ตัดสินใจว่าจะต้องพบกับ SJ ให้ได้ เพราะอัลบั้ม 3 “Sorry, Sorry”พวกคุณได้พัฒนาระดับตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ
    เกิดอะไรขึ้นกับ SJ ในช่วงนั้น?
    LT: พวกเราคิดแบบว่าถ้านี่เป็นอัลบั้มสุดท้ายของพวกเรา, และเสียสละทุกๆสิ่งที่เรามีให้กับมัน


    E: Before the third album SJ’s name and some individual members were well known but as a singing group, it wasn’t really a stable situation. The most well-known song was the trot “Rokkugo”. Then with “Sorry, Sorry”, SJ’s stand in the KPOP industry was re-established.
    By just looking at your ‘thanks to’s, we can see your confidence, when you first heard ‘Sorry, Sorry’, did you think it’ll be this successful?
    SW,KH,EH,YS,DH: Honestly, we did.
    SM: When we got the other songs in the album, I really liked them but felt also that they lacked something too. Then finally I heard ‘Sorry, Sorry’ and most of the members said it was really good.
    For definite, when we were doing the dancing together, I thought, wow, this is really good, I really want to go out on stage for the audience.
    HK: I honestly didn’t know at first. So I worked harder for it. They said it was a good song, so it had to become a good song.
    LT: When I first heard ‘Sorry, sorry’, it sounded too much of a club music. I personally prefer quite songs to songs with fast beats, so I wasn’t too familiar with this kind of song. I worried about whether we can succeed with this song, and whether the public would like this song as well. But it was an ungrounded fear. As we started recording and choreographed the dance,
    The confidence that started at 0 went up to 90. Before when we were making a come back, we always said in the interviews that the songs we are coming out with had all these different flamboyant points, but this time, I was confident enough to say that we’ll show them, rather than explain verbally.


    E: ก่อนอัลบั้ม 3 ชื่อเสียงของ SJ และชื่อเสียงส่วนตัวของสมาชิกบางคนเป็นที่รู้จักดี แต่ในฐานะนักร้องกลุ่ม, มันอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มั่นคงเลย. เพลงที่คนส่วนมากรู้จักเป็นเพลง trot คือ “Rokkugo”. ดังนั้น กับเพลง “Sorry, Sorry”เป็นจุดยืนของ SJ ที่สร้างการยอมรับอีกครั้งในวงการ KPOP .
    ดูจาก ‘คำขอบคุณ’ในอัลบั้ม, เราได้เห็นถึงความมั่นใจของพวกคุณ, ตอนที่คุณได้ฟัง ‘Sorry, Sorry’ครั้งแรก, คุณคิดว่ามันจะประสบความสำเร็จมั้ย?
    SW,KH,EH,YS,DH: ด้วยความสัตย์จริง, พวกเราคิดอย่างนั้น.
    SM:ตอน ที่เราได้ฟังเพลงอื่น ๆในอัลบั้ม,ผมชอบมันจริงๆ แต่ก็รู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่างไป. และท้ายสุดผมได้ฟัง ‘Sorry, Sorry’ และสมาชิกส่วนใหญ่พูดว่า มันเยี่ยมจริง ๆ
    แน่นอนว่าพอเราลองเต้นไปด้วย,ผมคิดว่า, ว้าววว, นี่มันเยี่ยมมาก ผมอยากจะขึ้นไปบนเวทีเพื่อให้คนดูได้ชม
    HK: ในตอนแรกผมไม่รู็จริง ๆ. ดังนั้นผมตั้งใจอย่างหนักกับมัน. พวกเขาพูดว่ามันเยี่ยมมาก,ดังนั้นมันจึงกลายมาเป็นเพลงที่ยอดเยี่ยม.
    LT: ตอนที่ผมได้ฟัง ‘Sorry, sorry’ครั้งแรก, ดนตรีของมันเหมือนเพลงที่เปิดในผับเลย. โดยส่วนตัวแล้วผมชอบเพลงที่มีจังหวะช้าๆมากกว่า, ดังนั้นผมไม่ชินกับเพลงที่มีจังหวะเร็วผมกังวลว่าเพลงนี้จะประสบความสำเร็จ หรือไม่ ,และคนทั่วไปจะชอบเพลงนี้รึป่าวl.แต่มันเป็นความกลัวที่ไร้เหตุผล. ถึงตอนที่เราอัดเสียงและออกแบบท่าเต้น,ความมั่นใจเริ่มมีขึ้นจาก 0 เพิ่มเป็น 90. ก่อนหน้าที่เราจะ a come back, พวกเรามักจะให้สัมภาษณ์เสมอว่า เพลงนั่นเป็นเพลงที่จะออกมามีสีสันที่แตกต่าง, แต่ตอนนี้, พวกเรามั่นใจแล้วที่จะพูดว่า พวกเราพร้อมจะแสดงมัน มากกว่าการพูดถึงมันเฉยๆ
    E: Nick Bass’s choreography for “Sorry, Sorry” is known as Idol group’s dance ultimatum. It’s stylish and the shape dynamically changes, and also each members’ bits are stood out.
    But since there are so many members, you might have been envious of someone else’s parts?
    YS: EH gets to do a solo dance, and it looks cool even from a guy’s point of view. I can’t dance very well, and I want to be able to dance, so I get envious of this. I sometimes think what it would have been like if I could dance as well as EH. Also, if I danced more rather than mucking about sometimes, I don’t know, maybe I could’ve danced as well as him?
    LT: At the beginning, there’s that bit where SW lifts up his finger. We teased him saying he looked like some boss of a company, but we only teased because we were envious. hahaha.
    SM: I’m envious when HK hyung at the beginning walks out with his hands in his pockets. The force of the entrance!

    E: สำหรับเพลง “Sorry, Sorry” ได้ออกแบบโดยผู้ออกแบบท่าเต้นที่มีชื่อเสียง Nick Bass ในฐานะของไอดอลที่มีพื้นฐานการเต้น. ท่าเต้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวที่สวยงาม , และสมาชิกแต่ละคนก็ี่มีความโดดเด่นด้วย แต่ด้วยความที่มีสมาชิกเยอะ, พวกคุณอิจฉาในส่วนของคนอื่น ๆ มั้ยค่ะ?
    YS: EH ได้เต้นโซโล่ , และมันก็ดูดีแม้แต่ในมุมมองของผู้ชายด้วยกัน.ผมเต้นไม่เก่ง, และผมอยากจะเต้นได้บ้าง, ดังนั้นผมจึงอิจฉา.บางครั้งผมคิดว่ามันจะเป็นยังไงถ้าผมเต้นได้ดีพอ ๆ กับ EH. เหมือนกับถ้าบางครั้งผมเต้นมากเกินกว่านี้ได้,ไม่รู้สิ, บางทีผมอาจจะเต้นได้ดีพอ ๆกับเค้า?
    LT:ในตอนต้นเพลง, SWจะยกนิ้วขึ้นr.พวกเราล้อเค้าว่าเหมือนกับเจ้านายในบริษัทเลย ,แต่จริง ๆแล้วพวกเราล้อเค้าเพราะว่าพวกเราอิจฉา. 5555.
    SM: ผมอิจฉาตอนที่พี่ HK เดินออกมาตอนแรก โดยที่มือล้วงกระเป๋ากางเกง. การเดินเข้ามาอย่างมีพลัง !



    E: Why doesn’t KH talk? Do you not have any envious members?
    KH: I’m fine.
    DH: He’s got lots of lines, that’s why.
    Everyone: Hahahahaha

    E: ทำไม KH ไม่พูดเลยล่ะ? คุณไม่อิจฉาสมาชิกคนไหนเลยเหรอค่ะ?
    KH: ผมสบายดี.
    DH: เค้าได้ร้องเยอะ,นั่นคือเหตุผล.
    Everyone: 555555555

    E: I heard that you’re going to start promoting E-Tribe’s song, ‘It’s you.’ How is it different in terms of feeling compared to ‘Sorry, Sorry’ I wonder?
    SM: You can say that it has that romantic code that the girls will like, compared to ‘Sorry, Sorry’.
    EH: The repackage album that has this song also has a song that RW composed and SM writing the lyrics for the first time, so we anticipate it even more.
    LT: We heard that with ‘Sorry, Sorry’, we’ve changed a lot, but SJ still have more to show. We’re still working hard to improve.

    E: ฉันได้ยินมาว่าคุณกำลังโปรโมทเพลง‘It’s you.’ ที่ E-Tribe เป็นคนแต่ง ฉันสงสัยว่าความรู้สึกแตกต่างอย่างไรเมื่อเทียบกับ ‘Sorry, Sorry’ ?
    SM: คุณสามารถพูดได้ว่ามัน romantic แบบที่ผู้หญิงจะต้องชอบ,เมื่อเทียบกับ ‘Sorry, Sorry’.แล้ว
    EH: The repackage album มีเพลงที่เรียบเรียงโดย RW และเขียนคำร้องโดย SM เป็นครั้งแรก, ดังนั้นพวกเราจึงคาดหวังกับมันด้วย
    LT: เราได้ยินเกี่ยวกับ ‘Sorry, Sorry’,ว่าพวกเราเปลี่ยนแปลงไปมาก,แต่ SJ ยังมีสิ่งที่ต้องการแสดงอีกมาก. เรายังคงทำงานหนักเพื่อพัฒนาตัวเอง .

    E: So an idol’s foundation is through endless practising? Listening to LT and EH’s Super Junior’s Kiss The Radio Season2, you talk quite a bit about going through a difficult time when you were practising before debut.
    I became curious to whether you had someone in mind that you didn’t want to be in the same team with?
    LT: DBSK’s Junsu told me a lot about EH. That he had a friend who was a good rapper and a good dancer, and on top of that, he even had the image of JangWooHyuk.. so you know, a really cool guy.
    So I was a bit disappointed when I met EH for the first time. Because I heard so many good things about him. Hahahaha.
    SM: So you shoudn’t anticipate someone too much if that person gets praised so much!
    LT: When I saw EH, I thought he’d leave in less than 3 months. If you practice for so long, you kind of know when a new person will tire out. But EH was still hanging on after 3 months. From that moment, I looked at him in a different light,
    and indeed he danced well, rapped well and had a lot of talent, just like Junsu said.
    YS: When we practiced, we had a system of after practising after a week, we had to show what we did and get commented on it and see what other talents people had. That’s when I first saw these lot, everyone was really good looking and uniqte. Then there was one that really stood out. He was in his school uniform and was sitting down really meekly, so I was like, what is he?
    Then I saw him dancing on stage, I was shocked because he was that good. That boy was Eunhyuk.

    E: เพราะอย่างนั้นการสร้าง idolคือการฝึกซ้อมที่ไม่มีที่สิ้นสุดใช่มั้ยค่ะ? ได้ฟังจาก LT และEH จัดรายการ Super Junior’s Kiss The Radio Season2, คุณพูดเกี่ยวกับการผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากก่อนเดบิวต์. ฉันสงสัยว่ามีใครบางคนที่คุณคัดค้านไม่อยากให้เค้ามาเป็นสมาชิกของวงหรือไม่ ค่ะ
    ? LT: จุนซู DBSKบอก ผมเรื่องของ EHไว้มาก. ว่าเค้ามีเพื่อนคนนนึงที่แร๊พเก่งเต้นเก่งขั้นเทพ, และมีหน้าตาเหมือนจางวูฮยอก (H.O.T) ..เพราะฉะนั้นคุณน่าจะเข้าใจว่าเค้าเป็นคนที่เจ๋งมาก นั่นทำให้ผมผิดหวังนิดหน่อยเมื่อได้เจอ EH ในครั้งแรก. เพราะว่าผมได้ฟังเรื่องดี ๆ เกี่ยวกับตัวเค้ามาเยอะ.55555555.
    SM: ดังนั้นคุณอย่าคาดหวังกับใครมากนัก ถ้าคน ๆนั้นได้ถูกเยินยอไว้เยอะ !
    LT: ตอนที่ผมเห็น EH,ผมคิดว่าเค้าคงเลิกและลาออกไปตั้งแต่ 3 เดือนแรก.ถ้าต้องฝึกซ้อมเป็นเวลานาน,คุณก็รู้ว่าเด็กใหม่มักจะเบื่อเร็ว. แต่ EH ยังอยู่หลังจากผ่านไป 3 เดือน. จากนั้นมา,ผมมองเค้าต่างไปจากเดิม,
    และก็จริงที่เค้าเต้นเก่ง แร๊พเก่งและมีความสามารถหลากหลายเหมือนที่จุนซูบอกไว้
    YS: ตอน ที่เราซ้อม, เรามีระบบว่าหลังจากที่ฝึกซ้อมมาทั้งสัปดาห์, เราต้องแสดงอะไรซักอย่างนึงและคอยรับคำติชม และดูว่าคนอื่นมีความสามารถอะไร. นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นทุกคนดูดีมากและมีความโดดเด่น นั่นทำให้ผมเห็นคน ๆนึงที่โดดเด่นสุดๆ เขาใส่ชุดนักเรียนและนั่งลงอย่างเจียมตัว,ดังนั้นผมจึงคิดว่า เค้าเป็นอะไรน่ะ?
    จากนั้นผมได้เห็นเค้าเต้นบนเวที,ผมช๊อคเพราะเค้าทำได้ดีมาก. เด็กชายคนนั้นคืออึนฮยอก.

    E: The answer to the question got the answer towards one person, I didn’t get the answer that I wanted because it was well praised.
    So we’ll skip this. With SJ, it seems that different members’ are more familiar to the public than the others, compared to balanced popularity with the other idol groups. Who honestly thinks that they are moderately good at all the aspects?
    DH: Huh? I just heard someone say ‘me’. 2 people, maybe?
    EH: That was me.
    DH: We can just ignore him. He’s always like this.

    E: คำตอบสำหรับคำถามนั้นมุ่งไปที่คน ๆเดียว ฉันไม่ได้คำตอบที่ฉันต้องการ เพราะว่ามันเป็นการเยินยอกว่าเดิมอีก,ดังนั้นเราข้ามมันเถอะ. เหมือนว่า SJ จะมีสมาชิกที่แตกต่าง ที่แปลกไปจากคนอื่นๆทั่วไป, เมื่อเทียบกับมาตรฐานความนิยมของไอดอลกลุ่มอื่น . คิดว่าใครที่กน้าตาดีกว่าคนอื่นโดยสิ้นเชิง?
    DH: ห๊ะ? ผมได้ยินบางคนบอกว่า ‘ผม’. น่าจะ 2 คน, ?
    EH: คน ๆนั้นคือฉันเอง.
    DH: เราทำเป็นไม่สนใจเค้าได้มั้ย เค้าเป็นอย่างนี้เสมอ

    E: By your expression, you seem to think you’re the best in Super Junior?
    EH: AHAHAHAHAHAHAHAHA

    E: จากการแสดงออกของคุณ,ดูเหมือนคุณจะคิดว่าคุณดูดีสุด Super Junior?
    EH: AHAHAHAHAHAHAHAHA
    E: How about Hangeng? You’re called a miracle of 13 hundred million, and you’re popular in Korea and China. You don’t really talk if I don’t talk to you first, so please talk a bit.
    HK: I feel quite comfortable in these thing

    E: ฮันเกิงว่าไงค่ะ? คุณถูกเรียกว่าปาฏิหาริย์จาก 13,000ล้านคน,คุณได้รับความนิยมทั้งในเกาหลีและจีน คุณไม่พูดเลยถ้าชั้นไม่พูดกับคุณก่อน, ดังนั้นช่วยพูดอะไีรหน่อย.
    HK:ผมค่อนข้างสบายใจสำหรับสิ่งนั้น (พูดภาษาเกาหลีมั่วได้อีกอ่ะป๋า)

    E: Huh?
    DH: He’s saying that he is popular. He’s quite confident anyway.
    SM: We’re all quite comfortable, since we’ll have different points in terms of popularity. When we do one thing, he looks cool, when we do something else, he’s cool, so it changes in this kind of way all the time.

    E: ห๊ะ?
    DH: เค้าพูดว่า ไม่ว่ายังไงเค้าค่อนข้างมั่นใจในความนิยมของเค้า .
    SM:พวก เราทั้งหมดค่อนข้างสบายใจ,ตั้งแต่พวกเรามีความแตกต่างของความ ป๊อปในแต่ละด้านเมื่อเราทำอะไรอย่างนึง เค้าจะดูดี และเมื่อเราทำอีกอย่างนึงเค้าอีกคนก็จะดูดี (หมายถึงเด่นคนละด้านนั่นแหล่ะ)ดังนั้นความมั่นใจของพวกเราเปลี่ยนไปในทิศ ทางนั้นตลอดเวลา




    E: So, who’s the most popular person with the 3rd album’s promotions?
    DH: Teuk hyung. He speaks really well.
    SM: He’s the president of all the girls.
    All: HAHAHAHAHA
    LT: Our managers and I think that I feel I’m right in the middle in terms of Super Junior. It’s better if the leader is not so good or not so bad, but in the middle, so I heard that we picked a good leader.
    I didn’t really like this position, but now I think it’s right.
    YS: I think I’m lacking in some aspects, but everyone is popular to some extent. However, I think it’s better to work hard at one’s position whatever the popularity, so I try to work harder all the time.

    E: ดังนั้น, ใครคือคนที่ป๊อปที่สุด ในการโปรโมทอัลบั้ม 3?
    DH: พี่ทึก. เค้าพูดได้ดีจริงๆl.
    SM: เค้าคือประธานของสาว ๆ ทั้งหมด .
    All: HAHAHAHAHA
    LT: ผู้จัดการของพวกเรา และผมเองคิดว่าผมทำถูกต้องแล้วที่อยู่กึ่งกลางระหว่างความเป็น Super Junior. มันจะดีกว่าถ้า leaderไม่ดีและไม่เลวจนเกินไป, แต่อยู่กลางๆ, นั่นผมได้ยินว่าเป็นการเลือก leade ที่ดีr.
    ผมไม่ได้ชอบตำแหน่งนี้เลย,แต่ในตอนนี้ผมคิดว่ามันถูกต้องแล้ว
    YS: ผมคิดว่าผมขาดบางอย่างในเรื่องหน้าตา,แต่ทุกคนก็ได้รับความนิยมในแต่ละด้าน. อย่างไรก็ตาม,ผมคิดว่า มันจะดีกว่าถ้าทำงานอย่างหนักในหน้าที่ของแต่ลคน ไม่ว่าคุณจะได้รับความนิยมหรือไม่ก็ตาม ซึ่งผมก็พยายามทำงานให้หนักขึ้นตลอดเวลา


    E: In “Come to play”, Yehneung (entertainment) Yesung made everyone laugh so hard that it hurt. Today I’m a bit disappointed that you’re being serious in answering idol’s textbook style.
    YS: That’s me being honest though. Other members are better looking than I am and excel in many ways. I don’t dance well, I’m the vocal but I don’t think I’m all that good at singing, and that’s why I accept that part.
    I accept it and think to myself to work harder. I used to be upset about that before, but now I’m done with all that worrying.

    E: ในรายการ “Come to play”, เยนึง(ผู้มากความสามารถ) Yesung ทำให้ทุกคนฮากลิ้ง. วันนี้ฉันผิดหวังนิดหน่อยที่คุณดูซีเรียสในการตอบคำถามมาก สไตล์การตอบคำถามตามตำราของไอดอล
    YS: ทั้งหมดนั่นคือผม.สมาชิกคน อื่นๆ ดูดีกว่าผมมาก และเก่งกว่าในหลาย ๆด้าน ผมเต้นไม่เก่ง, ผมเป็นนักร้อง แต่ผมก็ไม่คิดว่าผมร้องเพลงได้ดีและนั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมจึงยอมรับในส่วน นี้.
    ผมยอมรับมันและคิดว่าผมจะต้องตั้งใจทำมันอย่างหนัก.ก่อนหน้านี้ผมเคยเสียใจกับสิ่งเห
    ล่านั้น แต่ตอนนี้ผมหายกังวลเรื่องเหล่านั้นแล้ว


    E: So which member do you wonder why they have so much popularity? Who gets more attention to what they have?
    EH: Everyone has the amount of popularity in parallel with their talents. Don’t ask more now.

    E: แล้วสมาชิกคนไหนที่คุณสงสัยว่า ทำไมเค้าถึงป๊อปนักนะ? ใครได้รับความสนใจมากกว่า พวกเค้ามีอะไรนะ?
    EH: ด้วยความสามารของพวกเค้าทุกคนได้รับความนิยมเท่า ๆกันล่ะฮะ อย่าถามมากไปกว่านี้เลย


    E: kkk, I’ll pass this as well, since it looks like you’re being careful. Let’s talk about “Intimate note” that got a bit of media attention. I got shocked that there were some members who didn’t know the others’ numbers.
    You were really not that close to each other? Or was it the editing? Eunhyuk and Sungmin answer please, since you were the actual people in the show.
    EH: It really is how we look. Honestly, when I’m alone with Heechul hyung, I can feel the awkward atmosphere.
    SM: I was also a bit awkward with Kangin hyung. But to make us sit in front of 10 or more cameras without a script, it looked even worse than it looked. Even people really close to each other would look awkward in those situations too.
    Anyway, when Kangin hyung and I are by ourselves, we do talk less, just because we’re different, in what we like.
    YS: It’s more that they’re into different things, and they have different hobbies too.
    LT: Also, just like it was broadcasted, EH did take Heechul’s t-shirt and they don’t really talk and stuff, yeah they’re all right. hahahaa

    E: คิคิคิ, ฉันข้ามตรงนี้ดีกว่า, ดูเหมือนพวกคุณระวังเรื่องนี้จัง. มาพูดถึงรายการ “Intimate note” เป็นรายการที่น่าสนใจมาก. ฉันช๊อคที่มีสมาชิกในวงไม่รู้เบอร์โทรกันด้วย
    พวกคุณไม่สนิทกันจริง ๆนะเหรอ? หรือว่าเป็นเรื่องที่แต่งขั้น? EunhyukและSungmin ช่วยตอบด้วยค่ะ, เพราะว่าคุณได้ไปร่วมรายการ.
    EH: มันคือเรื่องจริงของพวกเรา. จริง ๆแล้ว เมื่อผมอยู่กับพี่ฮีชอลลำพัง,ผมรู้สึกถึงบรรยากาศที่น่าอึดอัดใจ.
    SM:ผม ก็รู้สึกอึดอัดใจด้วยเหมือนกันเวลาที่อยู่กับพี่คังอิน.แต่ เมื่อจับพวกเราให้นั่งอยู่ข้างหน้าคนเป็น 10 หรืออยู่หน้ากล้องโดยไม่มีบทให้พูด มันก็จะแย่อย่างที่เห็น.แม้กระทั่งคนที่สนิทกันจริง ๆก็รู้สึกอึดอัดเหมือนกันในสถานการณ์อย่างนั้น อย่างไรก็ตามเมื่อผมกับพี่คังอินอยู่ด้วยกันลำพัง เราพูดกันน้อยมาก เพราะว่าเราแตกต่าง ชอบอะไรต่างกัน
    YS: มันยิ่งกว่าเค้าชอบอะไรต่างกันนะสิ เค้ายังมีงานอดิเรกที่ต่างกันด้วย.
    LT: เหมือนกับที่ได้ออกอากาศแหล่ะครับ, EH เอาเสื้อยืดของฮีชอลไป และเค้าก็ไม่พูดอะไรกันอีกเลย, พวกเค้าโอเคล่ะ. 555


    E: I’m a bit freaked out because I thought it was all editing. So are you guys closer now after the show?
    LT: Well as a bystander, I don’t think they’re that close yet. But EH and HC pair and KI and SM pair don’t call each others’ names but rather call each other “Hey, intimate mate!” after the show.
    Few days ago, during the filming of ‘It’s you’ MV, Eunhyuk was eating by himself. I felt sorry for him, so I was going to go over to eat with him, then Heechul said, “Hey, intimate mate, let’s eat together!” and took his stuff to eat with Eunhyuk.
    SM: And then they ate without a conversation. It looks awkward when you’re with them, but they said that they’re comfortable like that.
    DH: KK Yeah, that’s right. They didn’t say a word as they were eating.
    YS: Heechul hyung and Eunhyuk are the kind of people who don’t usually talk when they’re eating, and they don’t like others taking their food. What’s the point of being together then?!

    E: ฉันจะเป็นลมเพราะฉันคิดว่ามันคือเรื่องที่แต่งขึ้น แล้วพวกคุณสนิทกันรึยังหลังจากจบรายการ?
    LT: ก็ ดีครับ ในฐานของคนนอก, ผมไม่คิดว่าพวกเค้าสนิทกัน.แต่คู่ของ EH กับ HC และคู่ KI กับSM จะไม่เรียกชื่อกัน เค้ากลับเรียกกันว่า “เฮ้, เพื่อนสนิทร่วมทีม!” หลังจากรายการนั้น.
    สองสามวันที่ผ่านมา, ระหว่างที่ถ่ายทำ MV ‘It’s you’ , Eunhyuk นั่งกินข้าวคนเดียว.ผมเสียใจก็เลยไปนั่งด้วย, จากนั้นฮีชอลก็พูดว่า, “เฮ้, เพื่อนสนิทร่วมทีม,มากินด้วยกันสิ!” แล้วก็เอาของกินของเค้ามานั่งกินกับอึนฮยอก.
    SM:และจากนั้นเค้าก็กินโดนไม่ได้คุยอะไรกัน. มันดูน่าอึดอัดเวลาคุณไปอยู่กับพวกเค้า, แต่พวกเค้าพูดว่าเค้าสบายใจที่เป็นอย่างนั้น.
    DH: คิคิ ใช่ครับ, ถูกต้องเลย. พวกเค้าไม่พูดอะไรซักคำระหว่างที่กินข้าว.
    YS: พี่ฮีชอลและอึนฮยอก เป็นพวกทีี่ค่อยชอบพูดว่าเวลากินอาหาร, และพวกเค้าก็ไม่ชอบให้ใครมาเอาของกินของเค้าไป. เป็นอย่างงี้ตอนอยู่ด้วยกัน แล้วไงล่ะ?!
    E: So, if you took part in “Intimate Note” again, is there anyone you want to go on with?
    DH: I want to be awkward with these people. So that I can actually go on the show!
    SM: You don’t seem to realise this, but you’re awkward with me. Hahahahaha
    SW: There’s no one from here, I don’t think.. kkk

    E: ถ้าหากคุณได้ไปร่วมในรายการ “Intimate Note” อีกครั้ง, มีใครที่คุณอยากจะไปคู่ด้วยมั้ย?
    DH:ผมอยากจะอึดอัดใจกับคน ๆ นี้. ดังนั้นนั่นทำให้ผมไปออกรายการนั้นได้!
    SM: ดูเหมือนมันไม่จริงเลยนี่,แต่นายอึดอัดใจกับฉัน. 555555555
    SW: ในนี้ไม่มีใครหรอกครับ,ผมไม่คิดอย่างนั้น.. คิคิคิ


    E: Usually when I interview singers in a group, they tell me that they’ve fought really fiercely at one point. Have you ever fought that you saw blood?
    EH: Fight until we saw blood?
    DH: We don’t fist fight with each other.
    YS: In our team, we get divided into two categories; the releasing kind and the holding in kind, so it never becomes into a big fight.
    LT: I’ve known EH for 10 years now and only fought properly this one time. When we went to Thailand, they were set on teasing me. I said, let’s practice, but Eunhyuk, Shindong and Sungmin just kept on teasing and won’t listen. So I was really angry that I moved to another room, but I could still hear them behind me talking! So I just turned my head, and Eunhyuk was shining his big smile at me. I just blasted off there and grabbed him and said “What did you just say?”. That is as big as it gets.

    E: บ่อยครั้งทีี่ฉันได้สัมภาษณ์นักร้องกลุ่ม,พวกเค้าบอกว่าเค้าเคยมีเรื่อง ทะเลาะกันรุนแรง. พวกคุณเคยทะเลาะกันถึงขั้นเลือดตกยางออกมั้ย?
    EH: ทะเลาะกันถึงขั้นเลือดตกยางออก?
    DH: พวกเราไม่ต่อยกันหรอก.
    YS: ในกลุ่มของพวกเรา, เราจะแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ; พวกปล่อยวางกับพวกที่ยึดติด ดังนั้นเลยไม่เคยทะเลาะกันแรง ๆซักที
    LT: ผมรู้จักกับ EH มา 10ปีแล้ว เคยทะเลาะกับครั้งนึง. ตอนที่เราไปประเทศไทย, พวกเค้าแกล้งผม. ผมบอกว่า, ซ้อมกันเถอะ,แต่อึนฮยอก ชินดง และซองมิน ยังเล่นกันอยู่ แล้วก็ไม่ฟังเลย.จนผมโมโหจริงๆ แ้ล้วผมก็หนีไปอยู่ห้องอื่น, แต่ผมยังได้ยินเค้าพูดจากข้างหลังผม !ผมเลยหันหลังไป, แล้วอึนฮยอกก็ยิ้มกว้างให้ผม ผมฟิวส์ขาด กระชากคอเค้าแล้วพูดว่า “นายว่าอะไรนะ?”. นั่นแรงสุดที่ทะเลาะแล้ว


    E: That’s not really a big fight, but rather a petty one? Which members fight over small things?
    SM: Donghae, Eunhyuk and Siwon.
    YS: They muck about, then gets upset, they get all serious and go outside to talk about it. They’re like, “Hey, what you did then, that wasn’t really on,” “You started it,” ; “But you were quite harsh just then weren’t you?” ; “You hit me with some feeling, I could tell.” Things like that. It’s really funny just watching them.
    LT: They’re the same age, that’s why. Donghae likes to talk about his worries to his friends, but Eunhyuk tends to keep himself to himself when he has worries. So Donghae gets upset when Eunhyuk doesn’t talk to him, and asks why he doesn’t say anything.
    The Siwon comes along and butts in asking “What are you guys talking about?” Then Donghae plays around and say, “You stay out of it”. Then Siwon goes “Hey, what did I do to upset you?” then.. they get serious and go outside.
    EH: Wow you guys know us really well?
    SW: It just means that you’re the problem, man~



    E: นั่นก็ไม่ใช่การทะเลาะที่รุนแรง, แต่ดูจะหยุมหยิมมากกว่ามั้ย? มีสมาชิกคนไหนทะเลาะกันแรงกว่านี้มั้ย?
    SM: Donghae, Eunhyuk and Siwon.
    YS:เค้า เล่นกันไร้สาระ,แล้วก็มาอารมณ์เสีย, พวกเค้าซีเรียสแล้วก็ออกไปข้างนอกเพื่อคุยเกี่ยวกับมัน.ประมาณว่า “เฮ้, แล้วนายจะเอาไงต่อ, ไม่ปล่อยให้เป็นอย่างงี้นะ,” “นายเริ่มมันก่อนนะ,” ; “แล้วนายก็หนายคายเหมือนกัน หรือไม่จริง?” ; “นายตีชั้นด้วยอารมณ์บางอย่าง, ชั้นบอกได้.” อะไรแนว ๆนี้. มันสนุกจริง ๆแค่ได้มองดูพวกเค้า.
    LT: พวกเค้าอายุเท่ากัน, นั่นคือเหตุผลว่า. Donghae ชอบที่จะพูดเรื่องกลุ้มใจให้เพื่อนเค้าฟัง,แต่ Eunhyuk ค่อนค้างที่จะเก็บเงียบไว้คนเดียวเวลาที่เค้ากังวล. ดังนั้น Donghae จะอารมณ์เสียเมื่อ Eunhyukไม่ยอมพูดกับเค้า, แล้วก็คอยถามว่าทำไมอึนฮยอกไม่ยอมพูดอะไรเลยล่ะ.
    ชีวอนที่มาตอนท้าย ถามว่า “พวกนายคุยอะไรกัน?” แล้ว Donghae ก็แกล้งพูดว่า, “นายอย่ายุ่ง”.ชีวอนเลยพูดต่อว่า “เฮ้, ชั้นไปทำอะไรให้นายอารมณ์เสีย?” จากนั้น.. พวกเค้าก็อารมณ์ตรึงเครียดแล้วเดินออกไป
    EH: ว้าว พวกนายรู้ร่วงของพวกเราดีจริง ๆเลย?
    SW: นั่นหมายถึงปัญหาของนายตังหากล่ะ, เพื่อน~





    E: You fight like this, and hang around together all the time, and sometimes because there are so many of you, some get left behind on the streets. Isn’t it better to be by yourself?
    SW: When I was filming “battle of the wits” and filming the drama, I was on my own, I wasn’t relaxed at all. We need each other.
    EH: When I go on a variety show, I can’t really say much. When I go with someone else, I tend to attempt more, but when I’m by myself, I come back without doing anything.
    YS: When we’re together, if we fail, other members can cover up for me, so I feel more relaxed. But that doesn’t happen when I’m by myself. Some time ago, I went to film “Yasimmanman2″ by myself,
    I became nervous from the day before. I felt that I didn’t show off all my skills on the show, and felt that if there was another member there I would’ve shown all I’ve prepared. I think by doing things on our own makes us realise the importance of each other.
    SM: I haven’t really done anything by myself, so I don’t really know.
    KH: Me too. Hahaha. Even with SJ-KRY and SJ-M stuff too. It’s less fun when it’s not all 13 together.
    LT: EH and I do a radio show together, and it’s our third year coming August. But honestly, I don’t know if it was only one of us, if we could’ve held on for 3 years, and feel that if one of us isn’t there, then the program wouldn’t be as fun to the listeners.

    E: พวกคุณทะเลาะกันลักษณะนี้, แล้วก็ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด, และในบางครั้งเพราะว่าพวกคุณมีสมาชิกเยอะ, บางคนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง. มันคงจะไม่ดีถ้าเป็นคุณเองถูกทิ้งแทน?
    SW: ตอนที่ผมถ่ายทำหนังเรื่อง “battle of the wits” และถ่ายละคร. ผมอยู่ของผมเอง,ผมไม่รู้สึกผ่อนคลายเลยจริงๆ พวกเราต้องการกันและกัน.
    EH: เวลาที่ผมไปออกรายการวาไรตี้, ผมไม่ได้พูดเยอะท่าไหร่. แต่พอผมไปร่วมรายการกับคนอื่นๆ, ผมจะขวนขวายมากขึน,และถ้าผมไปคนเดียว,ผมจะกลับมาโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย.
    YS: เวลา ที่พวกเราอยู่ด้วยกัน, ถ้าพวกเราพลาด,อีกคนก็จะช่วยเสริม, สำหรับผม ผมรู้สึกว่ามันผ่อนคลาย. แต่มันไม่รู้สึกอย่างนี้เวลาที่ไปออกรายกาารคนเดียว. ไม่นานมานี้,ผมไปถ่ายรายการ “Yasimmanman2″คนเดียว,
    ก่อนหน้านั้น 1 วันผมเครียดมาก.ผมรู้สึกว่าผมไม่สามารถโชว์ความสามารถของตัวเองได้, แล้วก็คิดว่าถ้ามีสมาชิกคนอื่น ๆอยู่ด้วยผมจะแสดงสิ่งที่ผมเตรียมมา. ผมคิดว่าการที่พวกเราแต่ละคนทำในสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวของเราเองเป็นเรื่องสำคัญนะ.
    SM: ผมไม่เคยทำอะไรสำเร็จด้วยตัวเองเลย ดังนั้นผมไม่รู้จริงๆ ครับ
    KH: ผมด้วย.555. ไม่ว่าจะเป็น SJ-KRY และ SJ-M .มันไม่ค่อยสนุกถ้าเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน 13 คน.
    LT: EH กับผมจัดรายการวิทยุด้วยกัน, แล้วเดือนสิงหาคมนี้จะครบ 3 ปีแล้ว.ด้วยความสัตย์จิงผมไม่รู้ว่าถ้าพวกเราจัดเองคนเดียว, จะสามารถอยู่ได้ถึง 3 ปีมั้ย แล้วรู้สึกด้วยว่าถ้าขาดคนใดคนหนึ่งไป, รายการของเราก็จะฟังแล้วไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่.
    E: By that point, maybe it’s more relaxing to be with the members, rather than your own family.
    SM: You can say that it’s the same thing. Being at home, or at our residence. We’re already a family.
    EH: Now it really feels like one of my body parts is missing if there aren’t our members next to me. When we first gathered, it was just a team collegue relationship, but now we’ve become real brothers.
    DH: I want us to have the name Super Junior until the end even when later in our life we’re in other areas in the industry. When Teuk hyung becomes a well known MC like Yoo Jae Suk, he would say, “I’m Super Junior’s LeeTeuk.”
    We don’t have to say that we belong somewhere but feel it, so we belong in Super Junior. Whatever we do, wherever we are.
    SW: Wow that’s cool! But wouldn’t it be quite funny? If we say, “We’re Super Junior!” in old men’s voices.
    LT: It’ll become like what Donghae said. I think SJ can go on until we’re in our 40s and 50s. The idols lifespan is short only in Korea, it’s not in Japan or China. Kimura Takuya releases his albums under the teams name and works on his own too. We, the 13 members are going to use Asia as our stage to perform. That’s our plan.

    E: จากประเด็นนี้, รู้สึกผ่อนคลายกว่าครอบครัวตัวเอง เมื่อพวกคุณได้อยู่กับสมาชิก
    SM:คุณจะพูดแบบนั้นก็ได้ มันเหมือนกันเวลาเราอยู่บ้าน กับ อยู่ที่หอพักของพวกเรา. พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว.
    EH: ตอนนี้มันรู้สึกเหมือนว่าส่วนหนึ่งของร่างกายผมจะหายไปถ้าหากไม่มีเมมเบอร์ อยู่ข้างๆผม. ตอนที่รวมตัวกันครั้งแรก,ความรู้สึกเหมือนความสัมพันธ์แบบเพื่อนในโรงเรียน, แต่ตอนนี้เรากลายมาเป็นพี่น้องกันจริงๆ.
    DH: ผมอยากให้พวกเรามีขึ้นชื่อว่าเป็น Super Junior ไปจนจบ แม้กระทั่งในอนาคตที่เราไปอยู่ในจุดอื่น ๆของวงการนี้แล้ว. เมื่อพี่ทึกกี้ไปยืนอยู่ในจุดของพิธีกรที่เป็นที่รู้จักเหมือนคุณยูแจซอก (พิธีกรตั๊กแตน XMAN ), เค้าจะพูดว่า, “ ผม Super Junior อีทึก.”เราไม่ต้องพูดออกมาว่าเราเป็นส่วนหนึ่งใน Super Junior แต่เรารู้สึกถึงมันได้. ไม่ว่าเราจะทำอะไร ไม่ว่าเราจะอยู่ตรงไหน.
    SW: ว้าว นั่นมันเจ๋งมากl!แต่มันจะไม่ตลกไปหน่อยเหรอ? ถ้าเราพูดว่า, “We’re Super Junior!”เป็นเสียงผู้ชายแก่ๆ.
    LT: มันจะเหมือนกับที่ Donghaeพูด. ผมคิดว่า SJ สามารถอยู่ต่อไปได้จนกระทั่งพวกเราอายุ 40 50 . ช่วงชีวิตของไอดอลนั้นสั้นเฉพาะที่ในเกาหลีเท่านั้นแหล่ะ,แต่ไม่ใช่ที่ ญี่ปุ่น หรือจีน. ทาคูยะ คิมุระ เปิดตัวอัลบั้มภายใต้ชื่อกลุ่มของเค้าและก็ทำในส่วนของเค้าเองด้วย. พวกเรา 13 ควรจะใช้ภูมิภาคเอเชียเป็นเวทีการแสดงของพวกเรา. นั่นคือสิ่งที่เราวางแผนไว้.



    E: Finally, I wanted to talk about love, which is something that’s forbidden for the idols. But I won’t go in too deeply about it. So lightly, I’ll ask you this.
    Between love and friendship, which member would choose friendship without hesitating, if they had to choose one?
    YS: There’s no one, right? kkk
    DH: Why isn’t there? There’s me! Me!
    SM: I think Donghae might actually.
    YS: Definitely not Eunhyuk.
    SM: Yeah that’s definitely right.
    SW: That’s right, that’s so obvious.
    EH:……..
    LT: I don’t know about the people here, but Shindong, who isn’t here, I think. I asked him once, “Hey, if you had a girlfriend and the members asked you to break up with her, would you do it?”, he said, “Yeah, sure”.
    So I asked why, and he said “Because the members told me to.” Shindong is quite laid back like that.
    SW: But I think if members told me to break up, I would, as well.
    SM: Maybe Eunhyuk will lean towards friendship if we tell him to break up?
    YS: But that situation won’t ever occur anyway. kkkkk

    E: สุดท้ายนี้, ฉันอยากจะพูดเกี่ยวกับความรัก, ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามของไอดอล แต่ชั้นจะไม่ถามลึกหรอกค่ะ . แค่ผิวเผิน ฉันจะถามว่า, ระหว่างความรักกับมิตรภาพ, สมาชิกคนไหนที่จะเลือกมิตรภาพอย่างไม่ลังเล,ถ้าเค้าต้องเลือกอย่างใดอย่าง หนึ่ง?
    YS:ไม่มีเลย,ใช่มั้ย? คิคิค
    DH: ทำไมจะไม่มีล่ะ? ก็ผมไง! ผม!
    SM: จริงๆผมคิดว่าน่าจะเป็น Donghae .
    YS: แน่นอนว่าไม่ใช่ Eunhyuk.
    SM: ใช่ มันแน่นอนเลยล่ะ.
    SW: ถูกต้อง, มันเห็นชัดๆ อยู่แล้ว.
    EH:……..
    LT:ผม ไม่รู้หรอกว่าคนที่อยู่ที่นี่จะเป็นไง,แต่ผมคิดว่า Shindong ที่ไม่ได้อยู่ที่นี่, ผมเคยถามเค้าครั้งนึง, “เฮ้, ถ้านายมีแฟนแล้วเมมเบอร์บอกว่าให้นายเลิกกับหล่อน, นายจะเลิกมั้ย?”, เค้าบอกว่า “แน่นอน”.
    ผมเลยถามว่าทำไม, เค้าบอกว่า ก็เพราะว่าเมมเบอร์บอก.” Shindongเป็นคนแบบนี้.
    SW: แต่ผมคิดว่าถ้าเมมเบอร์บอกให้ผมทำ ผมก็จะทำ
    SM: แต่สำหรับ Eunhyukเค้าคงจะตัดเพื่อนเลยล่ะถ้าเราบอกให้เค้าเลิก?
    YS: แต่เหตุการณ์แบบนี้ก็ยังไม่เคยเกิดขึ้นเลยซักที. คิคิคิคิ

    ขอบพระคุณ
    Source: Korean Cosmopolitan, June 2009
    Translations: soundscape @ sj-world.net
    Resource & page layout by Alice @ sj-world.net
    TH Translate by tomozuki1@suju-thailand
    'take out with full credit'

    May 26

    [Tran]อีทึกกับอึนฮยอก พูดถึงภาษาเกาหลีของฮันกยอง !


    อีทึกกับอึนฮยอก จับเข่าคุยกันถึงเรื่องภาษาเกาหลี ของฮันกยอง สมาชิกชาวจีน พวกเขาบอกว่า สำเนียงภาษาเกาหลีของฮันกยองนั้น น่ารักมากๆ โดยทั้งสองขอให้ฮันกยองพูดคำว่า น่ารัก ในภาษาเกาหลี จากนั้นก็พากันหัวเราะขำ

    ต่อจากนั้นฮันกยองก็ถามอีทึกเป็นภาษาจีนว่า กินอะไรรึยัง ซึ่งอีทึกก็ตอบว่า ยัง ทันใดนั้นอึนฮยอกก็พูดแทรกขึ้นมาว่า ถามอย่างนี้แล้ว นายจะไม่หาอะไรให้ชั้นกินเหรอ แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจจากฮันกยองเลย (๕ ๕๕.)

    แต่แล้วฮีชอลก็ถูกดึงเข้ามาเอี่ยวในบทสนทนา เมื่ออึนฮยอกถามฮันกยองขึ้นมาว่า นายชอบพี่ฮีชอลหรือชอบฉันมากกว่ากัน

    ฮันกยองหัวเราะเล็กน้อยแล้วตอบว่า ผมชอบพี่อีทึกครับ จากนั้นอีทึกก็ตัดบทโดยการพูดว่า ฮันกยอง หว่อ อ้าย หนี่ หยอกกันไปเย้ากันมา แล้วจบลงที่ อึนฮยอกเดินหนีไปซะดื้อๆ







    เครดิต : เอสตาร์ฉบับไหนไม่รู้ จำไม่ได้ -..-

    อีทึกและอึนฮยอกพูดถึงความนิยมของชาวเกาหลีในปัจจุบันในการมีคนรักเป็นชาวต่างชาติ


    อีทึก : เดี๋ยวนี้คนเกาหลีมีแฟนเป็นชาวต่างชาติเยอะ คนรู้จักของชั้น เค้าก็มีแฟนเป็นผู้หญิงมาเลเซีย

    อึนฮยอก : อ่า ~ ความรักนี่มันแปลกจริงๆเลยน๊า

    อีทึก : ซูเปอร์จูเนียร์ ก็มีสมาชิกเป็นชาวต่างชาตินี่นา ใช่มั้ย?

    อึนฮยอก : อ่า ~

    อีทึก : ฮันกยองกี้! ~

    อึนฮยอก : ฮันกยองฮยอง อ่าอ่า เค้าเป็นคนจีน!

    อีทึก : ชั้นจะนินทาเค้า ฮ่าๆๆ

    อึนฮยอก : ทำไมพี่เป็นคนแบบนี้ล่ะ พี่แก่แล้วนะ!

    อีทึก : ไม่ๆ เฮ้! ทำไมนายพูดแบบนั้นล่ะ ฮันกยองเค้าชอบผู้หญิงตัวสูงๆนะ

    อึนฮยอก : อะไรของพี่เนี่ย!?

    อีทึก : พูดถึงส่วนสูง ฮีชอล เค้าสูงตั้ง 179 แน่ะ แล้วชั้นก็สูง 179 อ่า นั่นน่าพอใจนะ

    อึนฮยอก : ผมก็สูง 178 นะ แล้วชีวอนก็สูง 183 ด้วย

    อีทึก : อ่า ชีวอนนี่ ชเวชีวอน เค้าสูงมากๆ บางครั้งที่ชั้นยืนใกล้เค้า ชั้นก็รู้สึกโกรธคุณแม่ขึ้นมาทันทีเลย

    อึนฮยอก : แล้วก็คยูฮยอนของเรา เค้าสูง 180 เซ็นฯ

    อีทึก : ฮันกยองล่ะ?

    อึนฮยอก : ผมไม่รู้!

    อีทึก : เพระว่าเค้าเป็นคนจีน เค้าก็เลยสูง

    อึนฮยอก : นั่นมันไม่ถูกเท่ากับว่า เค้าชอบทำเป็นไม่เห็นหัวผมน่ะ เค้าคิดว่าผมเป็นผงฝุ่น(ฮยอกน่าจะหมายความประมาณว่า ป๋าไม่ค่อยสนใจน่ะคะ)

    อีทึก : อ่า นั่นมันไม่ดีเลยนะ

    อึนฮยอก : ใช่!




    {งงมั้ย ? คนแปลก็งงค่ะ =[]=}



    '
    แปลเกาหลี โดย พี่ปุ๊กกี้
    แปลอิ้ง โดย ออนเซ็น
    แปลไทย โดย ก.แก้ม
    credits:http://asianfanatics.net

    ' ว่าด้วย สมาชิกคนไหนที่เหล่าเมมเบอร์ไม่อยากสนิทด้วย '


    อีทึก : จะว่าไป พวกเราทั้งสิบสามคน ก็ค่อนข้างสนิทกันนะ

    อึนฮยอก : แต่ก็มีบางคนที่ไม่สนิทและไม่อยากสนิทด้วยใช่มั้ย?

    อีทึก : นายหมายถึงอะไรเนี่ย!?

    อึนฮยอก : อย่างพี่ไง พี่สนิทกับคังอินฮยอง ฮีชอลฮยอง ซองมินฮยอง ทงเฮ แล้วก็ผม เฮ้! นี่พี่สนิทกับทุกคนเลยรึไง?

    อีทึก : ไม่นะ ชั้นไม่สนิทกับคิบอม

    อึนฮยอก : ฮ่าๆๆ

    คังอิน : คิมคิบอม เจ้าบ้านั่น!

    ซองมิน : เจ้าบ้านั่น!

    อีทึก: อาจจะเป็นเพราะว่า คิบอมเป็นคนพูดน้อย ส่วนชั้นก็เป็นคนพูดเก่ง เวลาที่อยู่กับเค้า ชั้นเลยรู้สึกอึดอัด บางครั้งชั้นก็นึกอยากจะง้างปากเค้าจริงๆเลย

    อึนฮยอก : อ่า นั่นสินะ คังอินฮยองล่ะ!?

    คังอิน : ชั้นเหรอ? อะไร?

    อึนฮยอก : คนที่พี่ไม่สนิทด้วยน่ะ

    คังอิน : อ่าอ่า เยซอง คิมจงอุน ไ-อ้ หมอนั่นน่ะ!

    อีทึก : โอ้ หมาน้อยเยซอง

    คังอิน : เค้าชอบทำตัวอวดฉลาด ทั้งๆที่จริงๆแล้วน่ะ มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นซักนิด (คังแรง = =)

    อีทึก : บางทีนะ ชั้นคิดว่า เยซองอาจจะเป็นคนที่ชั้นไม่อยากสนิทด้วยน่ะ

    อึนฮยอก : ฮ่าๆ

    ซองมิน : ชั้นว่าเยซองเป็นคนประหลาดๆ เค้าเหมือนคนสมองกลับ

    อีทึก : เค้าชอบมาจับปาก จับจมูกชั้น และนั่น มันก็ทำให้จมูกชั้นมีกลิ่น (เรื่องนี้อีกแล้ว - -)

    อึนฮยอก : อ่า นั่นมันแย่นะ

    คังอิน : เจ้าเต่านั่นด้วย ชั้นไม่ชอบมันเลยจริงๆ

    ซองมิน : ตังโกมะ เจ้านั่นมันชอบมองหน้าชั้น แล้วทำตาปริบๆ มันคิดว่ามันน่ารักกว่าชั้นรึไง!

    อีทึก : หืมๆ คราวนี้ก็เหลือซองมินกับอึนฮยอก พวกนายไม่สนิทกับใคร?

    ซองมิน : อืม ชีวอน! แล้วชั้นก็ไม่อยากสนิทกับเค้าด้วยนะ

    อึนฮยอก : ชีวอนเหรอ?

    ซองมิน : ใช่! เค้าตัวสูงเกินไป แล้วก็หล่อด้วย!

    อีทึก : อ่าอ่า ซองมินของเรา ไม่ชอบชีวอนเหรอเนี่ย?

    คังอิน : อึนฮยอก!

    อึนฮยอก : ผมสนิทกับทุกคนนะ ทุกคนดีกับผม แต่ฮันกยองฮยองน่ะ!

    อีทึก : ไม่น่า ฮันกยองอีกแล้ว

    ซองมิน : บางทีอึนฮยอกอาจจะไม่ชอบหน้าฮันกยองจริงๆก็ได้นะ

    อึนฮยอก : ผมพยายามที่จะพูดกับเค้าแล้วนะ แต่ว่าบางที . อ่า

    คังอิน : นายโ ง่ เองนี่นา

    อึนฮยอก : ไม่นะ นั่นมันไม่ใช่

    อีทึก : ฮันกยองเค้าขี้งก!

    ซองมิน : นั่นใช่เลย วันนั้นเราไปดื่มกัน เค้าไม่แม้แต่จะออกตังค์เลยซักวอน

    อึนฮยอก : แต่ผมสนิทกับชีวอนนะ แล้วก็ทงเฮด้วย เรารักกัน!

    อีทึก : ฮีชอลล่ะ ฮันกยองล่ะ

    คังอิน : คิมฮีชอล เค้าเป็นงูพิษ!

    อึนฮยอก : บางครั้งฮีชอลฮยองก็ทำให้ผมกลัว เค้าชอบตีผม!

    ซองมิน : ชั้นก็เคยถูกเค้าตี-น ะ แต่นั่นก็นานมาแล้ว

    อีทึก : ใช่เลย ฮีชอลชอบใช้กำลัง แม้แต่ชั้นหรือฮันกยอง ก็เคยถูกตีมาแล้ว

    อึนฮยอก : นั่นเป็นเหตุผล ว่าทำไมผมถึงไม่อยากสนิทกับฮันกยองฮยอง

    คังอิน : ชั้นจะบอกเค้าแน่ๆ แล้วนายก็จะโดนฮีชอลตี

    ซองมิน : ฮ่าๆๆ













    ' ยกออกไปพร้อมเครดิตนะคะ !


    แปลเกาหลี โดย พี่ออมสิน
    แปลอิ้ง โดย ก.แก้ม
    แปลไทย โดย ก.แก้ม
    credits:http://asianfanatics.net

    ‘ ความสัมพันธ์ของฮันกยองกับอึนฮยอก ’


    อีทึก : ฮันกยองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มีคนที่ไม่สนิทด้วย อึนฮยอกกี้ใช่มั้ย!? อ่า คราวนี้นายต้องพูดให้ถูกนะ ใช้คำให้ถูกนะ!


    ฮันกยอง : ไม่ ตอนนี้ชั้นพูดเก่งแล้วนะ แต่ว่า อึนฮยอก อึนฮยอกกี้ เราสองคนแทบจะไม่เคยคุยกันเลย


    อึนฮยอก : อ่า ฮยอง อย่าพูดถึงเรื่องนี้เลย


    อีทึก : ทำไมเป็นแบบนั้นนะ นายไม่ชอบเค้าเหรอ อึนฮยอกน่ะ?


    ฮันกยอง : นายถามอะไรของนายเนี่ย!?


    อีทึก : อึนฮยอกกี้ เด็กคนนี้ นิสัยไม่ดีเหรอ?


    อึนฮยอก : ฮยองอา ~ พอได้แล้วนะ พอเถอะน่า


    ฮันกยอง : เค้าจะโกรธถ้าชั้นเรียกเค้าว่า ฮยอกแจ แล้วเค้าก็จะเดินหนี อ่า นั่นชั้นไม่ชอบเลยจริงๆ ชั้นเคยกอดเค้านะ แต่เค้าก็จะบอกว่า ฮยอง ผมอึดอัด แบบเนี้ย!


    อึนฮยอก : ไม่นะ ผมไม่ได้ทำแบบนั้นนะ อย่าเชื่อเค้านะ! ฮยอง!


    อีทึก : อึนฮยอกบอกว่า นายชอบทำเป็นไม่สนใจเค้า (คนแก่ขี้ฟ้อง = =)


    ฮันกยอง : เวลาชั้นจะพูดอะไร จะมีไม่กี่ครั้งที่เค้ายืนฟังชั้นพูดจนจบ เค้าดื้อจริงๆนะ


    อีทึก : อ่า เป็นแบบนี้นี่เอง


    อึนฮยอก : ผมไม่ได้เป็นแบบนั้นนะ นี่!


    ฮันกยอง : เค้าถึงได้โดนฮีชอลตีบ่อยๆ


    อีทึก : หมอนั่นชอบใช้กำลัง เค้าใกล้เคียงปีศาจเข้าไปทุกทีแล้ว


    ฮันกยอง : อึนฮยอกเค้าจะพูดกับฮีชอลด้วยน้ำเสียงนอบน้อม แต่เค้ากลับพูดแบบไม่สุภาพกับชั้น


    อึนฮยอก : ฮยอง... (เถียงไม่ออก 5555+)


    อีทึก : นั่นไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย


    ฮันกยอง : เพราะแบบนี้ เราถึงไม่สนิทกันซักที


    อีทึก : อ่า






    แปลเกาหลี โดย พี่ออมสิน
    แปลอิ้ง โดย ก.แก้ม
    แปลไทย โดย ก.แก้ม
    เครดิตสุดสำคัญ : คิมอาจิน


    ‘ อึนฮยอกกับเรื่องของกอด ’


    อีทึก : อึนฮยอกเค้าน่ารักนะ เพราะแบบนี้ ทุกคนถึงชอบเข้ามากอดเค้าไง


    ฮีชอล : ทำไมชั้นไม่เห็นรู้สึกอะไรแบบนั้นเลยล่ะ?


    อึนฮยอก : ผมจะรู้สึกดีมากแลยถ้าฮยองไม่พูดมันออกมาน่ะ


    อีทึก : อย่าไปสนใจเค้าเลย คนแปลกๆแบบนั้นน่ะ


    ฮีชอล : เงียบไปเลย!


    อีทึก : อ่า เข้าเรื่องดีกว่า ใครที่นายกอดด้วยบ่อยที่สุดน่ะ?


    อึนฮยอก : ผมก็กอดกับทุกคนนั่นแหละ


    อีทึก : ทุกคนเลยเหรอ ฮันกยองด้วยเหรอ?


    อึนฮยอก : ทำไมฮยองถึงชอบพูดเรื่องนี้นะ!


    ฮีชอล : อีทึก นายเงียบได้มั้ยเล่า!


    อีทึก : เฮ้!


    อึนฮยอก : เค้าชอบกอดผม จริงๆนะ แต่ผมอึดอัดอ่ะ! ผมเลยตวาดเค้า!


    ฮีชอล : นายอยากโดนชั้นตีรึไง ฮะ!?


    อีทึก : อ่า อึนฮยอกกี้


    อึนฮยอก : แต่ว่าชีวอนน่ะ เค้าจะดึงผมเข้าไปกอด แล้วก็พูดว่า นายเองก็สู้ๆนะ


    ฮีชอล : โอเค จบกันตรงนี้เถอะ!










    แปลเกาหลี โดย พี่ออมสิน
    แปลอิ้ง โดย ก.แก้ม
    แปลไทย โดย ก.แก้ม
    เครดิตสุดสำคัญ : คิมอาจิน

    Super Junior is #36 on Korea's "most-liked idol in commercials" chart for January - May 2009.


    Super Junior is #36 on Korea's "most-liked idol in commercials" chart for January - May 2009.
    Compared to 2008's ranking, which is #136, it is a tremendous improvement.

    Professional judges from different brands, all above 16 years old, judged the likability of idols in commercials.

    Here are the people who were ranked above Suju :
    '09 Ranking '08 ranking Idol's name
    1 14 Kim Yuna
    3 5 Jang Dong Gun
    4 19 Rain
    6 13 Song Hye Kyo
    8 Nil Lee Min Ho
    9 2 Lee Hyori
    10 11 Bigbang(YG)
    11 34 Goo Hye Sun
    15 29 SNSD (SM)
    18 22 Han Ga-In
    20 53 Kim Hyun Joong(DSP)
    23 71 DBSK (SM)
    27 Nil Kim Bum
    27 20 WonderGirls (JYP)
    36 136 SuperJunior (SM)


    Credits : ONLYSJ13
    Translated from Chinese to English : Kyubes@sj-world.net

    <Tran> เหล่าบอดี้การ์ดของ SJ

    Kiss The Radio

    210509





    Eunhyuk :: ด้วยความที่เป็นศิลปิน เรามักจะมีบอดี้การ์ดอยู่ข้างๆเสมอ เวลาฝนตกแล้วเราเดินไปเข้าห้องน้ำระหว่างการถ่ายทำ บอดี้การ์ดจะตามเรามาด้วย พวกเค้าช่วยแม้กระทั่งเปิดประตูให้เรา ผมรู้สึกไม่ดีจริงๆนะ เรามักจะบอกว่าไม่เป็นครับๆ ไม่ต้องทำให้เราขนาดนี้ก็ได้.... มันอึดอัดจริงๆ


    Leeteuk :: พวกเค้าคอยถือร่มให้ แต่พวกเราก็บอกว่า โอเคๆ ไม่เป็นไรครับ แล้วก็วิ่งหนี แต่เค้าก็ยังตามมาแถมวิ่งตามอีกต่างหาก ( กร๊ากก..ก..ก 555+ )


    Eunhyuk :: ตอนนี้พวกเราเลยต้องทำใจยอมรับซะ แต่ก็ขอบคุณพวกเค้ามากๆจริงๆครับ


    Leeteuk :: เมื่อก่อน เคยมีครั้งนึงที่ชั้นขับรถออกไปข้างนอกเอง แล้วทีนี้ก็มีการตรวจวัดแอลกอฮอล์บนถนน ชั้นเบื่อนิดหน่อยก็เลยเปิดกระจกรถและกล่าวทักทายตำรวจจราจร พวกเค้าพูดว่า "อีทึกใช่มั๊ย!!?!" จากนั้นผมก็เป่าลมใส่เครื่องตรวจวัดก่อนเค้าจะปล่อยผมไป ผมไม่รู้จะไปไหนก็เลยกลับรถมาที่เดิม สวัสดีเค้าอีกรอบ และตรวจวัดอีกครั้งก่อนไป รวมแล้วทั้งหมด 3 รอบได้ แล้วพวกเค้าก็พูดกับชั้นว่า ไม่ต้องกลับมาแล้วนะ


    Eunhyuk :: พี่จะวกกลับไปทำไมเนี่ย ทำให้คนอื่นเหนื่อยเปล่าๆ......



    Leeteuk :: สนุกดี







    Credit: Kimsohye +  
    แปลไทย: CatchaRun@SJCC

    250509 Cho Ahra’s Cyworld..พี่สาวคยูฮยอน


    25.05.09 13:00

    Cho Ahra’s Cyworld









    25.05.09 13:00

    Cho Ahra’s Cyworld





    เอาเเว่นตาของชั้นคืนมา!  (ดวงตาของชั้น)

    (sorry sorry)♪







    Original Source; 조아라 미니홈피
    Credits; 내 예쁜 언니 ^-^

    [Trans] วอนเฮอึน ชอบทะเลาะกันเรื่องไม่เป็นเรื่อง

    Ver Eng:Source: Korean Cosmopolitan, June 2009
    Translated by soundscape @ sj-world.net
    Resource & page layout by Alice @ sj-world.net


    E: That's not really a big fight, but rather a petty one? Which members fight over small things?
    SM: Donghae, Eunhyuk and Siwon.
    YS: They muck about, then gets upset, they get all serious and go outside to talk about it. They're like, "Hey, what you did then, that wasn't really on," "You started it," ; "But you were quite harsh just then weren't you?" ; "You hit me with some feeling, I could tell." Things like that. It's really funny just watching them.
    LT: They're the same age, that's why. Donghae likes to talk about his worries to his friends, but Eunhyuk tends to keep himself to himself when he has worries. So Donghae gets upset when Eunhyuk doesn't talk to him, and asks why he doesn't say anything.
    The Siwon comes along and butts in asking "What are you guys talking about?" Then Donghae plays around and say, "You stay out of it". Then Siwon goes "Hey, what did I do to upset you?" then.. they get serious and go outside.
    EH: Wow you guys know us really well?
    SW: It just means that you're the problem, man~






    บก.: มีใครชอบทะเลาะกันเรื่องไม่เป็นเรื่องบ้าง

    มิน: ทงเฮ อึนฮยอก แล้วก็ชีวอนครับ

    เย: ชอบคุยเพ้อเจ้อแล้วก็โมโหกันเอง เสร็จแล้วก็บานปลาย
    ต้องพากันแยกไปคุยข้างนอก แบบ "ตะกี้อะ มันไม่ใช่ซะหน่อย"
    "ก็นายเริ่มก่อน" "แต่นายก็พูดแรงไปไม่ใช่รึไง"
    "นายแอบกัดฉันอะ ฉันรู้สึกได้" ประมาณนี้อะครับ เห็นแล้วขำมาก

    ทึก: เพราะพวกเขาอายุเท่ากัน ทงเฮจะชอบระบายเรื่องต่างๆให้เพื่อนๆฟัง
    แต่อึนฮยอกเป็นประเภทชอบเก็บเอาไว้ในใจ ทงเฮเลยมักจะโกรธ
    ที่อึนฮยอกไม่เล่าให้ฟัง แล้วก็ไปเซ้าซี้ถามว่าทำไมไม่เล่าบ้าง
    เสร็จแล้วชีวอนมาเห็นก็จะถามว่า เถียงอะไรกัน
    ทงเฮก็แกล้งตอบไปว่า "ไม่เกี่ยว ไม่ต้องยุ่ง"
    ชีวอนก็จะ "ฉันไปทำไรให้นาย" เสร็จแล้วก็เป็นเรื่อง ต้องพากันแยกไปคุยข้างนอก

    ฮยอก: โห พวกพี่รู้จักเราดีจัง

    วอน : ก็นายมันตัวสร้างเรื่องนี่



    Ver Thai : แปลโดย: aGoGo@{SUJU} ~SAPPHIRE BLUE TOGETHER~ Pantip

    090515-090521 KTR Segments




    1. Teacher’s Day/วันครู
    Eunhyuk: Today is teacher’s day, the teachers that have taught me previously always appear in my mind. If not for this occasion, I wouldn’t even remember to contact them.
    อึนฮยอค - วันนี้เป็นวันครู ใบหน้าของคุณครูที่เคยสอนผมมาก่อนโปล่เข้ามาในหัวผมตลอดเวลาเลย ถ้าไม่ใช่สำหรับโอกาสแบบนี้ผมคงไม่แม้แต่จะจำและติดต่อกับพวกท่าน
    Leeteuk: You only think of your teachers on teacher’s day?
    ลีทึก - นายคิดถึงคุณครูของนายแค่เฉพาะวันครูอย่างนั้นหรอ?
    Eunhyuk: Yeah, this isn’t very good….. Leeteuk, which teacher are you thinking of now?
    อึนฮยอค - ช่าย ความจริงมันไม่ค่อยดีหรอก..... ลีทึก ตอนนี้พี่คิดถึงคุณครูคนไหนอยู่?
    Leeteuk: There are many, I still keep in touch with them, and when I go back home, sometimes I will visit them. But there was a teacher that treated me quite badly, my impression of him is very strong. I really don’t want to remember him, but the way he treated me was just too horrible!
    ลีทึก - มีหลายท่านเลย ฉันยังติดต่อกับพวกท่านอยู่นะ และบางครั้งเวลาที่ฉันกลับไปที่บ้านเกิดฉันก็จะไปเยี่ยมพวกท่าน แต่ก็มีอาจารย์ท่านนึงที่ทำกับฉันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ฉันรู้สึกซาบซึ้งในตัวท่านมากเลยไม่ค่อยอยากจะจำเท่าไหร่ แต่ท่านก็ทำกับฉันเกินไปอยู่ดีนั่นล่ะ!
    Eunhyuk: Now, thinking about it, do you still miss him?
    อึนฮยอค - งั้นตอนนี้ ลองคิดดูนะ พี่ยังคิดถึงพวกท่านอยู่รึเปล่า?
    Leeteuk: …… No. Because he was biased towards me, he always felt that being a trainee, I wouldn’t succeed in my studies, my life was worthless, I was a bad child, and he always felt that way. Finally, when he wasn’t teaching me, he apologized to me, saying that he wanted to break his prejudices against me, and hoped that I would continue to work hard, and fulfill my dreams, and he walked off like that.
    ลีทึก - ......ไม่ เพราะท่านลำเอียงกับฉัน ท่านมักจะรู้สึกว่าการเป็นเทรนนี่ทำให้ฉันไม่มีทางประสบความสำเร็จด้านการเรียนได้ ชีวิตของฉันมันไร้ค่า ฉันมันเป็นเด็กเลว ท่านมักจะคิดแบบนั้น แต่ในที่สุดตอนที่ท่านไม่ได้สอนฉันแล้ว ท่านก็มาขอโทษฉัน แล้วก็บอกว่าอยากจะเลิกมีอคติกับฉัน และหวังว่าฉันจะทำงานหนัก และทำความฝันให้เป็นจริงแล้วก็เดินจากไปทั้งแบบนั้น

    2. The Pains of Being Sick/ความเจ็บปวดระหว่างไม่สบาย
    Leeteuk: If anyone of us falls sick, and the members are all out with their schedules, we’re left alone lying in the dormitory. There really is some sort of fearful feeling. Lying there thinking of calling someone, but there is nobody around.
    ลีทึก - ถ้าใครซักคนในพวกเราไม่สบาย แล้วสมาชิกคนอื่นๆก็ออกไปทำงานตามตาราง เราก็ต้องทิ้งเขาให้นอนอยู่คนเดียวในหอพัก มันเป็นความรู้สึกที่น่ากลัวเลยล่ะ นอนอยู่เฉยๆแล้วก็นอนคิดจะเรียกใครซักคน แต่กลับไม่มีใครอยู่เลยแม้แต่คนเดียว
    Eunhyuk: As an artiste, we must always maintain a lucid image, so if we fall sick we cannot work, it’s really very sad. Especially because there’s no one to take care of you, and the members have no idea, it’s very unbearable.
    อึนฮยอค - ในฐานะศิลปิน พวกเราต้องรักษาภาพลักษณ์เสมอ ดังนั้นถ้าเกิดป่วยเมื่อไหร่เราก็ไม่สามารถออกไปทำงานได้ มันเลวร้ายจริงๆ โดยเฉพาะเพราะว่าไม่มีใครมาดูแลคุณได้ และพวกเมมเบอร์ก็ไม่มีความเห็นอะไร สุดจะทนเลย

    3. Leeteuk’s Coming of Age Day KISS/จูบ และวันบรรลุนิติภาวะของลีทึก

     
    Leeteuk: When I was 20 and spending my coming of age day, it really was a depressing day. That day after training ended, the trainee fans gave me roses and perfume, but I didn’t receive the most important present. (Note: In Korea, on one’s coming of age day, people usually give roses, perfume and a KISS as a present)
    ลีทึก - ตอนฉันอายุ 20 และใช้เวลาในบรรลุนิติภาวะ มันเป็นอะไรที่หดหู่ๆสุดๆเลย วันนั้นหลังซ้อมเสร็จ บรรดาแฟนๆได้ให้กุหลาบและน้ำหอมกับฉัน แต่ฉันกลับไม่ได้รับของขวัญที่สำคัญที่สุด (ในเกาหลีวันบรรลุนิติวะทุกคนมักจะให้ดอกกุหลาบ น้ำหอม และจูบเป็นของขวัญ)
    Eunhyuk: What was the most important thing? KISS?
    อึนฮยอค - อะไรสำคัญที่สุด จูบงั้นหรอ?
    Leeteuk: No, it differs from person to person…..
    ลีทึก - เปล่า มันต่างกันนะจากความคิดของแต่ละคน
    Eunhyuk: Somehow, it’s the KISS.
    อึนฮยอค - ยังไงก็เถอะ มันคือจูบ
    Leeteuk: On the bus on my way home, I searched my phone book, I was thinking it would be better to call my Noonas (girls that are older).
    ลีทึก - บนรถบัสตอนกลับบ้าน ฉันเจอสมุดโทรศัพท์ และคิดได้ว่าคงจะดีกว่าถ้าฉันจะโทรไปหาพี่สาว
    Eunhyuk: Just because of a KISS?
    อึนฮยอค - เพราะจูบงั้นสิ?
    Leeteuk: It’s coming of age day, whatever it is, you have to leave a good memory. So I called my noonas asking what they were doing, 2 of them said they were at home.
    I went downstairs asking for a present from them: “Noona, I’ve become of age, give me a present.”
    She took one look at me holding the roses and perfume in my hands, and left like that……
    ลีทึก - มันเป็นวันบรรลุนิติภาวะนะ ช่างเถอะวันอะไรก็ช่าง ก็ควรจะมีความทรงจำดีๆสิ ดังนั้นฉันเลยโทรหาพี่สาวถามว่าพวกเขาทำอะไรกันอยู่ แล้วทั้งสองคนก็บอกว่าอยู่บ้าน ฉันลงไปชั้นล่างแล้วถามหาของขวัญ "พี่ ผมบรรลุนิติภาวะแล้วนะ เอาของขวัญมาให้ผมสิ" พวกเธอมองผมที่ยืนถือกุหลาบกับน้ำหอมทีนึงแล้วก็เดินไปอย่างงั้นเลย......
    Eunhyuk: She left like that? She’s so boring.
    อึนฮยอค - เธอเดินออกไปทั้งอย่างงั้นเลย? เป็นผู้หญิงที่น่าเบื่อจริงๆ

    4. Men’s Shoe Sizes/ไซส์รองเท้าของผู้ชาย


    Eunhyuk: My shoe size is the men’s average of 165, ah no its size 265…..
    อึนฮยอค - ไซส์รองเท้าอยู่ในเกณฑ์ของผู้ชาย 165 อ่า ไม่สิ มันคือไซส์ 265.....
    Leeteuk: 165? 265! I usually wear a smaller size 260 because it looks better, the most appropriate is still size 265. When I was in junior high, Hip-hop pants were trendy, my waistline was 38, 40, that time my shoe size reached over 300.
    ลีทึก - 165? 265? ปกติฉันใส่ไซส์ที่เล็กกว่า 260 เพราะมันดูดีกว่า แต่ไซส์ที่เหมาที่สุดก็ยังคงเป็นไซส์ 265 ตอนฉันอยู่ม.ปลาย กางเกงฮิปฮปกำลังฮิตมากๆ เอวฉันอยู่ที่ประมาน 38 หรือ 40 ตอนนั้นไซส์รองเท้าของฉันมันพุ่งเลย 300 ขึ้นไปอีก
    Eunhyuk: My highest record was wearing size290.
    อึนฮยอค - สถิติไซส์ที่ใหญ่ที่สุดที่ผมเคยใส่คือ 290
    Leeteuk: It is better for people to wear the appropriate size, I feel uncomfortable when I wear smaller sizes.
    ลีทึก - มันดีกว่าที่จะใส่ไซส์ที่พอดี ฉันรุ้สึกไม่ค่อยสบายเท่าไรห่หรอเวลาใส่ไซส์ที่เล็กกว่าขนาดจริง
    Eunhyuk: Yeah, you can’t wear those that are too big, you can’t wear those that are too small.
    อึนฮยอค - ช่าย คุณจะใส่ที่ใหญ่ไปหรือเล็กไปไม่ได้
    Leeteuk: Sungmin’s feet are very small, 250?
    ลีทึก - เท้าของซองมินเล็กมาก 250?
    Eunhyuk: Sungmin…… Around there, 250
    อึนฮยอค - ซองมิน...... ประมาณนั้น 250
    NOTE: Korean Shoe Sizes are measured in millimeters
    ไซส์รองเท้าของเกาหลีมีหน่วยวัดเป็นมิลลิเมตร

    credit:siamzone


    1. Teacher’s Day
    Eunhyuk: Today is teacher’s day, the teachers that have taught me previously always appear in my mind. If not for this occasion, I wouldn’t even remember to contact them.
    Leeteuk: You only think of your teachers on teacher’s day?
    Eunhyuk: Yeah, this isn’t very good….. Leeteuk, which teacher are you thinking of now?
    Leeteuk: There are many, I still keep in touch with them, and when I go back home, sometimes I will visit them. But there was a teacher that treated me quite badly, my impression of him is very strong. I really don’t want to remember him, but the way he treated me was just too horrible!
    Eunhyuk: Now, thinking about it, do you still miss him?
    Leeteuk: …… No. Because he was biased towards me, he always felt that being a trainee, I wouldn’t succeed in my studies, my life was worthless, I was a bad child, and he always felt that way. Finally, when he wasn’t teaching me, he apologized to me, saying that he wanted to break his prejudices against me, and hoped that I would continue to work hard, and fulfill my dreams, and he walked off like that.

    2. The Pains of Being Sick
    Leeteuk: If anyone of us falls sick, and the members are all out with their schedules, we’re left alone lying in the dormitory. There really is some sort of fearful feeling. Lying there thinking of calling someone, but there is nobody around.
    Eunhyuk: As an artiste, we must always maintain a lucid image, so if we fall sick we cannot work, it’s really very sad. Especially because there’s no one to take care of you, and the members have no idea, it’s very unbearable.

    3. Leeteuk’s Coming of Age Day KISS
    Leeteuk: When I was 20 and spending my coming of age day, it really was a depressing day. That day after training ended, the trainee fans gave me roses and perfume, but I didn’t receive the most important present. (Note: In Korea, on one’s coming of age day, people usually give roses, perfume and a KISS as a present)
    Eunhyuk: What was the most important thing? KISS?
    Leeteuk: No, it differs from person to person…..
    Eunhyuk: Somehow, it’s the KISS.
    Leeteuk: On the bus on my way home, I searched my phone book, I was thinking it would be better to call my Noonas (girls that are older).
    Eunhyuk: Just because of a KISS?
    Leeteuk: It’s coming of age day, whatever it is, you have to leave a good memory. So I called my noonas asking what they were doing, 2 of them said they were at home.
    I went downstairs asking for a present from them: “Noona, I’ve become of age, give me a present.”
    She took one look at me holding the roses and perfume in my hands, and left like that……
    Eunhyuk: She left like that? She’s so boring.

    4. Men’s Shoe Sizes
    Eunhyuk: My shoe size is the men’s average of 165, ah no its size 265…..
    Leeteuk: 165? 265! I usually wear a smaller size 260 because it looks better, the most appropriate is still size 265. When I was in junior high, Hip-hop pants were trendy, my waistline was 38, 40, that time my shoe size reached over 300.
    Eunhyuk: My highest record was wearing size290.
    Leeteuk: It is better for people to wear the appropriate size, I feel uncomfortable when I wear smaller sizes.
    Eunhyuk: Yeah, you can’t wear those that are too big, you can’t wear those that are too small.
    Leeteuk: Sungmin’s feet are very small, 250?
    Eunhyuk: Sungmin…… Around there, 250
    NOTE: Korean Shoe Sizes are measured in millimeters

    5. Leeteuk is Sick Again
    Leeteuk: Today, my throat hurt and my nose felt uncomfortable, so I made a trip to the hospital before being able to come here to do the program. I went to get an injection, the doctor said he was my fan so he cut me some slack.
    Eunhyuk: Your great voice now has been injected from the injection, congratulations.

    6. Eunhyuk Who Never Touches a Drop of Alcohol
    Leeteuk: Eunhyuk, you’ve never drank alcohol before, have you ever thought of trying a little?
    Eunhyuk: I’ve completely never thought of it before, I feel that drinking it is useless, and I want to maintain this kind of nobility of not having drunk alcohol before.
    Leeteuk: What if you need to drink to create the atmosphere?
    Eunhyuk: Just substitute it with other beverages.

    7. KTR’s Star Listeners
    Leeteuk: Eunhyuk, do you know that lately, many stars have been listening to the program. Xiah Junsu (A couple of days ago, a gag artiste was singing Mirotic on KTR, Xiah messaged Leeteuk saying “Hyung, Mirotic…… He sang really well……”) , Lee Hongki all sent messages, and there’s Davichi, SeeYa, SNSD…… etc
    Eunhyuk: And many people we never imagined.
    Leeteuk: Kim Youngwook (Idol Army MC)……
    Eunhyuk: and Kim Won Hee (One of the Onlbam Ajummas)
    Leeteuk: Any stars that are listening to the program now, please send us a message.
    (After they finished playing SG Wannabe’s “I Love You”)
    Leeteuk: The messages came immediately, SG Wannabe’s Seok Hun says he’s listening to the program now.
    Eunhyuk: Yeah, lately Seok Hun and Kyuhyun have been very ambiguous.
    Leeteuk: Both of them are close.
    Eunhyuk: Previously, Kyuhyun told Seok Hyun he was Seok Hyun’s fan, both of them wanted to be close friends
    Leeteuk: I was the one who match-made them
    Eunhyuk: Oh? So they are dating?
    Leeteuk: Erm…… On the 100 days anniversary, give me something good.

    8. 50 Year Old Super Junior
    Leeteuk: I think when Eunhyuk and I reach 50 years of age, others might say “Wow Leeteuk, Eunhyuk, both of you are already so old.”
    But between us, we will maintain the image that we had when we knew each other in Junior High, and when we meet we will definitely say “Why haven’t you changed at all!”
    Eunhyuk: That’s right, I definitely will not change.
    Leeteuk: Yeah, 50, 60 year old grandpa.
    Eunhyuk: At that time, we’ll still be cracking lame jokes.

    9. Member’s Bodyguards
    Eunhyuk: As artistes, we often have some bodyguards alongside us, when it rains, and we have go to the toilet in the middle of filming, the bodyguards will follow us to protect us, they even help us open doors, I really feel bad, we always say it’s okay, there’s no need to treat us so well…… It’s really pressurizing
    Leeteuk: They hold up the umbrella, but we say loudly that it’s okay and run off, but they actually follow and run after us.
    Eunhyuk: So now we just accept it, really thankful to them.
    Leeteuk: In the past, there was once I went out on a drive by myself, and they were catching drunk drivers on the road. I was too bored, so I opened the window and said hi to the traffic officer. The traffic officer said “Isn’t this Leeteuk?!”, and I breathed into the breathalyzer before he let me go. I had nowhere else to go, so I did a u-turn and went back, said hi to him again, and did the test again before he let me go. Altogether I made 3 rounds, and they told me not to come back again.
    Eunhyuk: Why do you keep turning here and there, making people feel tired……
    Leeteuk: It’s fun.

    10. New album recording?
    Leeteuk: Today Sungmin, Shindong and I did a FREE HUG at the university.
    Eunhyuk: Really? Today I was doing the recording, an album recording.
    Leeteuk: I’ve recorded too.
    Eunhyuk: Ah? You’ve recorded as well…….
    Leeteuk: In the blink of an eye, it’s over.


    Source: Kimsohye (Korean to Chinese)
    Translations: --dreamx @ sj-world.net (Chinese to English)