cherry's profileSuper Junior05PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    January 28

    [We are Super Junior!] 20060924 Kyuhyun

    ฟังเสียงคยูฮยอนออนแอร์ในรายการวิทยุ คลิกที่นี่

    [โจคยูฮยอน "ประกวดร้องเพลง"]

    ผม คยูฮยอนผู้ที่เป็นสมาชิกซูเปอร์จูเนียร์ที่เข้ามาทีหลังสุด
    ยืนอยู่บนเวที ร้องเพลง รับเสียงเชียร์จากแฟนๆ
    ยังเป็นภาพที่จำขึ้นใจ ตอนนี้ผมอยู่ตรงนี้
    ถูกแล้วที่ว่าความสำเร็จเป็นผลของความพยายาม
    เอาล่ะ มาย้อนความตั้งแต่นักเรียนม.ปลายธรรมดาๆคนนึงเริ่มฝันที่จะเป็นนักร้องกันดีกว่า

    เพื่อน - นี่ คยูฮยอน! วันนี้มีสอบร้องเพลงใช่มะ?
    คยูฮยอน - อืม
    เพื่อน - อ่า กินไข่เตรียมฟิตมาแล้วล่ะสิ อ่า ดีน้านายอ่ะ ก็นายร้องเพลงเก่งนี่
    คยูฮยอน - ฮ่าๆๆ ฉันเนี๊ยะนะ
    เพื่อน- โธ่ ยังจะมาทำถ่อมตัว แหม่ถึงมันจะแย่ครูดนตรีก็คงจะให้ท้ายนายเป็นพิเศษหรอกน่า
    ว่าแล้วก็นะ เมื่อคราวก่อนครูเรียกนายไปทำไมเหรอ
    คยูฮยอน - อ่า ตอนนั้นเหรอ? ก็แค่บอกว่าให้ร้องเพลงให้ดูหน่อยได้มั๊ย?
    เพื่อน - จริงเหรอ?
    คยูฮยอน - ครูบอกว่า "อยากจะแนะนำให้คนรู้จัก" แต่ยังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน
    เพื่อน - อ่า ถ้าไปได้สวย ก็ดีสินะ อ่าเพื่อนของฉันจะได้เป็นนักร้องเหรอนี่
    คยูฮยอน - โอเวอร์น่า ยังไม่รู้ว่าเป็นไงซะหน่อย
    เพื่อน - น่า ตามสันชาตญานสัตว์โลกของฉันแล้ว ถ้าเป็นนายล่ะก็ ต้องไปได้สวยแน่ๆ
    นี่ คยูฮยอน ถ้าเกิดนายขายออกดังขึ้นมา อย่าแกล้งทำเป็นไม่รู้จักฉันนะน้า

    ถ้าหากไม่มีครูดนตรีที่มองเห็นความสามารถของผมและให้ผมลองร้องเพลงให้ดูเมื่อตอนอยู่ม.ปลายปี 1ผมก็คงใช้ชีวิตมาแบบนักเรียนม.ปลายที่ชอบร้องเพลงธรรมดาๆคนหนึ่ง แต่เพราะสิ่งนั้นทำให้ความฝันที่จะเป็นนักร้องเริ่มก่อตัวขึ้นมาในชีวิตของผม ไปจนถึงได้มีโอกาศเข้าคอร์สฝึกเสียงกับค่ายเพลงแห่งนึง ฝึกมาเรื่อยจนผ่านไป 2 ปี จนเข้าสู่ม.ปลายปี 3

    เพื่อน - นี่ คยูฮยอน
    คยูฮยอน - อะไร? นายมีอะไร?
    เพื่อน - ไปประกวดร้องเพลงกันเถอะ
    คยูฮยอน - ประกวดร้องเพลง? งานนี้นายจะไปประกวดกับเพื่อนนายไม่ใช่เหรอ
    เพื่อน - อ่า ก็ใช่น่ะ แต่เพื่อนฉันมันดันไม่ว่างขึ้นมา โทรมาบอกว่าไปไม่ได้แล้วน่ะสิ ฉันก็เลยนึกถึงนายขึ้นมา
    นะ จับคู่กับฉันเป็นไง?
    คยูฮยอน - อืม เอาไงดีน้า~
    เพื่อน - น่านะ ฉันน่ะยังไงก็จะเข้าประกวดงานนี้ให้ได้ เราก็เคยร้องเพลงด้วยกันบ่อยๆนี่ นะนะไปเถอะ
    คยูฮยอน - โถ่ ซ้อมก็ไม่ได้ซ้อมน่ะ
    เพื่อน - ก็เริ่มซ้อมตั้งแต่ตอนนี้เลยสิ เพลงก็เอาเพงที่เราร้องด้วยกันบ่อยๆน่ะ เพลงนั้นนะ
    อะไรนะ อันเนี๊ยะๆๆ เพลง จยูรยอค ของ fly to the sky เป็นไง? เอามั๊ย?

    ในช่วงที่กำลังยุ่งอยู่กับทั้งการเรียนและเรื่อง้องเพลง เพื่อนก็มาช่วนให้เข้าประกวด
    ถึงแม่ตอนนั้นผมจะเข้าฝึกอยู่ที่ค่ายเพลงก็เถอะ แต่นี่ก็เป็นโอกาศดีที่จะได้ลองผมจึงตัดสินใจเข้าประกวด
    แล้วก็โชคดีผมคว้ารางวัลเหรัยญทองแดงมาได้ ชีวิตนักเรียนม.ปลายปี 3 ของผมก็ดำเนินมาแบบนั้น

    [ก๊อก ก๊อก ก๊อก]
    คยูฮยอน - ครับ?
    พ่อ - คยูฮยอน ลูกอยู่ปี 3 แล้วนะตั้งใจเรียนอยู่รึเปล่าน่ะ
    คยูฮยอน - ครับ? อืมมม พ่อครับ
    พ่อ - เสียงร้องเพลงดังไปถึงข้างนอกน่ะ ลูกพูดว่าจะเป็นนักร้อง จะร้องเพลง เลยทำให้ลืมเรื่องเรียนไปหรือเปล่า?
    คยูฮยอน - ไม่นะฮะ ผมก็ยังตั้งใจเรียนอยู่
    พ่อ - ยังจำได้ใช่มั๊ย ตอนที่เราบอกว่าจะเป็นนักร้อง พ่อยอมให้ได้เพราะว่าเราบอกว่าจะตั้งใจเรียนน่ะ
    คยูฮยอน - ครับ ผมจำได้ครับ
    พ่อ - อืม อย่าทิ้งการเรียนล่ะ

    ถึงพ่อกับแม่จะไม่ได้ต่อต้านในนิ่งที่ผมทำอยู่ก็จริง แต่ท่านก็เป็นห่วงเรื่องสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างมากถ้าหากผมสอบเข้าไม่ได้ หนทางสู่ความฝันของผมคงยิ่งห่างไกลออกไปอีกมาก ดังนั้นผมจึงจะต้องสำนึกไว้เสมอว่าแม้จะเตรียมตัวจะเป็นนักร้องอยู่ก็จะต้องสอบเข้าให้ได้

    เพื่อน - อ่า ตื่นเต้นๆๆๆ นี่ถ้าที่นี่ตกอีกล่ะก็ ซวยแน่
    คยูฮยอน นายล่ะเป็นไง เมื่อวานประกาศผลไม่ใช่เหรอ เป็นไง?ที่นั่นติดมั๊ย?
    คยูฮยอน - โธ่ถ้าติด ก็คงเหมือนยกภูเขาออกจากอก ภูเขาลูกเบ่อเริ่มเลย
    เพื่อน - อ่า แล้วพวกเราจะทำยังไงกันดีล่ะเนี๊ยะ
    คยูฮยอน - แต่ฉันน่ะ วันนี้มีประกาศผลอีกที่นึง แต่ฉันน่ะตื่นเต้นไปหมดสั่นจนโทรศัพท์ไม่ได้เลย
    นายช่วยโทรแทนฉันหน่อยสิ
    เพื่อน - ฉันเหรอ?
    คยูฮยอน - ฉันสั่นจะแย่แล้ว เอ้า นี่เบอร์
    เพื่อน - อืมๆ เข้าใจละ เดี๋ยวโทรให้
    [PPPPPPPP]เสียงกดโทรศัพท์
    คยูฮยอน - นี่ เป็นไงบ้าง?
    เพื่อน - .......ก็
    คยูฮยอน - ว่ามาเร็วๆซี่
    เพื่อน - อ่า โจคยูฮยอน นายจะทำยังไงดี~~
    คยูฮยอน - ตกอีกแล้วเหรอ? อ่า ฉัน จะไปเจอหน้าพ่อแม่ยังไงล่ะนี่
    ทั้งๆที่ถ้าต้องสอบเข้าได้เพื่อจะได้เป็นนักร้องแท้ๆ อ่า....
    เพื่อน - โธ่เอ๊ย เจ้าบ้า ติดแล้วโว๊ย โจคยูฮยอน ติดแล้ว!
    คยูฮยอน - อะไรนะ?! จริงเหรอ?
    เพื่อน - ติดแล้ววววว อ่านักศึกษารหัส 06 ดีใจด้วยกับนายอ่า

    ผมที่เริ่มใจเสียเพราะสอบตกจากมหาวิทยาลัยที่ยื่นใบสมัครเข้าไป แต่สุดท้ายก็ติดที่มหาวิทยาลัยสุดท้ายที่ประกาศผล มันก็คงจะดีถ้าได้เรียนในสาขาที่เกี่ยวข้องกับดนตรี แต่ก็ดีใจที่ติดมหาวิทยาลัยที่พ่อมับแม่คาดหวังไว้ เพราะมันทำให้ผมสามารถฝึกร้องเพลงได้อย่างสบายใจ

    EndKyuhyun behide story Part 1

    to b continue....

    -------------------------------------------------

    Korean Text by iwashi@ BABY LOVE
    Japanese Taxt by yume@ http://kr2jp.blog54.fc2.com/
    Thai Translation by didy@ LoveU Super Junior
    *Take out with full credit

    ฟังเสียงคยูฮยอนออนแอร์ในรายการวิทยุ คลิกที่นี่


    user posted imageuser posted image
    user posted imageuser posted image
    user posted imageuser posted image

    [คยูฮยอน สมาชิกคนที่ 13 แห่งวงซูเปอร์จูเนียร์]

    ผมโจคยูฮยอน
    ความฝันที่จะเป็นนักร้องเริ่มขึ้นเมื่อ คุณครูวิชาดนตรีถามผมว่า ไม่ลองร้องเพลงดูเหรอเมื่อสมัยเป็นนักเรียน
    ม.ปลายปี 1 แล้วตอนนั้นก็มีโอกาศได้เข้าฝึกร้องเพลงที่ค่ายเพลงแห่งหนึ่ง จนมาอยู่ม.ปลายปี 3 ก็ได้เข้า
    กระกวดร้องเพลงจากคำชักชวนของเพื่อน และสุดท้ายก็ได้รับรางวัล เหรียญทองแดงจากการประกวดครั้งนั้น
    และมันยังทำให้ผมได้รู้ถึงความสามารถของตัวเอง สัยอยู่ปี 3 ทั้งๆที่ยุ่งอยู่กับทั้งการเรียนและการร้องเพลง สุด
    ท้ายด้วยความทุ่มเทก็สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ทำให้หนทางแห่งการเป็นนักร้องเป็นจริงขึ้นมา

    SM - คยูฮยอน ถ้าจะเดบิวน่ะจะต้องลดน้ำหนักให้ได้ 5 กิโลนะ
    คยูฮยอน ครับ? ไดเอทเหรอครับ?
    SM - รู้ใช้มั๊ยว่า ยิ่งถ้าจะเป็นดาราจะต้องเอาใจใส่ดูแลตัวเองมากๆ
    คยูฮยอน ครับ
    SM ต้องลดน้ำหนักอีก 5 กิโลขึ้นไปนะ แล้วก็ ในช่วงที่ไดเอทน่ะก็อย่าลืมซ้อมรองเพลงด้วย
    คยูฮยอน ครับ
    SM อีกอย่างนึง รู้ใช่มั๊ยว่านายน่ะจะเข้าเป็นสมาชิกคนสุดท้ายของซูเปอร์จูเนียร์
    คยูฮยอน ครับ?? ก็ตอนนี้ซูเปอร์จูเนียร์ก็เดบิวไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ?
    SM ใช่ แต่นายก็จะเข้าเป็นสมาชิกคนที่ 13 ตั้งแต่อัลบั้มหน้าไงล่ะ
    เป็นสมาชิกคนที่ 13 ของซูเปอร์จูเนียร์ ทั้งเรื่องไดเอทก็หนักหนาสำหรับผมแล้ว ไหนจะการที่จะเข้าเป็น
    สมาชิกคนสุดท้ายของทีม ผมเริ่มรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก

    คังอิน นี่ ซองมิน เจ้านั่นใครน่ะ?
    ซองมิน ใคร? อ๋อ คยูฮยอน? ก็ที่บอกว่าจะมีคนใหม่เข้ามาในอัลบั้มถัดไปน่ะ นั่นแหละ เด็กคนนั้นแหละ
    คังอิน งั้นเหรอ แต่ว่านะ เจ้านั้นนะทำไมถึงได้ทักทายแบบนั้น
    ซองมิน ยังไง?
    คังอิน ก็ก้มหัวก็จริงนะ แต่ดูไม่จริงใจเลย
    ซองมิน งั้นเหรอ? คงยังไม่คุ้นคน ไม่คุ้นที่คุ้นทางล่ะมั๊ง คงอะไรอย่างนั้นแหละ
    คังอิน ถึงงั้นก็เถอะ แต่แค่เรื่องทักทายยังเป็นแบบนี้ ~ไม่ถูกใจเลยน้า
    ซองมิน ไม่ถูกใจเลยน้า~

    พอมาได้ยินเรื่องนี้ที่หลังถึงได้รู้ว่าเพราะการทักทายที่ไม่จริงใจของผมเคยทำให้พี่ๆไม่พอใจ จริงๆแล้วตอนนั้น
    ที่เป็นอย่างนั้นเพราะผมยังเกร็งอยู่ ดังนั้นทางเดียวที่ผมจะสามารถก้าวข้ามสิ่งเหล่านั้นมาได้มีเพียงแต่ความ
    พยายามของผมเท่านั้น
    เพราะว่าผมเพิ่งเข้ามาทีหลังดังนั้นผมยิ่งต้องพยายามมากขึ้น หลังจากที่ทุกคนซ้อมเสร็จแล้ว ผมยังจะต้อง
    พยายามซ้อมมากกว่าทุกๆคนเป็นสองเท่า ผมฝึกซ้อมอย่างนั้นมาเรื่อยเพื่อนับวันที่จะได้เดบิว ในช่วงนั้นมี
    เรื่องราวมากมาย และก็ยังมีเรื่องสนุกๆเรื่องนึงที่ผมยังจำมาจนตอนนี้

    อึยฮยอก อ่า ไม่ว่าจะซ้อมเท่าไหร่ ซ้อมเท่าไหร่มันก็ไม่พอ อ่า~ เหนื่อย~
    คยูฮยอน พี่อึนฮยอก ในท้องผมมันเหมือนจะเกิดสงครามแล้ว~ ไปกินข้าวเถอะ! กินข้าว!
    อึนฮยอก ฉันก็เหมือนกัน ท้องร้องมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว งั้นไปกินข้าวกันเดี๋ยวนี้เลย วันนี้นายเลี้ยงนะ! วันนี้น่ะ!
    คยูฮยอน อะไรอ่า~ เมื่อวานผมก็เลี้ยงไม่ใช้เหรอ!
    อึนฮยอก ไม่รู้ไม่ชี้~ ไม่ได้ยิน~ ไม่ได้ยิน~ ป้าคร้าบบบ เอา บูเดะจีเก(เป็นซุปชนิดนึง)สำหรับสองคนครับ!
    คุณป้า จ้า~~~จะทำให้เดี๋ยวนี้แหละจ้า รอแป๊ปนึงน้า
    อึนฮยอก คุณป้า ทำอะไรอยู่นะ อ๊ะ! คยูฮยอน นั้น! ตรงนั้น! ที่โต๊ะนั้นน่ะ
    คยูฮยอน ตรงไหน?
    อึนฮยอก ตรงนั้นน่ะ ตรงนั้นไง นั่นนะควานซังอูไม่ใช่เหรอ??
    คลิกดูรูปควานซังอู
    คยูฮยอน ควานซังอูเหรอ?? อ่าใช่เหรอ....
    อึนฮยอก ดูดีๆๆ น่าจะใช่ควานซังอูนะ
    คยูฮยอน อืม? ใช่แล้วล่ะ! ใช่แล้ว! อ่าทำไมมาอยู่ที่นี่เนี๊ยะ
    (คุณป้า- อ๊า ได้ลายเซ็นด้วย! ลายเซ็น! ควานซังอู)
    คยูฮยอน โห~~ได้มากินข้าวในร้านเดียวกันกับ ควานซังอู โอ้วว ตัวจริงทั้งเท่ หน้าก็เปล่งประกาย ระยิระยับเลยยยย
    อึนฮยอก อ่าๆๆๆๆ ดูเหมือนจะกินเสร็จแล้วล่ะทำท่าจะไปจ่ายเงินแล้ว
    คยูฮยอน เฮ้ออ ถ้าได้ลายเซ็นน้า ถ้าเห็นหน้าชัดๆ อ่าไปซะตอนนี้เลยดีมั๊ย(ไปขอลายเซ็น)
    อึนฮยอก นี่นาย สั่งข้าวไว้แล้วจะไหนเล่า เราจะทำอย่างนั้นไม่ได้นะ อืมมแต่ว่า เราไปนั่งที่โต๊ะที่ควานซังอู
    นั่งแล้วลองชิมบูเดะจีเก(ของควานซังอู)กันคนละทีดีมั๊ย
    คยูฮยอน ห๊า?
    อึนฮยอก นายไม่สงสัยเหรอ ว่าของที่ควานซังอุนกินน่ะจะรสชาดยังไง น่าจะไม่เหมือนกันนะนายว่ามั๊ย
    คยูฮยอน อ่านั่นสินะ จะอร่อยกว่ามั๊ยนะ?
    คุณป้า มาแล้วๆๆ ขอโทษที่ทำให้รอจ้า มัวแต่ง่วนอยู่กับควานซังอู นี่จ๊ะ บูเดะจีเก สำหรับสองคน พอเก็บโต๊ะ
    โน้นเสร็จก็รีบยกมาเลย อ่า ควานซังอู ควานซังอู
    อึนฮยอก อ่า! เราช้าไปก้าวนึง.... เราน่าจะรีบไปลองกินดูแท้ๆ
    คยูฮยอน อ่า พี่ฮะ พี่ว่าเราไม่ดูซกมกไปหน่อยเหรอฮะ (didy-ซกมก!!!)
    อึนฮยอก ซกมกอะไรเล่า!! นั่นนะควานซังอูเชียวนะ! เราจะมีโอกาศอย่างนี้อีกเมื่อไหร่เล่า อ่า ไม่น่าเลย~~
    พวกผมที่ได้เห็นคุณควานซังอูตัวจริง ทั้งๆที่เคยเห็นแต่ในทีวี เลยเกิดอยากลองชิมบูเดะจีเกที่คุณควานซังอู
    กินเหลือไว้ นึกถึงเรื่องนี้ทีได้ก็อดหัวเราะไม่ได้ แล้วยังเป็นเรื่องที่คุยกันเรื่อยมา เสียดายที่ไม่ทันได้ชิม

    หลังจากนั้นผมที่มาช้ากว่าสมาชิกคนอื่นก้าวนึงก็ได้เดบิวในซิงเกิ้ลของซูเปอร์จูเนียร์ [U]
    กว่าจะมาเป็นคยูฮยอนแห่งซูเปอร์จูเนียร์มีสิ่งที่เข้ามาทดสอบหลายครั้งหลายคราถึงแม้จะเดบิวแล้ว ก็ยังไม่ใช่
    ว่าจะราบรื่น มีข้อความที่พูดถึงผมแบบแย่ๆมากมายบนอินเตอร์เน็ทมันทำให้ผมเจ็บ แต่ในเวลานั้น ผมคิดจะ
    คิดแบบนี้ ผมจะต้องชนะมันด้วยความพยายามของผมอย่างสุดความสามารถ

    เมื่อได้ยินเสียงเชียร์ที่แฟนๆส่งให้ผม บางครั้งยังคิดว่ามันคือความฝันจนต้องตบหน้าตัวเองให้แน่ใจ แต่แล้วมัน
    ก็เป็นความจริง ชีวิตคนเรามันก็เหมือนวิ่งมาราธอน ไม่ใช่จะตะบี้ตะบันวิ่งออกไปแต่ต้น แต่ควรวิ่งอย่างสม่ำ
    เสมอและมั่นคงไปจนถึงเส้นชัย

    ผมคยูฮยอน สมาชิกซูเปอร์จูเนียร์ลำดับที่ 13

    -------------------------------------------------
    Korean Text by iwashi@ BABY LOVE
    Japanese Taxt by yume@ http://kr2jp.blog54.fc2.com/
    Thai Translation by didy@ LoveU Super Junior

    http://super-junior05.spaces.live.com/
    *Take out with full credit

    [We are Super Junior] 20061001 Kangin


    ฟังเสียงคังอินออนแอร์ในรายการวิทยุ คลิกที่นี่

    [คิมยองอุน ความฝันที่จะเป็นนักร้อง]


    user posted image


    ตอนนี้คุณคงรู้จักผมในฐานะ คังอินแห่งซูเปอร์จูเนียร์ แต่ชื่อจริงของผมคือ คิม ยองอุน
    กว่าที่ยองอุนจะกลายมาเป็นคังอินต้องผ่าฝันช่วงเวลากว่า 5 ปีของการฝึกหัด
    เอาล่ะ มาย้อนความตั้งแต่เป็นยองอุนจนมาเป็นคังอินกันดูดีกว่า

    เพื่อน 1 - นี่ คิมยองอุน! วันนี้เลิกเรียนแล้วทำไรเหรอ? ไปเล่นเกมส์กันมั๊ย?
    คังอิน - เกมส์เหรอ? ไม่ได้หรอก ต้องไปสระว่ายน้ำน่ะ
    เพื่อน 1 - สระว่ายน้ำ? อีกแล้วเหรอ?
    คังอิน - เออ ทำไม? เวลากินข้าวน่ะ เมื่อวานกินแล้ววันนี้ไม่กินอีกเหรอไง?
    นักกีฬาว่ายน้ำจะไปสระว่ายน้ำมันแปลกหรือไง
    เพื่อน 1- อ่อ งั้นเหรอ? งั้นพาฉันไปด้วยน้า~
    ที่สระน่ะมีพี่สาวสวยๆเต็มเลยใช่ม้าาาา
    คังอิน - พี่สาวสวยๆ? อ่อพี่สาวสวยๆน่ะเหรอ
    โธ่... มีแต่ป้าๆมาคอยวนดูฉันตั้งแต่บนสระยันในน้ำ
    เพื่อน 1- อ่า จริงเหรอ?
    คังอิน - ก็แน่ล่ะสิ หุ่นฉันออกจะเฟอร์เฟคขนาดนี้
    คุณป้าๆรุ่นแม่ทั้งมาขอให้ฉันสอยว่ายน้ำให้บ้างล่ะ.....อ่า ท่าทางจะติดใจฉัน อ่าไม่รู้ๆ
    ไม่อยากจะพูดถึงหรอก
    เพื่อน 1 - แต่ก็จริงอ่ะน้า นายก็ออกจะเฟอร์เพค ถ้าหันหน้าไปข้างพอให้เห็นหน้าแค่เหลื่อมๆอ่ะนะ
    ไหนจะแขนที่ดูท่าจะเหวี่ยงไปฟาดวัวตายได้ทั้งตัว
    แล้วไหนจะต้นขาที่แทบจะทำให้กางเกงว่ายน้ำเปียกๆปรินั่นอีก โอ๊ยยย ไอ้ถึก
    คังอิน - แกอยากตายมั๊ย?
    เพื่อน 1- ฮ่าๆๆๆ ไอ้ถึกเอ๊ย
    คังอิน - เว้ยยย ได้ยินมั๊ย ถามว่าอยากตายเหรอ?
    เพื่อน 1- ฮ่าๆๆ ฉันสงสัยจริงๆอยู่เรื่องนึงนะ ทำไมคุณนายถึงเอาข้าวมาไอ้ถึกอย่างนาย
    จริงๆแล้วเพราะอยากจะลองชิมนายไม่ใช่เรอะ?
    คังอิน - แก~~!!! ตาย!!!!
    เพื่อน 1- ลองชิมไปแล้วใช่มั๊ย? กินไปแล้วใช่มั๊ย?
    คังอิน - กินไปแล้ว! แล้วไง....

    ผมชอบออกกำลังกายมาตั้งแต่เล็กๆ
    ผมว่ายน้ำมาเรื่อยๆจนอยู่ม.ปลายปี 2 ผมคิดมาเสมอว่าการว่ายน้ำคือหนทางของผม

    เพื่อน 2 - อ่า ทรีมปาร์คอีกแล้วเหรอ?
    คังอิน - อ่า ก็แน่ล่ะก็ถ้าพูดถึงงานประกวดวรรณกรรม มันก็ต้องที่นี่และ
    จริงๆเลยน้าฉันแทบจะจำทุกซอกทุกมุมของที่นี่ได้แล้วนะ
    เพื่อน 1- เอาน่าก็ดีกว่าอุดอู้อยู่ในห้องเรียนเป็นไหนๆ
    นี่ ยองอุน นายน่ะเห็นเล่นมาจนถึงเมื่อกี้แล้ว แต่งเสร็จแล้วเหรอไง?
    คังอิน - ใครฉันเหรอ แน่นอนล่ะแต่งเสร็จแล้ว
    เพื่อน 2- อืมมม ฉันน่ะแค่บรรทัดเดียวก็ยังเขียนไม่ได้เลย งั้น อ่านให้เราฟังซะดีๆ
    คังอิน - ก็ได้ อ่านซักรอบจะเป็นไรไป? ฟังดีๆล่ะ รับร้องว่าพวกนายต้องซึ้งจนน้ำตาไหลเลยล่ะ
    เพื่อน 2-อ่า เร็วๆเลย
    คังอิน - ผู้ประพันธ์ คิมยองอุน
    วันนี้อยากจะคุยกับเธอเรื่องของเรา
    ถึงได้มาเพื่อเจอ โปรดเข้าใจฉันคนนี้
    ฉันตัดสินใจอย่างยากลำบาก เพื่อพูดกับเธอ
    มันเป็นสิ่งที่ฉันเพิ่งคิดได้เมื่อเช้านี้
    ความรู้สึกในใจนี้ สิ่งที่จะเอ่ยออกมาเมื่อเราจะเลิกกัน
    อ่าาาา ซาบซึ้งๆ ซาบซึ้งใช่มั๊ยล่ะ? ซาบซึ้งจริงๆ รู้สึกท่วมท้นไปเลยใช่มะ
    เพื่อน 1- เฮ้ย เดี๋ยวนะมันรู้สึกเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมั๊ย....
    「♬วันนี้อยากจะคุยกับเธอเรื่องของเรา♬」 อ่าาาา、มันเนื้อเพลง 「Candy」ของ H.O.T ไม่ใช่เหรอ?
    เพื่อน 2- โธ่ ก็ว่าทำไมมันแต่งได้เร็วนัก
    เพื่อน 1- โธ่!! ไอ้ขี้โกง!
    คังอิน - ฮ่าๆๆๆๆๆ!!!โห พวกนานนี่เร็วชะมัด รู้เร็วเชียว!
    SM - อ่า น้องครับ น้องนักเรียนใช่มั๊ยครับ?
    คังอิน - ครับ? ผมเหรอ?
    SM - ใช่ๆ ตอนนี้อยู่ปีไหนแล้วล่ะครับ?
    คังอิน - ม.ปลายปี 2 ครับ มีอะไรรึเปล่าครับ?
    SM - มองจากตรงนั้นมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วล่ะนะ ท่าทางดูดี ไม่คิดจะเป็นดาราบ้างเหรอ?
    คังอิน - ดาราเหรอครับ?
    SM - ตอนนี้กำลังรีบ ยังไงก็ลองมาออดิชั่นดูสักครั้งนะ นี่นามบัตรของผม เอามาด้วยตอนออดิชั่นนะ
    คังอิน - ครับ ครับ
    เพื่อน 1 - นี่ๆ ลุงนั้นเอาอะไรให้นายเหรอ? เอ๊ะนี่มันนายบัตรของค่ายเพลงไม่ใชเหรอ?
    อ่าๆ เคยได้ยินๆพวกแมวมองแน่ๆเลย โอ้ววว สุดยอด!
    (คังอิน - อะไรเล่า ไม่ใช่ครั้งแรกซะหน่อย)

    นามบัตรที่ได้มาโดยบังเอิญที่ทรีมปาร์คสถานที่จัดงานประกวดวรรณกรรมที่ไปกับโรงเรียน
    สิ่งนี้มันทำให้ทางเดินของชีวิตผมหมุนกลับด้าน 180 องศา
    อีกทั้งพ่อกับแม่ของผมที่คอยให้การสนับสนุนในสิ่งที่ผมเลือกเสมอ
    รวมทั้งเชื่อในการตัดสินใจของผทครั้งนี้ด้วย และไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคเข้าข้าง
    หรือจริงๆแล้วเพียงแค่ผมไม่รู้ว่าตัวเองมีพรสวรรค์ แต่มันก็ทำให้ผมผ่านการออดิชั่นที่ค่ายเพลง
    แล้วเด็กนักเรียนธรรมดาๆคนนึงชื่อคิมยองอุนก็ได้เข้ามาฝึกแล้วก็ฝึก
    จนความฝันที่จะเป็นนักร้องก็ค่อยๆก่อตัวขึ้นมาทีละนิดๆ
    แต่สิ่งต่างๆมันก็ไม่ได้มีแต่สิ่งที่สนุกสนานเสมอไป

    คังอิน - อ่า ฉันต้องไปแล้วล่ะ
    เพื่อน 1 - อะไรอ่ะ อีกแล้วเหรอ? ยังไม่ได้เล่นบาสสักเกมส์เลย
    เพื่อน 2 - น่าๆๆๆ เล่นอีกนิดน่า !
    คังอิน - ไม่ได้อ่ะ ฉันก็อยากจะวิ่งอีกสักนิดนะ แต่ยังไงก็ต้องไปแล้วล่ะ
    ไม่ไปซ้อมไม่ได้น่ะ เจอกันพรุ่งนี้นะ !
    เพื่อน 1- ซ้อมอีกแล้วเหรอ? คิมยองอุนอ่า นายจะได้เป็นนักร้องจริงๆเหรอ?
    เพื่อน 2- เฮ้ย นายทำไมพูดงั้นอ่ะ
    เพื่อน 1- เงียบไปเลยน่า ยองอุนน่ะ เห็นไปซ้อมอยู่ทุกวัน ผลออดิชั่นน่ะมันก็แค่ลมปากรึเปล่า?
    ถามจริงๆนายน่ะ ไอ้ที่เตรียมตัวเป็นนักร้องอยู่เนี๊ยะมันปีที่เท่าไหร่แล้ว
    คังอิน - ก็ที่ยังเป็นอย่างนี้อยู่ ก็เพราะว่ายังซ้อมไม่พอนั่นแหละ..
    รออีกนิดน่า แล้วพี่ชายคนนี้จะขึ้นไปยืนบนเวทีอย่างสง่างาม~~
    เพื่อน 1- ชริ เตรียมตัวอะไรกันเล่า
    พี่ชายที่ฉันรู้จักน่ะนะ เห็นเขาเข้าค่ายเพลงไปแค่ปีเดียวก็ได้เดบิวแล้ว?
    นานน่ะไม่ได้โกหกพวกเราอยู่หรอกเรอะ?
    คังอิน - อะไรนะ? โกหกเนี๊ยะนะ?
    เพื่อน 1- นายบอกว่าจะเป็นนักร้องจะไปฝึกงานก็ไม่ได้เลยเตรียมตัวอยู่ นั่นนะมันโกหกไม่ใช่เหรอ?
    คังอิน - นายเอาอะไรมาพูด ทำไมพูดแบบนี้
    เพื่อน 1- ฉันพูดจริงๆนะ นายรู้มั๊ยว่าพวกฉันเรียกนายว่ายังไง
    เรียกว่าเด็กเลี้ยงแกะน่ะ ปากก็พูดว่า "จะออกจะออก"
    จริงๆแล้วก็แค่ซ้อมอยู่ไม่ใช่เหรอ? (คำว่า จะออก ในที่นี้แปลว่าจะออกเทป ไม่ใช่ลาออกนะคะ)
    เพื่อน 2 - เฮ้ย หยุดเถอะ
    เพื่อน 1 - ไอ้ที่ว่าซ้อมน่ะมันอะไรหรอ นายน่ะ นายก็คิดเหมือนกันใช่มั๊ยล่ะ!

    หนึ่งในความยากลำบากของสมัยที่เป็นนักร้องฝึกหัด สายตาของเพื่อน...
    เพราะหลังจากการซ้อมที่ยาวนาน หนึ่งปี สองปี แต่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพื่อนๆก็เริ่มสงสัยในตัวผมทีละคนๆ
    แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าอื่นใดคือการที่แม้กระทั้งตัวเองก็เริ่มมีความถามกับตัวเอง
    "แล้วฉันจะเดบิวได้จริงๆเหรอ?" "หรือว่าเราจะจบลงแค่นี้จริงๆ?"
    แต่ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่รู้สึกแบบนี้ขึ้นมาผมก็จะกลืนก้อนสงสัยเหล่านี้ลงไป
    ถ้าจะให้มันจบแบบนี้ก็จะไม่ให้มันเริ่มขึ้นมาหรอก
    ถ้าหากให้มันจบไปแบบนี้จริงๆก็เท่ากับผมแพ้
    แล้วเวลาหมุนไปๆ......

    to be continue

    -------------------------------------------------
    Korean Text by iwashi@ BABY LOVE
    Japanese Taxt by yume@
    http://kr2jp.blog54.fc2.com/
    Thai Translation by didy@ LoveU Super Junior
    *Take out with full credit

    [ 5ปีของการฝึกหัดเพื่อถือกำเนิดซูเปอร์จูเนียร์คังอิน]






    ผมที่มีความมุ่งมั่นในการออกกำลังกายมาตั้งแต่เด็ก มีความฝันที่อยากจะเป็นนักกีฬา
    แต่แล้วนามบัตรใบนึงที่ได้มาเมื่อตอนไปงานประกวดวรรณกรรม
    เมื่อตอนอยาม.ปลายปี 2 ก็ได้เปลี่ยนเส้นทางชีวิตของผมไป
    ความฝันของผมได้เปลี่ยนเป็นการที่จะได้เป็นนักร้องเหมือนกับนักร้องที่ผมเคยได้เห็นแต่ในทีวี
    แต่ว่าอะไรๆมันจะได้มาง่ายๆ งั้นหรือ?
    ทั้งๆที่ระยะเวลาในการฝึกซ้อมก็ยาวนานขึ้นๆ แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้ากลับไม่มีสิ่งใด
    แม้แต่เพื่อนก็เข้าหน้ากันไม่ติด ค่อยๆโดดเดี่ยวไปจนร้อนรน

    เด็กฝึกหัด พี่ฮะ ได้ยินเรื่องนั้นมั๊ย?
    คังอิน เรื่องอะไรเหรอ?
    เด็กฝึกหัด พวกที่ฝึกมากับเราน่ะ...บอกว่าจะลาออก
    คังอิน จริงเหรอ??
    เด็กฝึกหัด ก็ทำท่าจะออกมาหลายทีแล้ว แต่ในที่สุดก็บอกว่าทนไม่ไหวแล้ว และก็ลาออกไป
    แล้วก็ จริงๆแล้ว ผมก็อยากจะออกแล้วเหมือนกัน
    คังอิน แม้แต่นายก็ด้วยเหรอ
    เด็กฝึกหัด พี่ก็รู้ไม่ใช้เหรอ ต่อให้ซ้อมทุกวัน ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่ได้จะทำให้ทำอะไรได้มากขึ้น
    ในทีวีนักร้องใหม่ๆก็เดบิวกันไปทุกวันๆ
    คังอิน เฮ้อ จริงๆแล้วฉันก็เหมือนกัน
    แม้แต่พ่อแม่ของฉัน ต่อหน้าท่านก็ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรแต่จริงๆแล้วก็ดูเหมือนท่านจะเป็นห่วงอยู่ เพื่อนเองก็ จะได้เป็นนักร้องเมื่อไหร่เหรอ จะได้เป็นจริงๆเหรอ พอโดนพูดแบบนี้เข้าฉันก็เขวไปเหมือนกัน
    เด็กฝึกหัด ใช่มั๊ยล่ะ ผมก็เหมือนกันแหละ งั้นก่อนที่มันจะสายเกินไปรีบเลิกซะก่อนไม่ดีกว่าเหรอ?
    พี่? จะว่าไป หัวพี่น่ะ....เป็นอะไรหรือเปล่า?
    คังอิน อะไรเหรอ?
    เด็กฝึกหัด เนี๊ยะตรงแถวๆกลางๆหัวเนี๊ยะครับ มันดูโล่งๆ ผมมันดูบางไปหรือเปล่าฮะ
    คังอิน เหรอ? จริงเหรอ?
    เด็กฝึกหัด พี่ดูเหมือนคนที่เครียดจัดๆเลย เหมือนคนที่เป็นโรคผมร่วงน่ะ?

    แล้วก็เป็นอีกวันหนึ่งที่เด็กฝึกหัดที่ฝึกมาด้วยกันยกเอาเรื่องอนาคตที่พูดกันมาหลายต่อหลายครั้งมาให้ครุ่นคิดอีกแล้ว ตอนนั้นช่วงปีที่สองของการฝึกหัด ปี 2003
    ผมที่กลายเป็นโรคผมร่วงเพราะความเครียด
    พอมาคิดดูตอนนี้คงไม่มีเรื่องอะไรที่หนักหนาเท่าตอนนั้นอีกแล้ว
    แล้วผมก็ฝ่าฟันจนผ่านช่วงเวลาฝึกหัดนั้นมาได้
    แล้วยังมีความหลังที่น่าจดจำที่ยังหลงเหลือมาจนถึงตอนนี้

    เพื่อน นี่มันนานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้ออกมาเที่ยว?
    คังอิน นั่นสินะ แต่ว่านะ ทำไมคนมันเยอะอย่างนี้ล่ะเนี๊ยะ? อ่า หายใจไม่ออก
    เพื่อน ก็แถวหน้าม.อีเดะเนี๊ยะมันก็คนเยอะมาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่ แล้วไง นายจะซื้อเสื้อผ้าใช่มั๊ย?
    คังอิน อืมม ซื้อสิ ป่ะไปเร็วๆ
    --- แกร้ง แกร้ง ---- เสียงเปิดประตูเข้าร้าน
    พนักงาน ยินดีต้อนรับค่ะ
    คังอิน อ่า กางเกงอยู่ไหนน้า อ่า ตัวนี้ดีมั๊ยนะ?
    พนักงาน เอ่อ ถ้าจำไม่ผิด พี่คิมยองอุนใช่มั๊ยคะ!
    ใช่มั๊ยคะ? ใช่มั๊ย? ใช่จริงๆด้วย! พี่คิมยองยุนจริงๆด้วย!
    คังอิน (อ่า สงสัยจะเคยดูรายการที่เราออกแน่เลย)
    อ่า ใช่ครับ ผมคิมยองอุนครับ! ใช่แล้วครับผมนี่แหละ~
    พนักงาน ฉันเคยเห็นพี่จากในอินเตอร์เน็ท ในรายการออดิชั่น~
    ตอนนี้เตรียมเป็นนักร้องอยู่ใช่มั๊ยคะ?
    คังอิน อ่าอะไรนะ อ่า ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ใช่แล้วๆนั่นน่ะผมเอง
    เพื่อน โอ้วว คิมยองอุน! นี่นายมีแฟนคลับแล้วเรอะ?
    คังอิน โธ่ เป็นไงล่ะ ก็เขิลเหมือนกันนะเนี๊ยะ แต่แหมยังไม่ทันเดบิวก็ดังขนาดนี้แล้ว~
    แหม่อะไรกันนี่~
    พนักงาน แต่ยังไงซะ พี่น่ะตัวจริงนี่ดูดีกว่าจริงๆนะคะ
    แล้วก็... พี่คะพี่รู้จักพี่จิฮุน มั๊ยคะ?
    คังอิน ใครเหรอ?
    พนักงาน ก็ในหมู่นักร้องฝึกหัดน่ะค่ะ มีคนที่ชื่อจิฮุนอยู่ใช่มั๊ยคะ
    พี่จิฮุนเป็นคนยังไงเหรอคะ? ใจดีรึเปล่าคะ? ใจดีใช่มั๊ยคะ? ใช่มั๊ย?
    คังอิน ครับ? อ่า ใช่ครับใจดี เป็นคนดีนะครับ
    พนักงาน - แล้วก็ พี่เค้ามีแฟนแล้วยังคะ? พี่เขาออกจะหล่อขนาดนั้น....
    มีมั๊ยคะ? มีมั๊ย? อ่า ต้องมีแน่ๆเลย~
    คังอิน อันนั้นไม่รู้ครับ~ เสื้อผ้ามีอะไรน่าสนใจมั๊ยที่นี่
    พนักงาน แล้วก็...แล้วพี่ชายคนนั้นจะเดบิวเมื่อไหร่เหรอคะ?
    ตอนนี้ก็รอแค่วันเดบิวเท่านั้นนะเนี๊ยะ....
    เพื่อน อะไรกันเนี๊ยะ คิมยองอุน เด็กคนนั้นตกลงว่าไม่ใช่แฟนคลับนาย
    แต่เป็นแฟนคลับนายจิฮุนนั่น ฮ่าๆๆๆๆๆ อะไรกันเนี๊ยะ
    คังอิน จิฮุนน่ะเป็นพี่นายนะ อย่ามาถือวิสาสะเรียกเค้าอย่างนั้น~
    พนักงาน อ่า พี่คะๆๆ จะไปไหนล่ะค่ะ!!
    แล้วตกลงว่าพี่จิฮุนมีแฟนละยังคะ พี่คะ! ไม่ซื้อเสื้อผ้าแล้วเหรอ!

    ทั้งๆที่ยังไม่ได้เดบิว แต่เพราะการถ่ายทอดภาพการออดิชั่น ทำให้มีคนรู้จักผมอยู้บ้าง
    แต่ไม่ใช่ว่าจะสนใจอะไรในตัวผม ก็มีเรื่อยๆที่เข้ามาถามว่าสนิทกับเด็กฝึกหัดคนอื่นๆหรือเปล่า
    แล้วเหมือนครั้งนี้ เจอเข้าต่อหน้าเพื่อนขายหน้าไม่ใช่เล่น
    เรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมากมายจนผ่านไป 5ปี

    SM ยองอุนมานี่หน่อยสิ
    คังอิน ครับพี่
    SM - ตอนนี้บริษัทกำลังเตรียมกรุ๊ปใหม่อยู่ รู้ใช่มั๊ย?
    คังอิน อ่า ซูเปอร์จูเนียร์ ใช่มั๊ยฮะ?
    SM ใช่ แล้วนายก็เป็นหนึ่งในนั้น ยังไงก็เตรียมตัวด้วยล่ะ
    คังอิน ห๊า จริงเหรอฮะ!
    SM ใช่สิ แล้วก็ถ้ารวบรวมสมาชิกครบเมื่อไหร่ก็จะเริ่มอัดเสียง
    จะต้องซ้อมเต้นด้วยนะ ยังไงก็เข้าใจตามนี้นะ
    คังอิน อ่า จริงเหรอ? จริงๆนะครับ? จริงใช่มั๊ย? ฮ้า~~~จริงๆใช่มั๊ย?!
    SM ก็บอกว่าจริงไงเล่า~

    บอกว่ากำลังจะได้เดบิว ผมถามย้ำกลับไปไม่รู้กี่ครั้ง
    「อ่า จริงเหรอ? จริงๆนะครับ? จริงใช่มั๊ย? ฮ้า~~~จริงๆใช่มั๊ย?!」
    คิมยองอุนก็ได้เดบิวเป็นชายหนุ่มแข็งแรงคังอินแห่งซูเปอร์จูเนียร์มาด้วยประการฉะนี้

    วันที่ 6 พฤษจิกายน ปี 2005 นึกถึงขึ้นมาในวันนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่ตื้นตันใจ

    ก่อนที่จะได้เดบิว เคยคิดว่าแค่ได้เดบิวก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว
    แต่จนมาถึงวันนี้ก็ทำให้ได้เห็นอีกสิ่งหนึ่ง
    ผมจะต้องยืนต่อหน้าแฟนๆเป็นครั้งแรกอย่างสง่างาม
    มันไม่ใช่การต่อสู้ครั้งแรกที่ผ่าฟันเพื่อจะเป็นที่สอง
    แต่จะต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อจะเป็นที่หนึ่ง เพราะอยากจะเป็นที่หนึ่งจึงมายืนอยู่ตรงนี้
    ต่อให้ผมล้มลงบนเวทีผมก็จะต้องลุกยืนขึ้นมาอีกครั้ง
    ผมจะต้องวิ่งไปข้างหน้าพร้อมๆกับสมาชิกทุกคน

    ผมคังอินแห่งซูเปอร์จูเนียร์
    -------------------------------------------------
    Korean Text by iwashi@ BABY LOVE
    Japanese Taxt by yume@
    http://kr2jp.blog54.fc2.com/
    Thai Translation by didy@ LoveU Super Junior

    http://super-junior05.spaces.live.com/

    *Take out with full credit

     

    [We are Super Junior] 20060724 Leeteuk


    ฟังเสียงอีทึกออนแอร์ในรายการวิทยุคลิกที่นี่

    [จองซูชายหนุ่มผู้รักเสียงดนตรี]


    ชื่อของผมคือปาร์คจองซู
    หัวหน้าวงที่มีสมาชิก 13 คน วงซูเปอร์จูเนียร์
    ทุกวันนี้ยุ่งมากขนาดที่คิดว่าขอแค่ได้นอนเต็มอิ่มซักวันก็ยังดี
    เอาล่ะ มาย้อนไปดูกันดีกว่าตั้งแต่เป็น จองซู จนมาเป็น อีทึก

    ครั้งแรกที่ได้เห็นวง ซอเดจีวาไอดอล ในทีวี คลิกดูภาพซอเดจีวาไอดอล
    มันเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่ทำให้ผมตื่นตะลึง

    อีทึก - ♪난 알아요 이밤이 흐르고 흐르면 누군가가~
    나를 떠나 버려야 한다는 그 사실을, 그이유를 ~♪
    เพื่อนบ้าน อ่าเอาอีกแล้ว นี่ให้ฉันได้นอนบ้างเถอะ!
    ลูกบ้านนี้ไม่หลับไม่นอนกันหรือไง! ทนไม่ไหวแล้วหนวกหู!

    ผมที่ชอบแหกปากร้องเพลงในบ้าน ก็จะได้ยินเสียงตะโกน "ช่วยเงียบหน่อยได้มั๊ย" มาจากข้างบ้านเป็นระยะๆผมก็ใช้ชีวิตมาอย่างนี้ จะพูดว่าเสียงดนตรีคือเพื่อนของผมก็ไม่ผิด

    แม่ อ่า จองซู จะเอาค่าขนมไปซื้อเทปอีกแล้วใช่มั๊ย? คราวนี้เทปใครอีกล่ะ?
    อีทึก ก็เพลงในอัลบั้มใหม่ที่กำลังจะออกเนี๊ยะเพลงดีมากๆเลยนะฮะแม่
    แม่ไม่ลองฟังดูซักครั้งล่ะฮะ?
    แม่ อ่า ไม่เอาหรอก ไม่ได้ชอบเพลงนักหนาเหมือนใครบางคนนี่ไม่รู้เรื่องหรอก
    ชอบขนาดนั้นไม่จัดห้องโชว์เทปเพลงไปซะเลยล่ะ?

    ความฝันที่อยากจะเป็นนักร้องของผมค่อยๆก่อตัวมาทีละเล็กละน้อย
    จากคำเย้าแหย่แบบไม่ได้ตั้งใจของแม่ แต่ว่า ผมก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงถึงจะได้เป็นนักร้อง
    จึงได้เก็บแต่เก็บความฝันนั้นไว้ในใจอย่างช่วยไม่ได้
    แต่แล้ววันหนึ่ง สมัยอยู่ม.ต้นปี 3

    เพื่อน จองซู! ฉันน่ะกำลังจะได้เดบิวเป็นนักร้องแล้วนะ
    อีทึก อะไรกัน? เดบิว?
    เพื่อน ใช่ ช่วงก่อนมีโทรศัพท์เข้ามา แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้เดบิวเร็วขนาดนี้!
    อีทึก อ่า ดีจังเลยนะ ดีใจด้วยกัยนายจริงๆนะ

    เพื่อนที่เต้นที่ร้องเพงด้วยกันมากำลังจะได้เดบิวเป็นนักร้อง
    ผมจะนิ่งเฉยไม่ได้แล้วล่ะผมต้องทำอะไรสักอย่าง
    แล้วโอกาศก็มาถึงอย่างโดยไม่ทันตั้งตัว
    เพื่อน นี่ จองซู วันนี้วันเกิดมินวูน่ะ?
    อีทึก อ่า อืมม ใช่ๆ
    เพื่อน หลังจากนี้จะจัดงานวันเกิดที่อับกูจอง นายไปได้หรือปล่าว?
    อีทึก อับกูจองเหรอ?
    คลิกดูภาพอับกูจอง
    เพื่อน อืม
    อีทึก ฉันไม่เคยไปที่นั่นเลยน่ะ มันไปยังไงเหรอ?
    เพื่อน อ๊า.... นายที่เป็นคนโซลจริงๆหรือเปล่าเนี๊ยะ? อะไรก็ไม่รู้จัก....

    ปาร์คจองซูหนุ่มสุดเชยแห่งเมืองโวลที่ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยสถานที่ๆที่ชื่อว่าอับกูจอง
    แต่แล้วที่นั่นก็กลายเป็นที่ๆทำให้ผมได้พบกับโอกาศ

    อีทึก อ่า ที่นี่มันที่ไหนกันเนี๊ยะ ไปเรื่อยๆตามนี้จะเจอจริงๆเหรอ?
    แล้วไอ้ที่ๆจะไปนั่นมันเรียกว่าอะไรนะ......
    SM เอ่อ...น้องนักเรียนคนนั้น
    อีทึก อ่ะ ครับ? ผมเหรอ?
    SM เอ่อ อายุเท่าไหร่ครับ?
    อีทึก ผม 18 ครับ
    SM อ่อเหรอครับ หน้าตาดีนะครับ เดี๋ยวผมให้นามบัตรไว้
    ยังไงลองไปออดิชั่นที่บริษัทดูซักครั้งนะครับ
    อีทึก ออดิชั่นเหรอครับ?

    นามบัตรที่ได้มาจากที่อัปกูจองที่เคยมาเป็นครั้งแรกในชีวิต
    บนนามบัตรนั้นเขียนว่า SM Entertainment
    หลังจากนั้นไม่กี่วัน ก็ได้เริ่มการฝึกซ้อมในสถานที่แห่งนั้น
    แต่ว่า ความสำเร็จที่ได้มาโดยไม่ต้อถูกทดสอบน่ะมันจะมีหรือ?

    เพื่อน เฮ้! จองซู นายซอยแล้ว!
    อีทึก เอ๋? อะไร? เกิดอะไรขึ้น?
    เพื่อน เมื่อกี้พ่อนายมาที่โรงเรียนกวดวิชา ก็เลยรู้เรื่องที่นายไม่มาเรียนกวดวิชา
    พ่อนายโกธรจากหน้าแดงเลยอ่ะ
    อีทึก อะไรนะ จริงเหรอ?

    ในตอนนั้นเพราะที่บ้านไม่เห็นด้วย ผมจึงปิดเรื่องที่ไปฝึกซ้อมที่ค่ายเพลงไว้
    แล้วบอกว่าไปเรียนกวดวิชา แล้วก็เอาค่าเรียนกวดวิชาที่พ่อให้ไปใช้เป็นค่ารถเพื่อไปซ้อม
    เมื่อเรื่องนี้แดงขึ้นมาแล้ว คืนนั้นผมคุกเข่าขอโทษพ่อของผม
    อีทึก พ่อครับ ผมรู้ว่ามันไม่ดีที่โกหก แต่ผมคิดว่าพ่อคงจะไม่อนุญาติถ้าบอกพ่อไป
    แต่ผมขอร้องนะครับ ครั้งเดียวเท่านั้นช่วยดูต่ออีกนิด ผมจะไม่ทำให้ผิดหวังนะครับ! นะครับ?

    ผมไม่มีวันลืมใบหน้าของพ่อในวันนั้น
    ริมฝีปากของพ่อปิดสนิท จ้องมองผมโดยไร้คำพูดใดๆ
    ผมมองพ่อของผมที่ทำหน้าแบบนั้นพรางให้สัญญาว่า
    "ผมจะพยายามอย่างสุดความสามารถ ให้พ่อสามารถมองหน้าผมแล้วพูดว่า [เยี่ยมมาก! ลูกชายของฉัน!]"

    สมัยเป็นนักร้องฝึกหัด ไม่ว่าฝนจะตก หรือหิมะจะตก ผมก็จะกัดฟันฝ่าไปเพื่อที่จะไปซ้อม
    แต่สิ่งที่ได้กลับคืนมามีแต่ความล้มเหลว

    เด็กฝึกหัด พี่ พี่ได้ยินรึยัง? คราวหน้าเด็กคนนั้นจะได้เดบิวน่ะ?
    อีทึก อืม ได้ยินแล้ว?
    เด็กฝึกหัด แต่เด็กคนนั้นเข้ามาทีหลังพี่ตั้ง 2 ปี พี่...พี่ไม่เป็นไรนะ?
    อีทึก เฮ้ย ก็ต้องไม่เป็นไรอยู่แล้วน่า มันไม่สำคัญที่เวลาหรอกไม่ใช่เรอะ? ดวงดีต่างหาก

    ปากก็บอกว่าไม่เป็นใจแต่ที่ใจน่ะมันไม่ได้พูดอย่างนั้น
    ผมก็ทำได้ดีแล้วแท้ๆ แต่ทำไมโอกาศยังไม่เข้ามา เจ็บปวดอย่างช่วยไม่ได้
    ไหนจะคำพูดโดยไม่คิดของพ่อแม่และญาติ มันสร้างแผลใหญ่ให้ผมหลายต่อหลายครั้ง

    ญาติ จองซอง นายบอกว่าจะเป็นนักร้องเหรอ?
    อีทึก อ่า ใช่ครับ ตอนนี้กำลังเตรียมตัวอยู่?
    ญาติ แล้วไอ้เตรียมตัวเนี๊ยะมันใช้เวลากี่ปีเหรอ? แล้วไปได้ดีรึเปล่า?
    ไม่ได้ถูกหลอกหรอกใช่มั๊ย์
    อีทึก ไม่ได้เป็นอย่างนั้นแน่ฮะ~~
    ญาติ ชู่ๆๆๆ! อยากรู้เรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว มีเยอะไม่ใช่เหรอ
    เด็กที่ไปซ้อมแล้วซ้อมอีกแต่สุดท้ายก็ไม่ได้เดบิวแล้วก็จบความฝันแค่เท่านั้นน่ะ
    เพราะผมเผ็นเด็กฝึกหัดอยู่นาน ทำให้มีเสียงซุบซิบจากข้างหลังมากมาก "ทำไมถึงเดบิวไม่ได้สักทีนะ"
    "มหาลัยก็ไม่ไปดีแต่ทำให้พ่อแม่เป็นห่วง" ในเวลาแบบนั้นแม้ว่าร้องให้มากแต่ไหน
    แต่มันก็ไม่ทำให้ผมหวั่นไหว เพราะผมปาร์คจองซูคนนี้เชื่อในตัวเอง
    ถึงแม้จะจะผิดหวังสักกี่ครั้ง แต่ก็จะทำไม่สนใจเพื่อที่จะเป็นนักร้องที่ดีที่สุดของเกาหลีให้ได้

    -------------------------------------------------
    Korean Text by gksmftlsql @ BABY 동해COM♡"이동해다
    Japanese Taxt by yume@
    http://kr2jp.blog54.fc2.com/
    Thai Translation by didy@ LoveU Super Junior
    *Take out with full credit


    [ซูเปอร์จูเนีย์ลีดเดอร์อีทึก]

    user posted imageuser posted image
    user posted imageuser posted image
    user posted imageuser posted image


    ผมที่รักในเสียงดนตรีมาแต่เด็กๆ ค่าขนมที่เก็บสะสมได้เท่าไหร่
    ก็เอาไปซื้ออัลบั้มเพลง ความฝันที่จะเป็นนักร้องของผมค่อยๆเพาะบ่นมากับเพลงเหล่านั้น
    ตั้งแต่สมัยม.ต้นก็ตั้งทีมเต้น เต้นเรื่อยมาเพื่อรอที่จะได้พบกับโอกาศ
    แล้วโอกาศก็เข้ามาโดยบังเอิญ เมื่อได้พบกับแมวมองที่ถนนอับกูจอง
    จากนั้นก็ได้เข้ามาเป็นเด็กฝึกหัด ผมได้เรียนรู้อะไรมากมายจากการฝึกอย่างหนัก
    แต่กลับไม่มีวี่แววของผลแห่งความพยายามนั้นให้เห็น....
    จนต้องเผชิญกับความผิดหวังและการทดสอบมากมายจากความรู้สึกที่กังวลต่ออนาคตของตัวเอง

    อีทึก นี่ ดงเฮ~ ยุนโฮ~ วันนี้มันวันแข่งแบ่งรอบตัดเชือกไม่ใช่เหรอ?
    วันนี้ไม่ว่าจะซ้อมจะอะไรก็หยุดไว้ก่อน ไปเชียร์บอลดีกว่า?
    ยุนโฮ ใช่ๆๆ วันนี้ซ้อมต่อไปก็เหนื่อยเหมือนเดิม จริงๆนะ พวกเราวันนี้ไปเที่ยวดีกว่า!
    อีทึก เอ่อ แต่ว่านะ แล้วจะไปไหนล่ะ? นายมีที่ไปเหรอ?
    ยุนโฮ อ่าก็จริงอ่ะ อืมมม คิดๆดูพวกเรามีที่ให้ไปเหรอ? อ่า งั้นดูที่
    ห้องทีวีออฟฟิสเป็นไง?
    อีทึก อืม ก็ดีเหมือนกัน อ่า ไม่มีที่จะไปจริงๆอ่ะนะ
    ยุนโฮ อยู่ไหนนะห้องทีวี~~ นี่ๆพวกเราสั่งจาจังเหมี่ยนมากินไปดูไปดีกว่า!
    แทฮันมินกุค! จ้า! จ้า! จ้า! จ้า! (เกาหลีสู้ๆ เย้ เย้ เย้ เย้)
    อีทึก อ่า แต่ทำไมง่วงอย่างนี้เนี๊ยะ? เดี๋ยวของีบแป๊ป แล้วค่อยมาเชียร์ต่อละกัน
    ZZZZZZZZZZZZZ

    ยุนโฮ อ่า พี่จองซู! พี่! พี่! พี่!
    อีทึก อา
    ยุนโฮ บอลจบแล้วพี่! เกาหลีแพ้อีกต่างหาก~
    อีทึก - ห๊า จบแล้วเหรอ?
    ยุนโฮ พี่บอกว่าจะนอนแป๊ปเดียวแท้ๆ แต่นี่พี่หลับไปตั้ง 3 ชั่วโมงกว่าๆแหน่ะ
    สงสัยพี่จะเหนื่อยเพราะซ้อมมาล่ะมั๊ง
    อีทึก อะไรนะ? 3 ชั่วโมง?

    ปี 2002 ที่ไม่ว่าใครต่อใครก็สนใจอยู่กับการแข่งฟุตบอลเวิล์ดคัพ
    แต่ผมนั้นทุ่มเทพลังทั้งหมดไปกับการฝึกซ้อม แม้แต่การแข่งรอบตัดเชือกก็ยังอดดู
    เพราะเหนื่อยจากการซ้อมหนัก
    ผม ดงเฮและยุนโฮ พวกเราสามคนที่ดูบอลรอบตัดเชือกอยู่บนความฝันและความจริง
    ทำยังไงถึงจะลืมช่วงเวลานั้นไปได้นะ
    ตัวผมหลังจากวันนั้นก็ฝึกซ้อมหนักจนกระดูกแทบหัก
    แต่ก็ยังพบแต่เรื่องแย่ๆเรื่อยมา

    SM นี่ ปาร์คจองซู นายน่ะทำได้แค่นี้เหรอ?
    อีทึก ไม่ใช่นะฮะ คือ...
    SM นายคิดว่าเป็นอย่างนี้จะเป็นนักร้องได้งั้นเรอะ?
    ไม่เห็นเด็กที่เขามาจากไม่ได้อะไรเลยจนทำได้พวกนั้นเหรอ?
    นายน่ะจะฝึกหัดไปทั้งชีวิตรึไง?
    อีทึก อ่า คือ...พี่ฮะ
    SM นายน่ะถ้ายังเป็นอย่างนี้ เลิกไปเลยซะดีกว่า
    ต่อให้ไม่ใช่นาย ก็ยังมีเด็กที่ทำได้อยู่อีกเยอะแยะ
    ไม่มีนายสักคนก็ไม่เป็นไรหรอก หือ?

    ในเวลาที่ถูกว่าแบบนี้ไม่รู้ร้องให้ไปเท่าไหร่
    ยิ่งคนที่ปรกติก็ร้องให้ง่ายแบบผม ในเวลาแบบนี้มีหรือมี่จะทนได้
    ต่อให้กัดฟันอดทนขนาดไหน แต่สุดท้ายก็ไม่เคยเก็บมันไว้ได้
    ในตอนที่เพลง Hug ของดงบังชิกิที่ฝึกซ้อมมาด้วยกัน ขึ้นอันดับ 1
    ความทุกข์ทรมานยิ่งโหมกระหน่ำเข้ามา

    จุนซู อ่า พี่จองซู
    อีทึก จุนซู!เห็นในทีวี ได้ที่ 1 นี่ ดีใจด้วยนะ!
    จุนซู อืม พี่ฮะ พี่ก็กำลังเตรียมตัวอยู่ใช่มั๊ย!
    อีทึก แน่นอน

    ทันทีที่วางโทรศัพท์...น้ำตาก็ไหลออกมา...
    เวลานั้นก็นึกขึ้นได้ว่าเช่าวีดีโอหนังดราม่ามา
    จึงเปิดวีดีโอดูไปแล้วโทษว่าเพราะหนังมันเศร้า
    เลยร้องห่มร้องให้ไปกับหนัง

    วันรุ่งขึ้นตาบวมเป็นนกฮูก
    แต่แล้วโอกาศก็เข้ามาหาผม การเตรียมอัลบั้ม
    ในฐานะลีดเดอร์ของซูเปอร์จูเนียร์ก็ได้เริ่มขึ้น
    ในตอนที่ฝึกซ้อม ใช่จะแค่ฟอร์มทีมฝึกไป แล้ว
    ออกอัลบั้มก็เป็นดี ความยากลำบากต่างๆ
    มันได้ถาโถมเข้ามาตั้งแต่ต้น

    SM นี่ อีทึก! อึนฮยอกกับเยซองล่ะอยู่ไหน?
    อีทึก ครับ?
    SM เจ้าพวกนั้นตอนนี้ไม่อยู่ที่ห้องซ้อมนี่
    อีทึก อ่า ใช่จริงๆด้วย เมื่อกี้ก็อยู่นะฮะ.... สงสัยจะไปห้องน้ำมั๊งครับ?
    SM นี่ นาย...เคยคุยกันแล้วไม่ใช่เหรอว่า ถ้าได้สมาชิกครบแล้ว ทั้งหมดนั้นน่ะ
    คือความรับผิดชอบของนาย? แล้วลีดเดอร์น่ะคิดว่าพูดว่า สงสัยจะ...อย่างนี้ได้เหรอ?
    นายน่ะต้องรับผิดชอบ ต้องดูแลสมาชิกน่ะเข้าใจมั๊ย!
    อีทึก ผมขอโทษครับ

    ตำแหน่งลีดเดอร์ไม่ใช่เรื่องสนุก
    เพราะว่าเป็นลีดเดอร์ เพราะว่าเป็นพี่ใหญ่.....
    ต้องพบกับความลำบากเผื่อไปถึงส่วนของสมาชิก จนความรู้สึกกลัวค่อยๆก่อตัวขึ้น
    ทั้งๆที่ผมไม่ควรจะทำอย่างนั้น แต่ก็มีบางเวลาที่ผมเผลอนิสัยไม่ดีใส่สมาชิกคนอื่น
    แต่ในที่สุดพวกเราก็สามารถรวมตัวกันเป็นวงไอดอล 12 คนและขึ้นเปิดตัว

    อีทึก ทุกๆคนมั่นใจมั๊ย?
    สมาชิก แน่นอน! จำได้มั๊ยพวกเรามาถึงวันนี้ได้ยังไง
    อีทึก เอ้า งั้นวันนี้ต้องพยายามให้เท่ากับที่ผ่านมาเลยนะ! ใช่มั๊ย?
    Super Junior Figthing!!

    พอลงจากเวทีเปิดตัวนั้น พวกเรา 12 คนกอดคอกันร้องห่มร้องให้ยกใหญ่
    น้ำตาในวันนั้น จะเป็นน้ำตาที่ไม่มีอีกบนโลกนี้เป็นครั้งที่สอง
    ผมยังจำน้ำตาในวันนั้นได้ดี เหล่าสมาชิกก็เช่นกันไม่มีใครลืมน้ำตาในวันนั้นได้
    มีคำพูดที่ว่าเวลาและความพยายามไม่เคยทรยศใคร
    มันก็เหมือนกับวันเวลาที่เราได้พยายามมาจนถึงวันนี้
    อนาคตที่สดใสกำลังรอพวกเราอยู่ ตอนนี้มันยังแค่พึ่งเริ่มต้น
    ผมอีทึก ลีดเดอร์แห่งวงซูเปอร์จูเนียร์

    -------------------------------------------------
    Korean Text by gksmftlsql @ BABY 동해COM♡"이동해다
    Japanese Taxt by yume@
    http://kr2jp.blog54.fc2.com/
    Thai Translation by didy@ LoveU Super Junior

    http://super-junior05.spaces.live.com
    *Take out with full credit

    January 27

    [We are Super Junior] 20060806 Yesung



    [จองอุนชายหนุ่มที่โบยบินขากชอนอันมาสู่โซล]

    user posted image



    ชื่อของผมคือคิมจองอุน
    ตอนนี้ทุกคนรู้จักผมในฐานะเส้นเสียงแห่งซูเปอร์จูเนียร์ เยซอง
    จริงๆแล้วผมถือกำเนิดมาด้วยชื่อ คิมจองอุนมามากกว่า 20 ปี
    กลับไปย้อนอดีตตั้งแต่วันที่จองอุนวิ่งอย่างสุดกำลังเพื่อที่จะ
    กลายมาเป็นนักร้องชื่อเยซองกันเถอะ

    สมัยอยู่มัธยมต้น
    สิ่งที่ผมเก็บไว้ห่างตัวที่สุดคือ หนังสือและปากกา
    และสิ่งที่ผมเก็บไว้ใกล้ตัวที่สุดคือ เครื่องเล่นเพลงและ CD
    ถ้ามีหนังสือและปากกาอยู่ผมจะง่วงหลับไปภายใน 5 นาที
    แต่ถ้าตรงหน้าเป็นเครื่องเล่นเพลง ตาผมจะสว่างอยู่ตลอดเวลา
    ผมที่ชอบเสียงเพลงมากมายขนาดนั้น วันหนึ่งก็ถุกแม่ถามว่า

    แม่ - จองอุน ชอบเพลงขนาดนั้นเลยเหรอ?
    เยซอง - ใช่ครับ แม่
    แม่ - งั้นเราน่ะ ลองไปออดิชั่นดูสักทีดีมั๊ย เด็กสมัยนี้เขาเตรียมฝึกเป็นนักร้องกันตั้งแต่
    เด็กๆกันเยอะแยะใช่มั๊ย? อันนี้ แม่ก็ไปหามาน่ะนะ
    เยซอง - ครับ??
    แม่ - แม่ลองถามดูแล้ว ที่บริษัทนี้เดี๋ยวเขาจะเปิดออดิชั่น ช่วงสัปดาห์หน้าไปโซลด้วยกันกับแม่มั๊ย
    เยซอง - แต่ว่า... ถ้าพ่อรู้ จะไม่แย่เหรอฮะ
    แม่ - ไม่เป็นไรหรอก ถ้าหากว่าออดิชั่นผ่านล่ะก็ พ่อก็พ่อเถอะว่าอะไรไม่ได้หรอก
    และอีกอย่าง แม่ก็อยู่ด้วย เชื่อแม่สิ อย่างแระไปเตรียมตัวสำหรับการออดิชั่นซะ

    แม่เป็นผู้สนับสนุนและผลักดันผมอย่างสุดกำลัง และก็พาผมไปโซลเพื่อเข้าออดิชั่นโดยปิดเป็นความลับไม่ให้พ่อรู้
    ในวันที่เดินทางจากชอนอันไปโซลเพื่อการออดิชั่น ผมได้เตรียมพร้อมจนมั่นใจในการร้องเพลงของตัวเองที่สุด

    SM - ชื่ออะไร??
    เยซอง - ครับ คิมจองอุน ครับ
    SM - อืมมม สิ่งที่ถนัด??
    เยซอง - สิ่งที่มั่นใจที่สุดก็การร้องเพลงครับ
    SM - อ่า..ร้องเพลงเหรอ งั้นร้องให้ด฿หน่อยได้มั๊ย?
    เยซอง - ~♫♬♪~~
    SM - อืม...เก่งนะ แล้วเต้นล่ะได้หรือเปล่า? หรือว่าไม่ได้?
    เยซอง - อ่า...เต้นเหรอครับ? ผมก็ไม่เคยเต้นเหมือนกัน งั้นลองดูสักทีแล้วกันครับ!

    วันนั้นเป็นการเต้นครั้งแรกของผม จริงๆแล้วมันเป็นแค่การขยับตัวไปมาเท่านั้น
    แต่ในขณะที่ผมคิดว่า ผมคงเป็นที่โหล่ในการออดิชั่นครั้งนี้ กลับกลายเป็นว่าผมได้อันดับ 1
    ผมผ่านการออดิชั่นพร้อมๆกับ ฮิโรแจจุงแห่งดงบังชินกิในปัจจุบัน

    การเทียวไปเทียวกลับจากชองอันและโซลเพื่อมาฝึกซ้อมนั้นหนักหนากว่าที่คิด
    แต่เพราะที่พ่อและแม่ที่คอยให้กำลังใจอยู่เคียงข้าง ทำให้ผมมีพลังมากยิ่งขึ้น
    ทันทีที่โรงเรียนเลิก ก็จะไปโซลเพื่อฝึกซ้อม และกลับชองอันด้วยรถไฟเที่ยวสุดท้าย เป็นอย่างนี้อยู่เสมอๆ

    ยุนโฮ - พี่จองอุน พี่จองอุน! บ้านพี่อยู่ที่ไหนเหรอ
    เยซอง ชุงนัมชอนอัน แล้วนายล่ะ?
    ยุนโฮ - ผมอยู่ ควางซูสายจอนรา งั้นพี่ก็ไปกลับด้วยรถไฟใช่มั๊ยฮะ
    เยซอง - อ่า ใช่ งั้นนายก็ด้วยเหรอ?
    ยุนโฮ - ใช่ฮะ ถ้างั้นเดี๋ยวซ้อมเสร็จ เราไปขึ้นรถเที่ยวสุดท้ายด้วยกันนะฮะ

    ตอนนั้น เด็กฝึกหัดอย่างผมและยุนโฮ หลังจากอยู่ซ้อมกันจนดึก
    ก็จะกลับบ้านด้วยรถไฟเที่ยวสุดท้ายตอนห้าทุ่มยี่สิบ
    พวกเรามีเรื่องคุยกันมากมายในระหว่างที่นั่งรถกลับ

    ยุนโฮ - พี่ เดินทางไปกลับมาซ้อมนี่ไม่ลำบากแย่เหรอฮะ?
    เยซอง - ลำบากสิ แต่บ้านนายน่ะมันไกลกว่าบ้านฉันอีกไม่ใช่เหรอ?
    ยุนโฮ - ก็ถ้าเพื่อมาซ้อมน่ะ ก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ที่ห่วงคือ จะเดบิวได้หรือเปล่าต่างหาก แบบว่า...
    เยซอง - ฉันเองก็เหมือนกันแหละ แต่ว่านะถ้าเราพยายามมันก็ต้องมีวันของเราไม่ใช่เหรอ

    ลุงขายของ - ปลาหมึก ถั่ว เบียร์เย็นๆจ้า ปลากหมึก ถั่ว เบียร์~~~
    เยซอง - อ่า ดีเลยนึกได้พอดี เอาเบียร์สักหน่อยมั๊ย?
    ยุนโฮ - พี่! พวกเรายังเป็นนักเรียนอยู่นะ~~
    เยซอง - ถึงฉันจะหน้าเด็ก แต่นายน่ะหน้าผ่านเหมือนเลยวัยเยาวชนแล้วเลย น่า ซื้อคนละกระป๋องแล้วกัน
    เงินน่ะเดี๋ยวฉันออกเอง และเราก็ไม่ได้แต่งชุดนักเรียนด้วย
    ยุนโฮ - อืม....เอางั้นก็ได้
    เยซอง - ยังไงซะทำหน้าเหมือนผู้ใหญ่ไว้ล่ะ คุณลุง! ตรงนี้ ขอเบียร์ 2 กระป๋องฮะ
    เห็นมั๊ย เพราะว่านายแท้ๆ ถึงซื้อเบียร์มาได้อย่างง่ายดายอย่างนี้
    ยุนโฮ - คัมเปปปป ดื่มเพื่อวันที่เราจะได้เป็นนักร้องอย่างภาคภูมิ

    เยซอง - อืมมม ง่วงจัง ก็ไม่ได้ดื่มมากมายเสียหน่อย ทำไมง่วงจัง
    ยุนโฮ - ผมก็ง่วงมากๆ
    เยซอง - สงสัยเพราะคราสเต้นเมื่อกี้แน่ๆ ซ้อมหนักกันใช่เล่น
    กว่าจะถึงอีกตั้งนาน หลับซักงีบแล้วกันนะ
    Zzzzzzzzzzzzzzzzzzzzz

    เยซอง - นี่ ยุนโฮ~ ฉันลงล่ะนะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้!
    ยุนโฮ - อ่า ปล้วเจอกันพรุ่งนี้พี่
    เยซอง - แล้วที่นี่มันที่ไหนล่ะเนี๊ยะ?! เอ๋....ที่นี่มันดูจองไม่ใช่เหรอ??
    เสียงประกาศที่ฟังตอนกึ่งหลับกึ่งตื่น ทำให้ลงรถที่นี่ สถานีดูจอง ไม่ใช่ชอนอัน
    และรถไฟที่ลงมานั้นเป็นรถเที่ยวสุดท้าย ดังนั้นหมายความว่าไม่มีรถไฟแล้ว
    จะให้บอกพ่อกับแม่เรื่องนี้ก็คงไม่ค่อยดี สุดท้ายเลยบอกไปว่า
    เยซอง - แม่ฮะ วันนี้ผมค้างบ้านเพื่อนนะฮะ แล้วพรุ่งนี้จะจะเลยไปโรงเรียนเลย
    แม่ - งั้นเหรอ? แล้วเงินกินข้าวกลางวันล่ะมีหรือเปล่า?
    เยซอง - อืม..ไม่ต้องห่งฮะแม่~~

    บอกกับแม่ไปว่าจะไปค้างบ้านเพื่อน แล้วผมก็นั่งอยู่ที่สถานีดูจองนั้นทั้งคืนคนเดียว
    เบียร์ที่ดื่มไปเมื่อค่ำฤทธิ์มันช่างแรงจริงๆ...............

    มาถึงตอนนี้ทุกครั้งที่นั่งรถไปผ่านสถานีดูจอง เพลงที่ฟังในวันนั้นยังคงลอยขึ้นมาในสมอง
    ขณะที่รอรถไฟขบวนแรกมา ผมฟังเพลงที่อยู่ในเครื่องเล่น CD ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้กี่รอบ
    ผมในสมัยที่เป็นเด็กฝึกหัดนั้น ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่เคยขาดเสียงเพลง


    -------------------------------------------------

    Korean Text by BABY LOVE일품 (iwashi)
    Japanese Taxt by yume@ http://kr2jp.blog54.fc2.com/
    Thai Translation by didy@ LoveU Super Junior
    *Take out with full credit
     
     
    [จองอุนชายหนุ่มที่โบยบินจากชอนอันมาสู่โซล]

    user posted imageuser posted image
    user posted imageuser posted image
    user posted imageuser posted image

    ผมที่ชอบเครื่องเล่นเพลงมากกว่าหนังสือ ชอบ CD มากกว่าปากกา
    แม้แต่เรื่องจะเป็นนักร้องยังไม่เคยคิด แต่.....
    ก็ได้เข้าออดิชั่นโดยการผลักดันของแม่
    แล้วผมก็ผ่านการออดิชั่นในตำแหน่งที่ 1
    การเที่ยวไปเทียวกลับจากชอนอันกับโซลเพื่อฝึกซ้อมนั้น หนักหนากว่าที่คิด
    แต่เมื่อนึกถึงพ่อกับแม่ก็ทำให้อดทนมาได้เรื่อยมา

    เมื่อสมัยอยู่ม.ปลายปี 3
    ยังจำได้ดีวันที่ทำลืมว่าเป็นนักเรียน แล้วพากันดื่มเบียร์ในรถไฟระหว่างทางกลับบ้านกับยุนโฮ

    ผมฝึกซ้อมต่อเนื่องอยู่อย่างนั้นหลายต่อหลายปี
    ความมั่นใจเต็มเปี่ยมในทีแรก ค่อยๆจมดิ่งลงไปๆ

    เพื่อน - พี่ฮะ ผมคงไม่ได้มาที่ห้องซ้อมอีกแล้ว
    เยซอง - หือ? หมายความว่าไง?
    เพื่อน - นี่ก็ปีที่ 3 แล้ว ก็ได้แค่ฝึกซ้อมเท่านั้น ผมทำไปมากกว่านี้ไม่ไหวแล้ว
    เยซอง - มันก็จริง แต่ไม่อดทนอีกสักหน่อยล่ะ ทุกๆคนก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ
    เพื่อน - มันก็เป็นอย่างนั้นมา 1 ปี 2 ปี จนมาเป็นปีที่ 3 ผมทนไม่ไหวแล้วล่ะ

    เพื่อนๆที่ฝึกมาด้วยกันค่อยๆเลิกไปทีละคนๆด้วยเหตุผลนี้
    ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ที่พยายามพูดให้กำลังใจ แต่คนที่เลิกล้มความตั้งใจไปก็เพิ่มขึ้นๆ
    แต่ว่า พอคิดว่าจะเลิกล้มความตั้งใจที่จะเป็นนักร้องสักเท่าไหร่ ผมก็ไม่สามารถเลิกได้

    เพื่อน - เฮ้ จองอุน วันนี้สอบเสณ้จแล้วไปคาราโอเกะกันมั๊ย
    เยซอง - อ่า ขอโทษ ฉันคง....ไปไม่ได้...
    เพื่อน - ทำไมล่ะ? จะไปซ้อมที่โซลอีกแล้วเหรอ?
    เยซอง - อืม...ก็หลายๆอย่าง...
    เพื่อน - งั้นเหรอ งั้นอาทิตย์หน้า พวกเราจะไปสวนสนุกกัน นายไปได้หรือเปล่า?
    เยซอง - อาทิตย์หน้า? เอ... วันนั้นมีคราสเรียนเต้นที่ขาดไม่ได้เสียด้วย....
    แม้แต่เรื่องจะไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน ก็แทบจะจินตนาการไม่ออก

    เพื่อน - พี่ สีหน้าไม่ค่อยดีเลย เมื่อวานไม่ได้นอนเหรอ?
    เยซอง - อืม? ก็ต้องซ้อมน่ะ...
    เพื่อน - เหมือนคนอดนอนมาหลายวันเลย ตาก็แดง พี่ต้องพักบ้างนะ
    แม้แต่วันที่จะได้นอนหลับสบายๆก็ยังไม่มีสักวัน

    แล้วมาวันหนึ่ง
    แม่ - จองอุน แม่มีเรื่องจะพูดด้วย....
    เยซอง - ครับ? อะไรเหรอฮะ?
    แม่ - ลูกรู้แล้วใช่มั๊ย ว่าตอนนี้การเงินในบ้านไม่ค่อยจะดี
    เยซอง - ครับ
    แม่ - กิจการของคุณพ่อ อยู่ๆก็... ตอนนี้ก็ค่อนข้างจะลำบาก...
    แล้วก็ ถ้าจะไห้พูดก็....เรื่องจะเป็นนักร้องน่ะ เอาไว้ก่อนดีกว่ามั๊ย?
    เยซอง - อะไรนะฮะ?
    แม่ - แม่เองก็ลำบากใจที่จะต้องพูดน่ะนะ....แต่....
    พ่อ - พ่อก็เหมือนกัน พ่อขอโทษ เพราะพ่อแย่เอง
    พ่อขอโทษจริงๆจองอุนที่พ่อทำอะไรให้แกไม่ได้

    ในตอนที่การเงินของบ้านแย่ลงอย่างกระทันหัน
    เป็นครั้งแรกที่พ่อกับแม่ออกปากให้เลิกที่จะเป็นนักร้อง
    แต่ว่า....ไม่ว่าอย่างไรผมก็ไม่สามารถเลิกล้มความตั้งใจได้

    เยซอง - แม่ครับ พ่อครับ ผมขอเวลาอีกนิดนะครับ ผมรู้ว่ามันลำบาก
    แต่ผมไม่อยากล้มเลิกความตั้งใจตอนนี้ ขอให้ผมลองต่ออีกสักนิดนะครับ นะ?

    ที่ตรงนี้ไม่มีคิมจองอุนที่คิดจะเลิก
    ผมน่ะมาถึงตรงนี้ได้อย่างไร
    ผมน่ะพยายามมามากแค่ไหนจนมาถึงวันนี้

    ระยะเวลาในการฝึกซ้อม 5 ปี
    เริ่มเข้าบริษัทตั้งแต่อายุ 18 จนอายุได้ 22 ปี
    ด้วยความคิดที่ว่า ผมจะจบลงโดยที่ไม่ได้อะไรเลยอย่างนั้นหรือ
    ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมามากมาย
    แล้วโอกาศก็มาถึงผม

    เยซอง - พี่อีทึก พี่ได้ยินเรื่องนั้นแล้วใช่มั๊ย
    อีทึก - ได้ยินแล้ว~~~
    เยซอง - พวกเราจะได้เดบิวเป็น Super Junior จริงๆเหรอ
    อีทึก - แน่นอนอยู่แล้ว แต่ว่า ฉันน่ะยังเป็นจองซูอยู่นะ~~

    เป็นเรื่องที่เหมือนฝัน
    วันที่จะได้เดบิวที่ผมรอคอยกำลังจะเริ่มขึ้น
    แต่ว่า...การเตรียมตัวเพื่อเดบิวนั้น ยากเย็นกว่าที่คิดนัก

    ครูฝึก - นี่ นี่ เยซอง นายน่ะอยู่ข้างหลังนั่น แล้วเต้นช้ากว่าคนอื่นเขาอยู่สเตปนึงไม่ใช่เหรอ?
    เยซอง - ครับ?
    ครูฝึก - นายน่ะ คิดว่าคนเยอะ อยู่ข้างหลังนั่นแล้วไม่มีใครเห็นหรือไง? มันมองเห็นทุกคนนะ!
    เยซอง - ไม่ใช่อย่างนั้นครับ...
    ครูฝึก - ตั้งใจหน่อยสิ! เพลงของพวกนายย่ะ มันเพลงแดนส์นะ แดนส์!
    เรื่องเต้นน่ะสำคัญ! นี่ อีทึก! นายน่ะไม่ได้ตั้งใจสอนเยซองใช่มั๊ย นายน่ะ?
    อีทึก - ครับ ขอโทษครับ

    มันไม่ได้กระทบแต่ตัวผมเอง ทั้งๆที่คนพลาดเป็นผม
    แต่กลับทำให้พี่อีทึกต้องมาลำบากแทนผม ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

    แต่ในความยากลำบากเหล่านั้น พวกผม Dance Group 12 คน ก็ได้ถือกำเนิดด้วยเพลง Twin

    เยซอง - แม่! ได้ดูผมในทีวีวันนี้มั๊ย?
    แม่ - แน่นอนอยู่แล้ว! แม่ดูกับเพื่อนๆแถวบ้าน ลูกชายแม่ขึ้นกล้องสุดๆไปเลย
    เยซอง - ฮ่าๆๆ แม่เห็นผมจริงๆเหรอ
    แม่ - จริงสิ! ตอนที่แม่ดู แม่ไม่เห็นใครเลยนอกจากลูกชายแม่~~
    เยซอง - ฮ่าๆๆ แม่ฮะ เทื่อวานแม่ไปทำอะไรมาฮะ เสียงแม่แหบเสียขนาดนั้น~~

    โทรศัพท์ที่โทรหลังจากการออกอากาศครั้งแรก ผมยังจำน้ำเสียงที่ดีใจเสียยิ่งกว่าตัวผมของแม่ได้ดี

    แม่ - ลูกชายช้านน~~~ วันนี้คว้าที่ 1 มาได้ ดีใจด้วยนะลูก!!

    ไม่ว่ามันที่ U ติดชาร์ตอันดับ 1 หรือแม้จะออกทีวีเพียงแว๊ปเดียว
    ก็จะมีแม่ที่คอยเกาะติดทีวีไม่มีพลาด
    และพ่อที่เฝ้าดูอยู่เงียบๆ
    เพราะว่ามีท่านทั้งสองคน คิมจองอุนจึงได้วิ่งอย่างสุดกำลังในวันนี้

    การเริ่มต้นได้เริ่มขึ้นแล้ว แต่หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล

    ผมเส้นเสียงแห่งซูเปอร์จูเนียร์ เยซอง

    -------------------------------------------------

    Korean Text by BABY LOVE일품 (iwashi)
    Japanese Taxt by yume@ http://kr2jp.blog54.fc2.com/
    Thai Translation by didy@ LoveU Super Junior

    http://super-junior05.spaces.live.com/
    *Take out with full credit

    [We are Super Junior] 20060703 Enhyuk

    ฟังเสียงอึนฮยอกออนแอร์ในวิทยุ

    [ความฝันที่จะเป็นนักร้องของฮยอกแจ]

    user posted image


    ชื่อของผมคือลีฮยอกแจ
    ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่มีคนได้ยินชื่อของผม
    อย่างแรกที่ถูกถามคือ มีขนหน้าอกหรือเปล่า
    (ที่เกาหลีมีดาราตลกที่มีขนหน้าอกชื่อลีฮยอกแจ)
    แต่จริงๆแล้ว หน้าอกของผมน่ะมันเรียบลื่นเสียจนแมลงวันหกล้มเลยล่ะ
    มาย้อนอดีตตั้งแต่ เป็นลีฮยอกแจจนมาเป็นอึนฮยอกกันเถอะ

    ผมเริ่มเต้นมาตั้งแต่อยู่ชั้นประถม 3
    แต่ที่เรียกว่าเต้นนั้น จริงๆแล้วมันแทบจะไม่ต่างจากการออกกำลังกายตอนเช้า
    สมัยนั้นแค่กางแขนกางขาออกก็คิดว่ามันคือการเต้นแล้ว
    ผมชอบการเต้นที่ไม่มีเงื่อนไข

    อึนฮยอก - อ่า แปลกจัง? ทำไมทำเหมือนอย่างที่เห็นในทีวีไม่ได้นะ อ่า แย่จัง
    เพื่อน - นี่! ฮยอกแจ~~ นั่นนายทำอะไรน่ะ ท่าอย่างกับหุ่นยนต์
    อึนฮยอก - นี่ในเรียกว่าเต้น ไม่รู้รึไง!
    เนี๊ยะถ้ายกขาขึ้น ขึ้น อีกนิด อ่า~อ๊า~
    เพื่อน - เฮ้ย! ฮยอกแจเป็นไรรึเปล่า

    ลีลาการบิดตัวของเด็กป.3ที่ไม่รู้อะไรเลย
    ในระหว่างที่เต้นผมเคยเจ็บตัวเป็นแผลที่ขาจนต้องเข้าโรงพยาบาล
    ไม่มีวันไหนเลยที่ไม่เจ็บตัว
    แต่ยังไงผมก็ชอบการเต้นที่ไม่มีเงื่อนไข
    เวลาที่ผมเต็น ผมรู้สึกอยากจะลองได้เป็นที่ 1 ในโลกใบนี้ดู
    แล้วเวลาก็ผ่านไป 2 ปี

    เพื่อน - ฮยอกแจ ออกไปเตะบอลกันมั๊ย?
    อึนฮยอก - เอ๋~ ไม่เอาอ่ะ ขี้เกียจ
    เพื่อน - น่า ตอนนี้คงไม่พอน่ะ เดี๋ยวจะแข่งกับห้อง 5/2
    ถ้ามีนายอีกคน คนก็ครบพอดี น่า ไปเหอะนะ
    อึนฮยอก - อ่า น่ารำคาญจริงๆเลย
    เพื่อน -น่าๆ ไปด้วยกันเหอะนะ เดี๋ยววันนี้เลี้ยงไอติมเลยเอ้า
    อึนฮยอก - อ่า งั้นก็ได้ (didy : น่านเห็นแก่กินจนได้ -*-)
    นี่ๆ เด็กคนนั้นเป็นใครน่ะ
    เพื่อน - หือ? คนไหน?
    อึนฮยอก - คนนั้นน่ะ ที่ใส่กางเกงสีดำ เด็กมิกกี้เมาส์นั่นน่ะ
    เพื่อน - อ่า จุนซู(ดงบังชินกิ)เหรอ? ก็เด็กห้องข้างๆจุนซูไง ไม่รู้รักเหรอ?
    อึนฮยอก - ไม่รู้จัก
    เพื่อน - เด็กคนนั้นน่ะเหมือนนายเลย ชอบเต้นมากๆ เป็นคนตลกดีนะ
    อึนฮยอก - อ่อ เหรอ อือ ดูหน้าแล้วท่าทางจะตลกดีนะ(?)

    จุนซูที่เจอครั้งแรกในการแข่งฟุตบอลกับเด็กห้องข้างๆ
    ผมยังจำภาพวันนั้นได้ดี
    เด็กที่ใส่กางเกงสีดำดึงขึ้นมาถึงสะดือ สวมเสื้อลายมิกกี้เมาส์สีแดง
    และฝีมือการเตะบอลที่ยอดแย่
    แต่ว่า การพบกันครั้งนั้นก็ทำให้ผมและจุนซูการมาเป็น Best Friend
    เพราะเราต่างชอบเต้นเหมือนกัน และมีความฝันเดียวกัน

    อึนฮยอก - นี่ คิมจุนซู วันนี้เราจะซ้อมเต้นอะไรดีล่ะ?
    จุนซู - นั่นสินะ นายชอบอะไรล่ะ
    นี่ฮยอกแจ ฉันก็ลองคิดๆดูนะ เรามาลองรวบรวมคนที่มีความฝัน
    อยากเป็นนักร้องเหมือนพวกเรา แล้วตั้งกลุ่มขึ้นมาดีมั๊ย
    อึนฮยอก - แล้วเราจะรวบรวมคนได้จริงๆเหรอ?
    จุนซู - ถ้าไม่ได้ ก็ต้องทำให้จนได้! นี่ล่ะ คติประจำใจของฉัน ไม่รู้เหรอ?
    อึนฮยอก - รู้สิรู้ อ่า ได้เลย ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ มาลองกันดูสักตั้ง

    แล้วผมกันจุนซูก็ได้ตั้งกลุ่มขึ้นมากับเพื่อนอีก 2 คน
    ฝึกร้องและเต้น ตามเพลงฮิตของวง HOT ในสมัยนั้น
    เรื่อยมาจนวันหนึ่ง

    แม่ - ฮยอกแจ ช่วงนี้ทำอะไรอยู่น่ะเรา กลับบ้านก็ค่ำ
    อึนฮยอก - แม่ฮะ คือ... ผมอยากเป็นนักร้องฮะ
    แม่ - อะไรนะ? นักร้อง?
    อึนฮยอก - ครับ แล้วตอนนี้ก็กำลังซ้อมเพื่อแสดงกับเพื่อนๆอยู่
    แม่ - อะไรนะ?? ทั้งๆที่ ช่วงนี้เกรดก็ตกลงๆ ใครเอาเรื่องนี้มาพูดกับเราห๊า??
    อึนฮยอก - ไม่ใช่อย่างนั้นนะฮะ ผมอยากเป็นนักร้องจริงๆ
    แม่ - นึกว่าใครๆก็เป็นได้หรือไง นักร้องน่ะ? ไม่ได้หรอกนะ
    อึนฮยอก - แม่ฮะเชื่อผมสักครั้งนะฮะ ตอนนี้ก็กำลังเตรียมการแสดงกับเพื่อนๆอยู่
    เวลาเต้นแล้วได้รับเสียงปรบมือ หรือเสียงเชียร์ มันดีใจสุดๆไปเลยนะฮะ
    แท่ - อะไรนะ? ไม่รู้ล่ะ เราน่ะต้องตั้งใจเรียนเข้าใจมั๊ย!

    ตั้งแต่เริ่มซ้อมการแสดง เกรดผมก็เริ่มดิ่งลงเหว เป็นเรื่องไปถึงกรรมการนักเรียน
    พ่อแม่ก็ขอร้องให้สนใจการเรียนมากกว่าการจะเป็นนักร้อง
    แต่ว่า เมื่อเริ่มต้นทำมาแล้ว จะให้เลิกล้มความตั้งใจง่ายๆได้อย่างไร
    แล้วก็มาถึงวันแสดง

    จุนซู - เฮ้ย ลีฮยอกแจ นั่นแม่นายไม่ใช่เหรอ
    อึนฮยอก - หือ? ตรงไหน?
    จุนซู - คนที่ใส่ชุดสีดำอยู่ตรงนั้นน่ะ ใช่หรือเปล่า?
    อึนฮยอก - อ่า ใช่จริงๆด้วย
    จุนซู - อ่า แม่นายตั้งใจมาดูการแสดงของพวกเราแน่ๆ
    งั้นวันนี้เราต้องเต้นให้สุดฝีมือไปเลยใช่มั๊ย? นายมั่นใจหรือเปล่า?
    อึนฮยอก - อ่า~~ ทำยังไงดีฉันสั่นไปหมดแล้ว ทำยังไงดี
    จุนซู - ก็ทำเหมือนทุกทีนั่นแหละ นายก็คือนายไม่ใช่เหรอ?
    อึนฮยอก - ใช่สินะ งั้นพวกเรา สู้ๆ

    ผมยังจำความรู้สึกในวันนั้นได้ดี
    ทีมของพวกเราเต้นเพลง Candy ของ HOT ด้วยพลังที่มากมายขนาดไหน
    แม้แต่ตัวผมเองยังรู้สึกว่าการแสดงในวันนั้นเป็นการแสดงที่สุดยอดที่สุด
    คืนวันนั้น

    แม่ - ฮยอกแจ วันนี้ แม่ไปดูการแสดงของลูกมา
    อึนฮยอก - แม่ฮะ
    แม่ - ลูกชายของแม่ เยี่ยมกว่าที่คิดไว้เยอะเลยนะ
    อึนฮยอก - หมายความว่า แม่เห็นด้วยใช่มั๊ยฮะ?
    แม่ - ก็ใช่น่ะสิ แต่ว่า ห้ามเลิกกลางคันเด็ดขาดนะ!
    อึนฮยอก - ของมันแน่อยู่แล้วฮะ!!

    แม่ของผมที่ได้ดูการแสดงในวันนั้ร ก็ได้กลายเป็นปฟนคนแรกของผม

    เวลาผ่านมาจนเข้าชั้นมัธยมต้น
    แม้จะกลายเป็นเด็กมัธยมแล้วความฝันของผมและจุนซูก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง
    ตอนนั้น่าจะประมารตอน ม.1

    จุนซู - นี่ ลีฮยอกแจ ฉันว่าฉันจะไปออดิชั่น
    อึนฮยอก - ออดิชั่นเหรอ?
    จุนซู - ที่บริษัท SM เขามีออดิชั่น ฉันว่าฉันจะไปสมัครดู

    จุนซูไปเข้าออกดิชั่น และผ่านการคัดเลือก ไปก่อนหน้าผม
    จากนั้น ปีถัดไปผมจึงเริ่มเตรียมตัวเพื่อจไแออดิชั่นที่บริษัทเดียวกันนั้น
    ช่วงเวลาที่ไม่คิดจะแพ้ใครในเรื่องการเต้น
    แม้จะมีเรื่องลำบากมากมายระหว่างที่เตรียมตัว
    ผมยังจำช่วงเวลาที่ฝึกซ้อมเต้นเพลง Candy อย่างหนักเพื่อการออดิชั่นได้

    เด็กชายฮยอกแจที่มุ่งมั่นจะเป็นนักร้อง
    ได้ก้าวข้ามบันไดขั้นแรกมาแล้ว

    -------------------------------------------------

    Korean Text by BABY LOVE일품 (iwashi)
    Japanese Taxt by yume@ http://kr2jp.blog54.fc2.com/
    Thai Translation by didy@ LoveU Super Junior
    *Take out with full credit

    [เด็กฝึกหัดฮยอกแจ]

    user posted imageuser posted image
    user posted imageuser posted image
    user posted imageuser posted image

    ผมที่รักการเต้นมาตั้งแต่อยู่ประถม 3
    ความที่จะเป็นนักร้องค่อยๆก่อร่างขึ้น
    เมื่อได้พบกับเพื่อนที่มีความฝันเดียวกัน จุนซู
    แม้พ่อกับแม่จะไม่เห็นด้วย ผมก็ได้พิสูจน์ตัวเองด้วยการแสดงบนเวที
    จนทำให้พ่อกับแม่กลายเป็นแฟนอันดับ 1 ของผม
    เมื่อเข้าชั้น ม.1 จุนซูก็ผ่านการออดิชั่นได้เข้าบริษิทก่อนผมไป 1 ปี
    และผมก็ไปออดิชั่นในปีถัดไป

    SM - อืม..ชื่ออะไร??
    อึนฮยอก - ครับ! ลีฮยอกแจครับ
    SM - อ่า ฮยอกแจ สิ่งที่ถนัด??
    อึนฮยอก สิ่งที่ถนัดเหรอฮะ? นอกเหนือจากเรื่องรียน มั่นใจทุกอย่างฮะ
    SM นอกเหนือจากเรื่องเรียนเหรอ
    อึนฮยอก ใช่ครับ
    SM งั้นลองเต้นให้ดูหน่อยดีมั๊ย?

    ตั้งแต่อยู่ชั้นประถม ผมขึ้นแสดงบนเวทีไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
    แต่อาการสั่นแบบนี้เพิ่งจะเกิดเป็นครั้งแรก
    แต่เมื่อนึกถึงสัญญาที่ให้ไว้กับแม่
    ห้ามเลิกกลางคันเด็ดขาดนะ
    ผมจึงเต้นอย่าสุดกำลัง และสามารถผ่านการออดิชั่นได้

    จุนซุ อ่าลีฮยอกแจ นายออดิชั่นผ่านแล้วใช่มั๊ย ดีใจด้วยนะ
    อึนฮยอก ขอบใจ จริงๆแล้วนายเป็นรุ่นพี่ฉัน 1 ปี อย่าลืมสอนฉันด้วยล่ะ
    จุนซุ อืมมม เรียกฉันว่ารุ่นพี่จุนซูสิ แล้วจะลองเอาไปคิดดูอีกที
    อึนฮยอก หนอยยย เจ้าบ้าเอ๊ย

    6 ปีก่อนนับจากวันนี้
    ผมที่ได้กลายเป็นเด็กฝึกหัด
    ทั้งเรื่องเรียน ทั้งการไปฝึกซ้อม วันเวลาที่ยุ่งแสนยุ่ง ผ่านไปทีละวัน
    แต่หนทางที่จะได้เป็นนักร้องยังคงห่างไกลและเลือนราง
    เคยคิดว่าเมื่อผ่านการออดิชั่นแล้วก็จะได้ออกอัลบั้มในทันที
    แต่สิ่งที่ผมคิดนั้นมันผิดถนัด

    หลังเลิกเรียนก็ไปบริษัท ทั้งซ้อมเต้นซ้อมร้องเพลง
    แล้วก็ซ้อมร้องเพลงซ้อมเต้น แล้วก็ซ้อมเต้นซ้อมร้องเพลง
    การฝึกที่ไม่มีที่สิ้นสุด

    อึนฮยอก อ่า...นี่ คิมจุนซู พักหน่อยเถอะ
    เฮ้อ....ถ้าเราซ้อมหนักขนาดนี้แล้ว เราจะเป็นนักร้องได้ใช่มั๊ย?
    ช่วงนี้เริ่มมองไม่เห็นที่สิ้นสุด จริงๆนะ
    จุนซู นี่ ไม่เคยได้ยินหรือไง ที่เขาว่า คนที่เคยกินขนมปังที่ชุ่มไปด้วยน้ำตาเท่านั้น
    ถึงจะสามารถสัมผัสความสุขที่แท้จริงของชีวิต
    วันเวลาในตอนนี้ จะเป็นความทรงจำที่ดีในอนาคตไม่ใช่เหรอ
    อึนฮยอก ก็จริงเนอะ? แล้วก้ไม่ได้มีแต่พวกเราที่ลำบาก
    ทั้งดงเฮ พี่ซองมิน พี่ยุนโฮ ทุกคนก็ต่างพยายามด้วยกันทั้งนั้น

    ในตอนนั้น เด็กฝึกหัดในบริษัทมีอยู่เยอะ
    ทุกๆคนก็จะซ้อมเต้น ซ้อมร้องเพลงที่ชั้นใต้ดิน
    โดยเฉพาะพวกเรา ดงเฮ พี่ซองมิน ที่สนิทกัน 5 คน
    พอเบื่อจากการซ้อมก็จะเล่นบอลกันในห้องซ้อมแคบๆนี้

    ทางนี้ๆ พาส ทางนี้! อ่า ฮยอกแจ
    อึนฮยอก นี่ คิมจุนซู! นี่ๆ ไม่ใช่ทางนั้น ทางนี้ ทางนี้
    จุนซู รู้แล้ว! ส่งล่ะนะ~~
    เพล้ง!!!
    อึนฮยอก เฮ้ย! เตะไปทางนั้นทำไมเล่า กระจกแตกเลย ทำยังไงดีล่ะเนี๊ยะ
    อย่างแรก รีบทำความสะอาดด่วนเลย

    อึนฮยอก พี่....
    ครูฝึก นี่ นี่มันอะไรห๊า? จุนวู ดงเฮ ซองมิน ยุนโฮ อ่า~~~ ลีฮยอกแจ นี่นายอีกแล้วเหรอ?
    อึนฮยอก ไม่ใช่นะฮะ มันไม่ใช่อย่างนั้นจริงๆนะ พวกเราแค่เบื่อมากๆเลยเอาบอลมาเขี่ยเล่นกันเท่านั้น
    ครูฝึก เฮ้อ~~~ กำลังคิดอยู่เลยว่าช่วงนี้มันสงบดีจริงๆ แต่ไม่ทันไร... ไป ไปเขียนใบสารภาพผิดเดี๋ยวนี้เลย!
    อึนฮยอก ใบสารภาพผิดเหรอฮะ?

    สารภาพผิดที่เล่นบอลในห้องซ้อม สารภาพผิดที่อู้ซ้อม
    จำได้ว่าช่วงนั้นผมเขียนใบสารภาพผิดไปมากกว่า 100 ใบ
    ผมผ่านเวลาที่ยากลำบากสมัยเป็นเด็กฝึกหัด
    แต่ยังมีเวลาที่ลำบากเสียยิ่งกว่าการฝึกซ้อมอีกมากมาย

    นี่ๆ นั่นฮยอกแจเด็กห้อง 1 ใช่มั๊ย เจ้านั่น...หน้าตาก็แปลกๆ ที่ว่ากันว่าเตรียมตัวเป็นนักร้องอยู่น่ะเหรอ?
    ใช่ๆ ก็ดูธรรมดาๆ ฉันก็ได้ยินมาเหมือนกัน
    เฮ้อ....ดูแล้วน่าจะไปเป็นตลกเสียมากกว่า นักร้องเหรอ? บริษัทไหนนะที่รับเจ้านั่นเข้าไป? เป็นเด็กฝึกที่นั่น อ่า.....
    ใช่ๆ ลีฮยอกแจ? สมัยนี้ใครๆก็เป็นนักร้องได้หรือไง? น่าขำจริงๆ

    เวลาไปโรงเรียน บ่อยครั้งที่ได้ยินคำพูดแบบนี้
    ทั้งๆที่แกล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ได้ยิน แต่คำพูดพล่อยๆเหล่านั้นก็สามารถสร้างบาดแผลมากมายให้กับผม
    แต่ว่า ไม่มีหรอก ลีฮยอกแจ คนที่จะจมกับความทุกข์เพราะคำพูดเหล่านั้น
    อีกหน่อยถ้าผมเป็นนักร้องที่สุดยอดได้ คำพูดเหล่านั้นก็จะหายไปเองอย่างแน่นอน
    ผมเพียรฝึกซ้อม ฝึกซ้อม และก็ฝึกซ้อม ผ่านไปทีละวัน ทีละวัน เรื่อยมา

    แล้วมาวันหนึ่ง
    ก็ได้ยินเรื่องที่ จุนซูและพี่ยุนโฮ จะได้เดบิวเป็นดงบังชินกิ
    อึนฮยอก จุนซู ดีใจด้วยนะ ดีใจจริงๆ ตอนนี้เตรียมตัวพร้อมแล้วใช่มั๊ย?
    จุนซู อืม...วันนี้ก็ถ่ายทำ MV ไปแล้ว
    ฮยอกแจ...ฉันขอโทษ ถ้าได้เดบิวด้วยกันน่าจะดีแท้ๆ
    อึนฮยอก - อ่า..ฉันยังมีโอกาสหน้าแหละน่า
    จุนซู แน่นอน นายน่ะเก่งขนาดนี้ เดี๋ยวก็ต้องได้เดบิวแน่ๆ

    แล้วจุนซุก้ได้กลายเป็นจุนวูแห่งดงบังชินกิ
    ได้เดบิวเป็นนักร้องที่เจิดจรัส
    เพลง HUG ติดชาร์ตอันดับ 1 อัลบั้มที่ออกมาเป็นที่นิยม ประสบความสำเร็จท่วมท้น
    ผมคอยเฝ้าดูจุนซู และกัดฟันอดทนฝึกฝนเรื่อยมา

    ลีฮยอกแจ นายรู้เรื่องที่บริษัทกำลังเตรียมกรู๊ป SUPER JUNIOR อยู่ แล้วหรือยัง
    นายน่ะเป็นสมาชิกหนึ่งในนั้นนะ พยายามเข้าล่ะ

    หลังจากการฝึกซ้อมมาได้ 6 ปี วันที่จะได้เดบิวก็มาถึง
    เป็น SUPER JUNIOR นักร้องกลุ่ม 12 คนกลุ่มแรกของเกาหลี
    แล้วโอกาสที่จะทำให้ พวกที่ชี้นิ้วว่าผมลับหลัง
    พวกที่นินทาผมทั้งๆที่ไม่รู้จักผมดีเหล่านั้น จะได้เห็น
    จากนี้ไปผมไม่ใช่ฮยอกแจ แต่กำลังออกสตาร์ทด้วยชื่อ อึนฮยอก
    แม้ชื่อจะเปลี่ยนไป แต่ความมุ่งมั่นและตั้งใจยังไม่เปลี่ยนแปลง
    จากนี้ไปเป็นเพียงจุดเริ่มต้น

    ผมอัญมณีที่เจิดจรัสแห่งซูเปอร์จูเนียร์ อึนฮยอก

    -------------------------------------------------

    Korean Text by BABY LOVE일품 (iwashi)
    Japanese Taxt by yume@ http://kr2jp.blog54.fc2.com/
    Thai Translation by didy@ LoveU Super Junior

    http://super-junior05.spaces.live.com/
    *Take out with full credit

    [We are Super Junior] 20060816 Shindong

    [We are Super Junior] 20060816 Shindong Part 1
    ฟังเสียงชินดงออนแอร์ในวิทยุ

    [ชินดงผู้รักการเต้น]

    user posted image

    ชื่อของผม ชินดงฮี
    ตอนนี้ใครๆก็รู้จักผมในฐานะ ชินดงสัญลักษณ์แห่งซูเปอร์จูเนียร์
    แต่จริงๆแล้วผมเติบโตมาด้วยชื่อ ดงฮี มากว่า 20 ปี
    มาย้อนอดีตตั้งแต่วันที่ผมเป็นดงฮี จนมาถึงวันที่ผมกลายเป็นชินดงแห่งซูเปอร์จูเนียร์

    รุ่นพี่ - นี่! ดงฮี! ใม่ใช่อย่างนั้น! เอาสะโพกออก แล้วเอาหัวเข้าไป!
    ชินดง - อ่า อย่างนี้เหรอพี่?
    รุ่นพี่ - ไม่ใช่ เอาเข้าไปอีกนิด สะโพกด้วย! ขยับสะโพกอีกหน่อย~
    ชินดง - สะโพก....

    ผมที่รักการเต้นมาตั้งแต่อยู่ชั้นประถม และก็ชอบที่จะทำให้คนอื่นหัวเราะ
    ผมรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ เพื่อไปเรียนเต้นกัน
    และในใจลึกๆก็คิดว่า อยากเป็นนักแสดงตลก
    ในเใองที่ผมอยู่ ผมเป็นคนดังที่มีคนรู้จักไปถึงโรงเรียนอื่น
    เวลาผ่านไปเรื่อยๆ จนมาวันหนึ่ง ตอนที่อยู่ ม.4

    - ตรู๊ด ตรู๊ด ตรู๊ด-
    รุ่นพี่ - นี่ ดงฮี
    ชินดง - ครับพี่?
    รุ่นพี่ - วันนี้นายว่างหรือเปล่า?
    ชินดง - ครับก็ไม่มีอะไร ว่างครับ....
    รุ่นพี่ - เหรอ งั้นนายช่วยไปอัดรายการแทนฉันหน่อยได้มั๊ย?
    ชินดง - อัดรายการเหรอฮะ?
    รุ่นพี่ - จริงๆแล้ว ฉันน่ะต้องไปเต้นกับทีมฉันวันนี้ แต่ว่ารู้สึกไม่ค่อยสบาย
    นายช่วยไปแทนฉันหน่อยนะ! เข้าใจมั๊ย?
    ชินดง - อ่า...ไม่นะฮะ เต้น..เต้นอะไร...
    รุ่นพี่ - ก็แค่เต้นตามอยู่ข้างหลังก็พอแล้ว รู้จักหรือเปล่า? ตึกสถานีโทรทัศน์K ที่ยออึยโดน่ะ?
    ไปที่นั่นแล้วก็เตรียมตัว เข้าใจมั๊ย!
    อยู่ๆพอรับโทรศัพท์จากรุ่นพี่ในทีมเต้น ก็ต้องรีบออกไปที่สถานีโทรทัศน์K
    MC - เพลงต่อไปพบกับนักกีฬาบาสเก็ทบอล ปาร์คชังซองและภรรยาฮยอนซอง เพลง.......

    ผมได้เต้นประกอบเพลงของฮยอนซอง เวทีนั้นนับเป็นเวทีเดบิวครั้งแรกของผม
    จากนั้นผม ชินดงฮี ก็ตั้งอกตั้งใจฝึกซ้อมเต้น พลางไปเต้นตามรายการทีวีต่างๆของทั้งสถานีเคเบิ้ลทีวี สถานี SBS
    J Station มิวสิกคาราโอเกะ ต่างๆ

    มาถึงฤดูร้อนตอนอยู่ ม.6
    เพื่อน - เฮ้ ดงฮี สบายดีรึเปล่า ร้อนสุดๆไปเลยเนอะ?
    ชินดง - อ่า ใช่ๆ เวลาอย่างนี้ถ้าได้ไปทะเล มือหนึ่งถือแตงโม ขาก็แช่น้ำทะเล คงจะสุขสุดๆไปเลย~~~
    เพื่อน - ทะเลเหรอ?? อ่า ฉันก็ อยาก เห็นทะเล!! นายมีเงินเหรอ? ฉันน่ะใช้ค่าขนมไปหมดแล้วน่ะสิ...
    ชินดง - ให้มันได้อย่างนั้น ฉันก็ไม่มีน่ะ อ่า ไม่มีวิธีดีๆเหรอนะ?
    เพื่อน - อ่า ใช่ๆ เมือกี้ฉันเก็นในอินเตอร์เน็ท มีงานแข่งเต้นอยู่ที่นึง แล้วรางวัลก็เป็นเงินสด
    ชินดง - อะไรนะๆ เงินรางวัลเหรอ? โธ่....แล้วมัวคิดอะไรอยู่เล่า เตรียมตัวเลยๆ เดี๋ยวนี้เลย
    ต้องคว้ารางวัลนั้นมา แล้วไปลอยตุ๊บป่องที่ทะเลกัน

    ผมและเพื่อนเตรียมซ้อมเต้นกัน แล้วก็ไปเข้าประกวดเต้นที่ว่านั้น
    ด้วยความตั้งใจที่จะเอาเงินรางวัลไปเที่ยวทะเล
    และในการแข่งขันครั้งนั้น ผมก็ได้รับนามบัตรใบหนึ่งมา

    SM - อ่า น้องคนนั้น?
    ชินดง - ครับ? มีอะไรเหรอครับ?
    SM - เมื่อกี้ได้ดูการประกวดบนเวทีมา สนใจไปออดิชั่นที่บริษัทของเรามั๊ย?
    ชินดง - ครับ? ออดิชั่นเหรอครับ?
    Sm - ใช่ เดี๋ยวให้นามบัตรนี้ไว้แล้วกัน ลองเอาไปคิดดู แล้วติดต่อมานะ
    ชินดง - อ่า....ครับ

    ถึงแม้ผมจะเคยไปอัดรายการทีวีไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
    แต่นี่เป้นครั้งแรกที่ผมได้รับนามบัตรจากค่ายเพลง ผมตื่นเต้นไม่น้อย
    และผมคิดว่า นี่เป็นโอกาศที่ดีมากๆ
    หลังจากคิดไปคิดมาหลายรอบ ผมก็ตกลงใจไปออดิชั่นดู

    ชินดง - ครับ?? ครั้งนี้ก็ไม่ได้เหรอครับ?? คราวก่อนก็ไม่ได้มาทีนึงแล้ว....
    SM - อ่า ก็ในใบนี้ไม่มีชื่อนายนี่นา....
    ชินดง - มันไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นนะฮะ ลองหาดูดีๆนะครับ คราวนี้ซ้อมมาอย่างหนักแท้ๆ
    SM - นายลองหาดูดีๆแล้วใช่มั๊ย? ชื่อชินดงฮี ไม่มีจริงๆนะ

    การออดิชั่นครั้งที่ 2 ก็ยังสอบตก
    มาลองคิดดูตอนนี้ ผมก็ยังไม่รู้ว่าผมทำอะไรลงไปตอนที่ออดิชั่น
    จะต้องแสดงทุกอย่างที่มำได้ การเต้น การร้องเพลง มุขตลก ไปจนถึงการแสดง เตรียมพร้อมมาอย่างดี
    พอถึงเวลาจริงก็ทำไปอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำได้ดีขนาดไหน ที่ๆควรจะหัวเราะ ทำให้คนดูหัวเราะๆได้เท่าไหร่
    ในตอนจบผมหลับตาแน่น ชีวิตของชินดงฮีคงจะจบลงตรงนี้ การออดิชั่นครั้งที่ 3 จบลงแล้ว
    แต่ในที่สุดผมก็สามารถผ่านการออดิชั่นครั้งนี้ได้
    SM - ดงฮี นายอายุ 20 แล้ว ถือว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีผู้ปกครองเซ็นรับรอง
    ดังนั้น นายแค่เซ็นตรงนี้ ก็เป็นอันเรียบร้อย
    ชินดง - ตรงนี้ใช่มั๊ยฮะ?

    ผมไม่เคยบอกพ่อกับแม่เรื่องที่ไปออดิชั่นที่บริษัทเลย
    แต่ดงฮีตัวป่วนคนนี้ เวลาทำอะไรสำเสร็จก็มักจะอดไม่ได้ที่จะบอกให้คนอื่นรู้
    - ตรู๊ด ตรู๊ด ตรู๊ด-
    ชินดง - แม่ฮะ!!! แม่ แม่ ผ..ผม เซ็นไปแล้ววววว
    แม่ - เจ้าเด็กคนนี้ อยู่ๆมาพูดอะไรเนี๊ยะ? เซ็น? เซ็นอะไร?
    อย่าบอกนะว่า ไปเซ็นค้ำประกันให้ใคร แกจะบ้าไปแล้วเหรอ??
    ชินดง - ไม่ใช่อย่างนั้นฮะ ผมเซ็นสัญญากับบริษัท เพื่อจะเป็นดาราฮะแม่
    แม่ - อะไรนะ? เป็นดารางั้นเหรอ?
    ชินดง - ผมบอกแม่เป็นคนแรกเลยนะเนี๊ยะ จริงๆนะ ผมจะพยายามมากๆฮะแม่
    แม่ - อ่า ลูกแม่ จะเป็นดาราน่ะ มันไม่ใช่แค่เต้นนะ มันยากกว่านั้นอีกเยอะ แล้วเราจะไหวเหรอ?
    ชินดง - ไหวสิครับแม่ เชื่อผมนะ ผมจะพยายามสุดๆไปเลย

    ผมที่ตอนม.ปลายเมื่อเรื่องเรียนมักจะผลัดไปก่อน ชอบแต่จะเต้นจะเล่นเท่านั้น
    พอพูดว่าจะเป็นดารา พ่อกับแม่ก้เป็นกังวลมาก
    แต่ว่า ท่านทั้งสองที่มักจะเชื่อในสิ่งที่ผมทำโดยไม่มีเงื่อนไข ก็ยอมที่จะตามใจผมทันที
    ทำให้ผมสามารถสร้างความฝันอันยิ่งใหญ่นี้ได้

    ตอนนี้ชินดงฮีได้ติดปีกแล้ว เหลือเพียงรอวันที่จะได้โบยบินเท่านั้นเอง

    -------------------------------------------------

    Korean Text by BABY 동해COM♡ (gksmftlsql)
    Japanese Taxt by yume@ http://kr2jp.blog54.fc2.com/
    Thai Translation by didy@ LoveU Super Junior
    *Take out with full credit

    [จากดงฮีมาเป็นสัญลักษ์ของซุบเปอร์จูเนียร์ ชินดง]


    user posted imageuser posted image
    user posted imageuser posted image
    user posted imageuser posted image


    ผมที่ชอบการเต้นมาตั้งแต่อยู่ชั้นมัธยมต้น ได้รวมกลุ่มกับเพื่อนตั้งทีเต้น
    ตอนอยู่ ม.4 ได้เดบิวเป็นแดนส์เซอร์ด้วยความบังเอิญ ในรายการประกวดร้องเพลงของสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง
    ได้มีโอกาศไปอัดรายการที่สถานีโทรทัศน์ต่างๆหลายรายการ แต่ยังมองไม่เห็นความฝันที่จะเป็นดารา
    แต่เมื่อฤดูร้อนตอน ม.6 ก็ได้รับนามบัตรใบหนึ่ง ในการประกวดเต้น ที่ผมและเพื่อนเข้าประกวดเพื่อ
    จะชิงเงินรางวัลเอาไปเที่ยวทะเล หลังจากตกการออดิชั่นถึง 2 ครั้ง ผมก็ผ่านมาได้ในครั้งที่ 3

    SM - อ่า นี่คือคนที่ออกดิชั่นผ่านเข้ามาในครั้งนี้ เอ้า แนะนำตัวหน่อย
    ชินดง - สวัสดีครับ! ชื่อ ชินดงฮีครับ
    SM - ดงฮีเป็นเพื่อนใหม่ ที่ผ่านเข้ามาด้วยตำแหน่ง Best Gag
    สนิทกันไว้นะ เวลาซ้อมมีอะไรไม่เข้าใจก็ถามล่ะ
    ชินดง - ครับ!!

    เป็นครั้งแรกที่ได้พบกับเมมเบอร์ในปัจจุบัน ปม้ผมจะเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นง่าย
    แต่ครั้งนั้นกลับสั่นมากๆ เพราะเข้ามาด้วยตำแหน่ง Best Gag ผมจึงยังต้องฝึกเรื่องร้องเพลงอีกมาก
    และยังเข้ามาทีหลังคนอื่นๆ ยิ่งต้องพยายามมากขึ้น

    SM - ดงฮี อยู่ไหน ดงฮี!
    ชินดง - ครับๆ ผมอยู่นี่
    SM - เอ้า นี่
    ชินดง - นี่อะไรเหรอฮะ? นี่มันม้วนวีดีโอไม่ใช่เหรอ?
    SM - ตั้งแต่นี้ไป ให้แสดงบทบาทสมมติแล้วถ่ายวีดีโอมาสัปดาห์ละคน ทำให้สนุกๆนะ
    ชินดง - บทบาทสมมติเหรอฮะ?
    SM - อันนี้น่ะ เป็นการบ้านที่ให้นายพิเศษคนเดียวเลยนะ พยายามเข้าล่ะ!

    ผมจะต้องอัดบทที่แสดงมาสัปดาห์ละชิ้น
    ชินดงที่ไม่แม้จะเป็นหวัด ยังถึงกับสั่นขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ
    ทำอะไรเหรอ นี่มันคืออะไร แต่ผมก็กัดฟันฮึดสู้ เปิดวีดีโอรายการตลกเหล่านี้ดูทีละม้วนๆ
    อยู่ๆก็ได้รับแบบฝึกหัดการแสดงบทบาทสมมติมาอย่างกระทันหัน
    ผมแสดงเลียนแบบท่าทาง อดีตประธานธิบดี คิมดีจุน ไปจนถึง วอนบิน ผมฝึกแบบนี้มากมาย
    (พูดเลียนเบบ)"เอ๋~~~~ไม่ได้เรื่องเลย!" ......อ่า น่าเบื่อจริงๆ

    ฝึกแสดง ฝึกเต้น ฝึกร้องเพลง คืนวันที่มีแต่การฝึกๆๆๆ

    ซีวอน - พี่ นี่กี่โมงแล้ว?
    ชินดง - เดี๋ยวนะ อีะ อะไรเนี๊ยะ! ตี 5?? อ่าพวกเราโต้รุ่งกันอีกแล้วเหรอเนี๊ยะ นี่มันตี 5 ตอนเช้าแล้ว
    ซีวอน - จริงด้วย นี่ถ้าเราทำอย่างนี้ เดี๋ยวเลือดกำเดาไหลเอาได้นะ...วันนี้กลับกันก่อนเถอะพี่
    ชินดง - ใช่ๆ ฉันต้องไปรอรถไฟเที่ยวแรก ที่สถานีน่ะ แล้วนายล่ะ
    ซีวอน - ผมอยู่แถวนี้นี่เอง
    ชินดง - อ่าใช่ๆ งั้นเจอกันพรุ่งนี้
    ซีวอน - อืม แล้วเจอกันฮะ

    เสียงประกาศ - สถานีต่อไปสถานีสนามกีฬาทงแดมุน ประตูทางออกด้านซ้าย
    ชินดง - อ่า....เป็นช่วงคนออกไปทำงานตอนเช้าพอดี คนแน่นเชียว
    ซ้อมมาขนาดนั้น เหนื่อยจริงๆ ไม่ไหวแล้ว หลับสักงีบดีกว่า ZzzzzzzzZzzzzz
    ผู้โดยสาร - นี่มันอะไร!! นี่มันอะไรกัน!! คนนี้นี่มันอะไร!!
    ชินดง - อ่า อ่า อ่า อะไร! ทำไมถึงหนวกหูอย่างนี้? อ่า แล้วที่นี่มันที่ไหนล่ะ?
    เสียงประกาศ - สถานีต่อไปสถานีสนามกีฬาทงแดมุน ประตูทางออกด้านซ้าย
    ชินดง - อะไรนะ! นี่มันผ่านไป 2 ชั่วโมงแล้วเหรอ! อะไรเนี๊ยะ? วนมารอบนึงแล้วเหรอ??

    ผมยังจำเรื่องวันนั้นได้ดี วันที่ซ้อมจนถึงเช้าแล้วไปงีบหลับตอนนั่งรถไฟกลับบ้าน
    แต่พอลืมตาขึ้นมาก็ยังอยู่ที่เดิม แล้วพองีบไปอีกที แล้วตื่นขึ้นมาอีกทีก็ยังอยู่ที่เดิม
    เป็นเช้าวันที่ผมวนอยู่ในรถไฟสาย 2 วนกลับมา แล้วก็วนกลับมา

    ซีวอน - พี่ฮะ พี่ได้ยินหรือยัง? เรื่องวันเดบิวของพวกเรา!
    ชินดง - อ๋อ อืม ฉันก็ได้ยินแล้ว!
    ซีวอน - ผมสั่นไปหมดแล้ว ทั้งๆที่ซ้อมมาไม่รู้เท่าไหร่ แต่ผมก็ยังตื่นเต้นไปหมด
    นี่พี่ มีรูปพวกเราขึ้นในเน็ทแล้วนะพี่ พี่เห็นแล้วยัง?
    ชินดง - เหรอมีแล้วเหรอ?? รุปเหรอ? ไหนๆ ที่ไหน? ไปดูกัน

    เมื่อกำหนดวันเปิดตัวแล้ว
    รูปของพวกผมก็ได้เผยแพร่ในอินเตอร์เน็ท
    ผมรีบเข้าเน็ทด้วยความดีใจ แต่...

    ชินดง - อ่านี่น่ะเหรอ? เอ๋ ทำไมที่ใต้รูปผมมีแถวคอมเมนท์เพียบอย่างนั้น
    ID ShindingAnti "หน้าตาอย่างนี้เนี๊ยะนะ?" หน้าเหมือยังไม่ตื่นนอนอย่างนั้น
    ID XXXXXXXX "เด็กคนนี้ นี่เข้าได้เพราะร้องเพลงเก่งอย่างเดียวเลยใช่มั๊ย?"

    ทันทีที่เข้าไปดูในอินเตอร์เน็ท เมื่อได้เห็นคอมเมนท์ที่อยู่ใต้รูปของผม
    คำวิพากท์วิจารย์ต่างๆ "ก็คงจะร้องเพลงดีมากๆ ล่ะมั๊ง..."
    แม้แต่ไหนแต่ไรมาผมจะเป็นคนที่ไม่หวั่นไหวกับคำพูดของคนอื่นง่ายๆ
    แต่วันนั้นมันทั้งรู้สึกแย่และเจ็บปวดถึงขนาดที่ไม่อยากจะเปิดอินเตอร์เน็ทอีกเลย

    แต่จากนั้น ผมได้ออกทีวีในรายการต่างๆมากมาย ทำให้สามารถลบคำสบประมาทต่างๆไปได้มาก
    เพราะว่าชอบเต้นผมจึงเต้น เพราะชอบทำให้คนอื่นหัวเราะ จึงไล่ตามความฝันที่จะเป็นดาราตลก
    แต่จากนี้ไปผมจะไม่ได้เป็นดงฮีที่รักเวที แต่ผมจะเป็นชินดงแห่งซูเปอร์จูเนียร์
    ผมจะเป็นคนที่ไม่อายต่อชื่อของตัวเอง

    ผมซุเปอร์จูเนียร์ ชินดง

    -------------------------------------------------

    Korean Text by BABY 동해COM♡ (gksmftlsql)
    Japanese Taxt by yume@ http://kr2jp.blog54.fc2.com/
    Thai Translation by didy@ LoveU Super Junior

    http://super-junior05.spaces.live.com/*Take out with full credit

    [We are Super Junior] 20060903 Kibum


    ฟังเสียงคิบอมออนแอร์ในวิทยุ

    [คิบอม เหินฟ้าสู่เกาหลีอีกครั้ง]

    user posted image


    ผมคือคิมคิบอมแห่ง ซูเปอร์จูเนียร์
    ผมที่มีงานรุมเร้าตลอดสัปดาห์จนไม่มีวันหยุด แต่แทนที่จะเห็นเหนื่อยแต่ผมกลับมีความสุข
    เพราะอะไรงั้นหรือ? เพราะผมกำลังทำงานที่ผมใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กๆ
    เอาล่ามาย้อนอดีตจนมาถึงวันนี้ของคิบอมกันเถอะ

    เพื่อน - นี่ คิบอม ไปเตะบอลกันเถอะ~!
    คิบอม - อ่า..อืม
    เพื่อน - วันนี้จะแข่งกับเด็กห้องอื่นด้วยนะ คราวนี้ต้องชนะให้ได้เลย
    คิบอม - อืม รู้แล้ว....
    เพื่อน - เฮ้! เป็นอะไรไปเนี๊ยะ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ทำหน้าอย่างกับคนท้องผูกเรื้อรัง
    คิบอม - อ่า ไม่ใช่นะ คือว่า...
    เพื่อน - งั้นอะไรล่ะ!! เกิดอะไรขึ้น?!
    คิบอม - ฉัน..ดูเหมือนว่า เดือนหน้าจะต้องย้ายไปต่างประเทศ...
    เพื่อน - อะไรนะ!! ย้ายไปต่างประเทศ??!!
    คิบอม - อืม..จริงๆก็คุยกันมานานแล้ว แต่ว่าวันเวลาที่แน่นอนก็เพิ่งมาได้ยินเมื่อวานนี่แหละ

    เมื่ออายุได้ 12 ปี
    ผมก็ต้องหันหลังบอกลาเพื่อนรักและโรงเรียนที่คุ้นเคย
    แล้วติดสอยห้อยตามพ่อแม่ย้ายที่อยู่ไปอเมริกา
    แม้จะเตรียมใจไปบ้างแล้ว แต่การปรับตัวเข้ากับสถานที่ๆไม่คุ้นเคยก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

    คิบอม - พ่อ ผมไปล่ะนะ
    พ่อ - คิบอม วันนี้โรงเรียนหยุดไม่ใช่เหรอ เราจะไปไหนล่ะ?
    คิบอม - อ่า ไปทำงานพิเศษฮะ
    พ่อ - งานพิเศษ? ทำไมล่ะ? ค่าขนมไม่พอเหรอ?
    คิบอม - เปล่าฮะ ไม่ใช่อย่างนั้น .....ก็อยากจะคล่องภาษาอังกฤษเร็วๆ
    และก็อยากมีเพื่อนเยอะๆด้วยฮะ
    พาอ - อ่า...โรงเรียนก็อยู่ไกล แค่ไปกลับโรงเรียนก็ลำบากแล้วแท้ๆ....
    แล้วนี่ทำงานพิเศษด้วย จะไม่เหนื่อยเกินไปเหรอ

    ที่อเมริกา ทั้งวัฒนธรรมและภาษาที่แตกต่าง
    วิธีการจะปรับตัวให้ได้เร็วสำหรับเด็กขี้อายและไม่แสดงออกอย่างผม
    ก็คือการวิ่งเข้าใส่แบบไม่มีเงื่อนไข
    นอกจากนี้โรงเรียนที่อยู่ ก็เป็นโรงเรียนสำหรับชาวเกาหลี ที่ใช่เวลาเดินทางถึง 1 ชั่วโมง
    ในเวลาเดียวกันก็ทำงานพิเศษไปด้วย
    เรื่อยมาอย่างนั้นจนผ่านไป 4 ปี จนผมอายุได้ 16 ปี
    เป็นช่วงที่ผมเคยชินกับชีวิตความเป็นอยู่ที่อเมริกาแล้ว

    เพื่อน - คิบอม~~~ วันนี้ว่าหรือเปล่า
    คิบอม - ก็ไม่มีอะไร
    เพื่อน - งั้นวันนี้ไปเที่ยวงานนิทรรศการกับฉันนะ
    คิบอม - อะไรเหรอ? งานอะไร?
    เพื่อน - ก็วันนี้มีงานนิทรรศการเกาหลีไง
    คิบอม - อ่า งั้นเหรอ? จะว่าไป ฉันก็ยังไม่เคยไปเที่ยวดูสักที
    เพื่อน - เอ้ๆๆ อย่างนี้ต้องลองไปดู สนุกนะ! ต้องไปดูการแสดงสนุกๆทั้งนั้น
    ป่ะ ไปกันเถอะ เดี๋ยวนี้เลย
    คิบอม - อ่า รู้แล้วๆๆ อ่ะ แล้วนายรู้ที่เหรอ?
    เพื่อน - แหม่ แหม่ เชื่อใจพี่ชายคนนี้ได้เลย! ป่ะไปกัน!

    วันที่มีนิทรรศการเกาหลี ผมกัยเพื่อนพากันไปงานเพื่อไปหาอะไรสนุกๆดู

    เพื่อน - ก็คิดว่าอยู่แถวๆนี้นะ?
    คิบอม - นี่ ไหนยอกว่าให้เชื่อนาย นี่รู้จริงๆหรือเปล่าเนี๊ยะว่าอยู่ไหน
    แล้วที่นี่มันที่ไหนล่ะเน๊ยะ?
    เพื่อน - อ่า...ก็ถามมาแล้วน้า ถ้าเลี้ยวตรงนี มันก็น่าจะเจอนี่นา แต่.. อ่า ไม่รู้แล้ว...
    คิบอม - นี่ ฉันไม่ไปต่อแล้วนะ! แล้วนี่มันไม่เลยเวลามาแล้วเหรอ! ฉันไม่ไปแล้ว!
    SM - อ่า...คือว่า...?
    คิบอม - เอ๋ ผมเหรอ?
    SM - คนเกาหลีใช่มั๊ย?
    คิบอม - อ่า..ก็ใช่ครับ เอ่อ แล้วคุณ...?
    SM - ไม่คิดจะเป็ดาราดูดูบ้างเหรอ?
    คิบอม - ครับ?? ด.ด..ดาราเหรอฮะ? อ่า...
    SM - ผมเป็น Casting Manager ของโมเดลลิ่ง ก็สะดุดตาน้องพอดี
    ยังไงลองเอากลับไปคิดดูแล้วค่อยติดต่อมาก็ได้ นี่นามบัตรนะครับ

    มันเร็วเกินไปจนผมคิดอะไรไม่ทัน
    ดารา? ดาราแบบที่เห้นในทีวีน่ะเหรอ? แบบนั้นน่ะ....ผมทำได้เหรอ?
    แต่หลังจากคิดทบทวนดูหนักไม่กี่วัน ผมก็ตัดสินใจ

    คิบอม - แม่ครับ พ่อครับ ผมมีเรื่องจะคุยด้วย
    แม่ - อืม....เรื่องอะไรล่ะ
    คิบอม - ผมไปงานนิทรรศการมา แล้วก็ได้นามบัตรของโมเดลิ่งมา
    แม่ - เอ๋? บริษัทโมเดลิ่งเหรอ?
    คิบอม - ผมลองคิดดูอย่างดีแล้ว ผมอยากลองดูซักครั้งฮะ
    ก็เลยมาขออนุญาติพ่อกับแม่
    แม่ - งั้นหมายความว่า เราจะเป็นดารางั้นเหรอ?
    คิบอม - ....ครับ โอกาศแบบนี้ไม่ได้มีได้ง่ายๆไม่ใช่เหรอฮะ ถ้าไม่ทำตอนนี้ จะต้องเสียใจทีหลังแน่ๆ
    แม่ครับ ผมจะพยายาม! ให้ผมทำนะครับ!
    แม่ - ถ้าเราจะทำก็หมายความว่าจะต้องไปเกาหลีไม่ใช่เหรอ
    งั้นก็ต้องแยกจากครอบครัว....ไม่ได้! อย่างนี้ต่อให้ตายก็จะไม่ได้เจอเราใช่มั๊ย
    คิบอม - แม่ครับ ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะฮะ ผมต้องทำได้ ให้ผมทำนะฮะ
    แม่ - ไม่ได้ก็คือไม่ได้! เด็กที่ยังพึ่งพาตัวเองไม่ได้อย่างเราน่ะ ไม่ได้ ไม่ได้
    พ่อ - ...คิบอม เราน่ะ มั่นใจหรือเปล่า?
    คิบอม - ครับ พ่อ
    พ่อ - ก็ถ้าอย่างนั้น ก็ลองทำดูสิ แต่จะเลิกกลางคันไม่ได้นะ
    ถ้าจะเป็นอย่างนั้น ก็ไม่ต้องทำเสียแต่ทีแรก!
    คิบอม - ไม่มีทางเป็นอย่างนั้นแน่ครับ ผมจะพยายามจริงๆนะครับ

    แม้แม่จะไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของผม
    แต่ก็ได้พ่อเป็นคนสนับสนุนผมอย่างเต็มที่
    และจากความพยายามอ้อนวอนขอร้องของผมแม่จึงยอมให้
    ดังนั้นผมจึงขึ้นเครื่องบินกลับมายังเกาหลีที่ผมจากมา 4 ปี
    ระหว่างทางที่อยู่ในเครื่องบินเพื่อกลับสู่เกาหลีครั้งนั้น ผมยังจำคำสัญญาที่พร่ำบอกพ่อกับแม่ได้ดี
    ผมให้วัญญากับพ่อและแม่ที่มาส่งผมว่า ผมจะเป็นนักแสดงชื่อ คิมคิบอม
    ผมจะเป็นลูกชายที่พ่อกับแม่ภูมิใจ ให้สมกับที่ท่านยอมอนุญาติให้ผมตามที่ขอ

    ผมกำลังค่อยๆก้าวสู่หนทางแห่งความฝัน ที่ละก้าว ทีละก้าว


    -------------------------------------------------

    Korean Text by BABY LOVE"일품 (iwashi)
    Japanese Taxt by yume@ http://kr2jp.blog54.fc2.com/
    Thai Translation by didy@ LoveU Super Junior
    *Take out with full credit

    [คิบอม มุ่งหน้าสู่ความฝัน]

    user posted imageuser posted image
    user posted imageuser posted image
    user posted imageuser posted image


    ครอบครัวของผมย้ายไปอเมริกาเมื่อผมอายุได้ 12 ปี
    ผมพยายามอย่างเต็มที่เพื่อปรับตัวให้เข้ากับที่นั่น
    เป็นอย่างนั้นเรื่อยมา จนผ่านไป 4 ปี ในปี 2002
    ระหว่างที่จะไปเที่ยวงานนิทรรศการเกาหลีกับเพื่อน ก็ได้รับนามบัตรใบหนึ่งมา
    หลังจากคิดอย่างหนักผมก็ตัดสินใจที่จะไปเกาหลี และทำใจเตรียมพร้อมที่จะใช้ชีวิตห่างจากครอบครัว
    ผมบินกลับไปที่เกาหลี หลังจากนี้ ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้น

    เด็กฝึกหัด 1 - นี่ เต้นมาตั้งแต่เมื่อกี๊แล้ว ไม่หิวเหรอ?
    เด็กฝึกหัด 2 - หิวสิ ท้องร้องอย่างกับมีสงครามในท้องแล้ว
    เด็กฝึกหัด 1 - งั้นนายก็เอาขนมในกระเป๋าออกมาสิ
    เด็กฝึกหัด 2 - เอ๋! ขนมอะไร? มีที่ไหน?
    เด็กฝึกหัด 1 - ฉันเห็นนะว่านายมีขนมในกระเป๋า?? นายเอาออกมาเร็วๆสิ!
    เด็กฝึกหัด 2 - เอ๊ะ ก็บอกว่าไม่มี!
    เด็กฝึกหัด 1 - อะไร งกแม้กระทั้งขนมเหรอ โหย
    เด็กฝึกหัด 2 - เอ้าๆ จมูกดีอย่างนี้หาให้ก็ได้ เอาไป เอาไป
    เด็กฝึกหัด 1 - อ่า อร่อย อร่อยจริงๆ นี่ นั่นมันเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้ามาใช่ป่ะ?
    ถ้าจำไม่ผิดเด็กคนนั้นเข้ามาได้ 2 อาทิตย์แล้วใช่มั๊ย?
    เด็กฝึกหัด 2 - ประมาณนั้นแหละ
    เด็กฝึกหัด 1 - แล้ว...นายเคยได้ยินเด็กคนนั้นพูดมั๊ย?
    เด็กฝึกหัด 2 - ไม่อ่ะ เจ้านั่นเป็นพวกไม่พูดอยู่แล้วนี่ ยังไม่เคยเห็นพูดเกิน 2 คำเลย
    เด็กฝึกหัด 1 - งั้นเหรอ? ทำไมอ่ะ~ ปากล๊อคกุญแจไว้หรือไง? เดี๋ยวฉันจัดการเอง!
    เด็กฝึกหัด 1 - นี่ เออ~ เฮ้! คือว่า~~
    คิบอม - หืม?
    เด็กฝึกหัด 1 - นายน่ะเป็นคนไม่พูดไม่จาแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วเหรอ?
    คิบอม - ............
    เด็กฝึกหัด 1 - อืมมมมม เราก็ซ้อมด้วยกันมาตั้ง 2 อาทิตย์แล้วนะ
    แต่ยังแทบไม่ได้คุยกันเลย~ นี่ ลองพูดดูหน่อยสิ!!
    คิบอม - อืม....
    เด็กฝึกหัด 1 - เราจะต้องอยู่ด้วยกันไปอีกนาน อย่างนี้มันจะลำบากนะ
    คิบอม - ไม่ใช่อย่างนั้น ...อ่า...คือว่า...ฉันพูดไม่เก่งมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว...

    เด็กฝึกหัด 1 - อ่า เด็กนั่นอาการหนักจริงๆ -*-
    เด็กฝึกหัด 2 - เป็นพวกเก็บตัวน่ะนะ จะสนิทกับเจ้านั่นได้คงต้องใช้เวลาสักหน่อย

    เพราะนิสัยพูดน้อยและไม่แสดงออก ทั้งต้องอยู่ห่างกับครอบครัว
    ยิ่งทำให้การปรับตัวเข้ากับที่นี่ยิ่งยากขึ้น
    รู้สึกเหมือนถูกปล่อยอยู่ในเกาะร้างคนเดียว
    เรื่องจะเข้าหาคนอื่นก่อน แค่คิดก็ลำบากแล้ว
    แต่เมื่อได้ใช้ชีวิตอยู่กับเมมเบอร์ในปัจจุบัน แม้จะทะเลอะกันบ้าง
    แต่กำแพงก็ค่อยๆเริ่มทลายลง

    ZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZ
    คิบอม - อ่ะ? ทุกคนหลับกันหมดแล้ว..ตอนนี้กี่โมงนะ? อ่า ตี 3?
    จะนอนก็นอนไม่หลับ ไปซ้อมที่บริษัทดีกว่า
    [โป๊ก]
    ดงเฮ - อ่ะ!!!!! อ๋า!!!!!
    คิบอม - อะไรน่ะ? อ่ะ หัวใคร?
    ดงเฮ - อะไรเล่า!!
    คิบอม - เอ๋ พี่ดงเฮเหรอ? เป็นอะไร? ยังไม่นอนเหรอฮะ?
    ดงเฮ - อ่า...นอนไม่หลับน่ะ เลยว่าจะไปออกกำลังเสียหน่อย ว่าแต่นาย จะไปไหนน่ะ?
    คิบอม - เปล่าๆก้แค่หิว กะว่าจะออกไปหาซื้ออะไรกินหน่อย
    ดงเฮ - เหรอ?งั้นก็ไปดีๆล่ะ~
    คิบอม - อ่า...ตกใจหมด ทำไมพี่คนนั้นถึงยังไม่นอนนะ...อ่า ช่างเถอะต้องไปซ้อมแล้ว

    [โป๊ก]
    ดงเฮ - อ่ะ!!!!! อ๋า!!!!!อะไรอีกล่ะเนี๊ยะ!!!
    คิบอม - อ่ะ...หัวใครเนี๊ยะ..เอ๋? พี่ดงเฮเหรอ?
    ดงเฮ - นาย! คิบอมเหรอ? ไหนบอกจะไปซื้อะไรไม่ใช่เหรอ? แล้วมีธุระอะไรที่บริษัทล่ะ?
    คิบอม - อืม...แล้วพี่แต่งตัวอย่างนั้นจะออกกำลังเหรอฮะ?
    ดงเฮ - อ่า...ก็กะว่าจะออกกำลังก็เลยคิดว่ามาซ้อมเสียเลยดีกว่า~~
    แล้วนายน่ะ ก็มาซ้อมเหมือนกันเหรอ?
    คิบอม - เอ๋? อ่า...ครับ ก็นอนไม่หลับ....
    ดงเฮ - น่าขำจริงๆ ทั้งๆที่ซ้อมกันขนาดนั้น ตกดึกก็ยังออกมาซ้อมกันอีก
    อ่า....ยังไงก็มาแล้ว งั้นมาซ้อมด้วยกันดีกว่า เนอะ~

    ผมที่ไม่ค่อยชอบออกมาเดินเล่นข้างนอก
    วันๆก็ไปกลับๆอยู่แค่ที่พักกับบริษัทแท้ แต่พอตกดึกก็ยังคงไปที่บริษัทอีก
    แม้ครั้งนั้นจะบังเอิญไปเจอพี่ดงเอก็เถอะ แต่พอมาลองคิดดู
    ที่เราเจอกันนั้น ไม่ใช่เพราะความรู้สึกที่อยากแข่งขันหรือเอาชนะ แต่เพราะเราต่างอยากเก่งมากขึ้น
    หลังจากที่ผมฝึกซ้อมแบบนั้นมาตลอด 3 ปี ผมก็ได้เดบิวครั้งแรกในละครเรื่อง [April Kiss]
    ในบทตอนเด้กของรุ่นพี่ ลีจอนจิน

    แม้ตอนนี้ก็ยังอยู่ในช่วงการเรียนรู้ แค่นึกถึงตอนนั้น
    ผมแสดงไปยังไงผมยังจำไม่ได้เลย
    ช่วงนั้นผมสั่นมาก ตื่นเต้นขนาดที่ไม่สามารถวางบทลงได้เลยด้วยซ้ำ
    เพียงแค่จะพูดบทออกมาแต่ละประโยคๆก็ยากแล้ว
    แต่ผมก็เก็บความกลัวนั้นไว้ในใจ จากนั้นก็ได้รับบทในเรื่อง [Round Off2]
    และ ซิทคอม [Rainbow Romance]
    และตอนนี้ก็ยังเป็นหนึ่งในสมาชิกของซูเปอร์จูเนียร์อีกด้วย

    ตารางที่ยุ่งขนาดให้แบ่งตัวได้อีก 10 ร่างก็ไม่พอ
    แต่ผมก็ยังจะมองไปข้างหน้าแล้ววิ่งอย่างสุดกำลัง
    เพื่อพ่อและแม่ที่คอยให้กำลังใจผมอยู่ที่อเมริกา
    และเพื่อแฟนๆมากมายที่คอยเฝ้ามองผมอยู่

    ผมซูเปอร์จูเนียร์ คิบอม


    -------------------------------------------------

    Korean Text by BABY LOVE"일품 (iwashi)
    Japanese Taxt by yume@ http://kr2jp.blog54.fc2.com/
    Thai Translation by didy@ LoveU Super Junior

    http://super-junior05.spaces.live.com
    *Take out with full credit

    We are Super Junior] 20060827 Hangeng


    ฟังเสียงฮันเกิงออนแอร์ในวิทยุ

    [ฮันกยองหนุ่มนักเต้นจากแผ่นดินใหญ่ เหินฟ้าสู่เกาหลี]

    user posted image

    ฮันกยองแห่งซูเปอร์จูเนียร์ แต่ชื่อจริงๆของเขาคือฮันเกิง
    นักศึกษาของมหาวิทยาลัยนาฐศิลป์จีน อยู่เอกการเต้นพื้นบ้านและบัลเล่
    ผู้ที่เดินทางมายังเกาหลี เอาล่ะมาย้อนอดีตมาจนถึงวันที่ได้มาเป็นซูเปอร์จูเนียร์กันเถอะ

    เพื่อน - ฮันเกิง~~ ทำอะไรอยู่น่ะ ไปกินข้าวกันเถอะ!
    ฮันกยอง - อ่า รอเดี๋ยว เดี๋ยวทำนี่อีกนิดเดียวแล้วจะไป
    เพื่อน - นี่ นายยังซ้อมเต้นอยู่เหรอ? ไม่เบื่อบ้างหรือไง?
    ฮันกยอง - ไม่เบื่อหรอก ก็มันยากนี่~~
    เพื่อน - ก็นั่นแหละ... เข้าใจแล้ว แต่ที่เราได้รางวัลในการแข่งขันมาก็เพราะนายนั่นแหละนะ
    ยังไงก็เถอะ นายน่ะเยี่ยมมาก! ไม่สิอย่างนี้อันตราย! อันตราย! นี่มันชั่วโมงที่เท่าไหร่แล้ว?

    ฮันกยองที่อยู่เอกการเต้นพื้นบ้านของมหาวิทยาลัยนาถฐศิลป์จีน
    เพื่อจะได้เป็นนักเต้นที่เยี่ยมยอด เขาเพียรฝึกซ้อมและฝึกซ้อมทุกวันๆ
    แม้เพื่อนจะพูดว่าอันตรายก็เถอะ
    แต่สำหรับฮัยกยองที่รักการเต้นมาตั้งแต่เด็กๆ มันไม่ใช่เรื่องหนักหนาเลย
    และในวันหนึ่ง

    เพื่อน - นี่ ฮันเกิง! นายได้ยินเรื่องนั้นยัง?
    ฮันกยอง - อะไร?
    เพื่อน - เขาว่ากันว่าจะมีการออดิชั่นใหญ่ที่ปักกิ่งน่ะ
    ฮันกยอง - ว่าไงนะ? ออดิชั่น?
    เพื่อน - อืม~ นายก็รู้จักใช่มะ นักร้องเกาหลีวง HOT น่ะ?
    ฮันกยอง - อ่า....วงเกาหลีวงนั้นน่ะเหรอ..ที่จีนดังมานี่
    เพื่อน - นั่นแหละ! ก็ต้นสังกัดของวง HOT น่ะเขาจะมาหาคนจีน
    เพื่อจะไปเป็นนักร้องที่เกาหลีน่ะ...แล้วฉันว่าจะไปออดิชั่นดูสักที
    ไปด้วยกันมั๊ย? นะ นะ ไปด้วยกันนะ?
    ฮันกยอง - ฉันเหรอ? ฉันน่ะนะ?
    เพื่อน - ช่ายยยย นายน่ะเต้นเก่งจะตาย! ลองดูสักทีสิ!
    ฮันกยอง - แต่...ฉันไม่มั่นใจเลย

    แล้วฮันกยองก็ได้เข้าออดิชั่นที่ปักกิ่งในปี 2001
    HOT นั้นดังในจีนขนาดที่ว่า สำหรับชาวจีนแล้วถ้าพูดถึงเกาหลี
    ก็จะนึกถึง กิมจิ และ HOT
    ดังนั้นระดับการแข่งขันจึงสูงถึง 3000 ต่อ 1
    ทั้งๆที่เป็นคนที่ไม่เคยตื่นเต้นจนสั่งอย่างฮันเกิง
    ยังไม่สามารถตั้งสมาธิได้เลยขณะยืนรอเรียกอยู่

    เพื่อน - อ่า...นี่ คนเยอะจริงๆเลยนะ ฮันเกิง! นายได้ยินมามั๊ย?
    แค่คนที่สมัครเข้ามาออดิชั่นครั้งนี้ก็ 3000 คนแล้ว! 3000 คน!
    ฮันกยอง - อืม? อือ ได้ยินมาเหมือนกัน...
    เพื่อน - นี่ แล้วทไมนายสั่นอย่างนี้ล่ะ..?
    ฮันกยอง - เอ๋? นั่นสินะทำไมสั่นอย่างนี้ล่ะนี่..?
    เพื่อน - นี่! นายย่ะใช่ฮันเกิงที่ฉันรู้จักหรือเปล่าเนี๊ยะ? ทั้งๆทีงานแข่งเต้นใหญ่นายไม่เคยสั่นเลยแท้ๆ...
    Staff - คนต่อไปคุณฮันเกิง เชิญข้างในห้อง
    เพื่อน - นี่ ชื่อนายแล้ว! สู้ๆ!
    ฮันกยอง - สวัสดีครับ ผมชื่อฮันเกิงครับ...

    ในตอนนั้น ฮันกยองที่ร้องเพลงภษาเกาหลีไม่ได้นั้น
    ก็ร้องเพลงที่เป็นเพลงฮิตที่สุดของจีน
    แล้วก็เต้นในแบบที่ตัวเองถนัด
    และแล้วฮันเกิงก็สามารถผ่านการออดิชั่นสุดหินครั้งนั้นมาได้ราวกับความฝัน
    แต่ว่าเพียงแค่ผ่านออดิชั่นแล้วใช่ว่าจะสามารถดีใจได้

    ฮันกยอง - แม่ครับ...ผมมีเรื่องจะขอร้อง..
    แม่ - อืม..อะไรเหรอ ลองว่ามาสิ
    ฮันกยอง - ก่อนหน้านี้ ผมไปลองเข้าออดิชั่นมา แล้วผมก็ผ่านฮะ
    แม่ - น..นักร้องเหรอ? อะไรอยู่ๆก็ อ่า นักร้องเหรอ
    ฮันกยอง - ครับแม่ ยังไงก็อยากลองทำดูสักครั้งครับ
    แม่ - งั้นเหรอ...แต่อยู่ๆก็มาบอกอย่างนี้....
    งั้นจะเริ่มทำเมื่อไหร่ล่ะ? จะต้องเริ่มเตรียมทำอัลบั้มตั้งแต่ตอนนี้แล้วเหรอ?

    ฮันกยอง - อันนั้นคือว่า....เอ่อ...
    แม่ - อะไรล่ะ ...พูดมาสิ
    ฮันกยอง - ที่จะทำน่ะ มันไม่ได้ทำที่นี่น่ะฮะ คือจะไปเป็นนักร้องที่เกาหลีน่ะครับ
    แม่ - อะไรนะ? เกาหลี?
    ฮันกยอง - ครับ แล้วก็ต้องไปเกาหลีน่ะครับ
    แม่ - อย่าบอกนะว่า เกาหลี เป็นนักร้องเกาหลี
    ฮันกยอง - ก็จะต้องไปเรียนภาษาเกาหลีที่เกาหลี...เรื่องเต้นก็ต้องเรียนด้วยเหมือนกัน
    จะต้องไปเกาหลีเพื่อเตรียมตัวน่ะฮะ
    แม่ - อะไรนะ? ไม่ได้! ไม่ได้!
    ฮันกยอง - แม่~~! ผมอยากลองทำดู...
    แม่ - เราน่ะอายุก็ยังแค่ 19 แล้วนี่ต้องไปถึงต่างประเทศ
    แล้วยังจะมาบอกว่าไปเพื่อเตรียมตัว? ไม่ได้!
    ฮันกยอง - แม่ฮะ! โอกาศแบบนี้มันไม่ได้มีมาอีกเป็นครั้งที่ 2 แล้วนะฮะ! ให้ผมไปเถอะนะฮะ...
    แม่ - เราไม่รู้จักใครที่โน่นไม่ใช่เหรอ! มันไม่ใช่ใกล้ๆเลยนะ ไปแล้วก็ไม่ได้เจอหน้าครอบครัว...ไม่ได้!
    ฮันกยอง - แม่ฮะ.....

    คนในครอบครับต่างคัดค้านฮันกยองอย่างรุนแรง
    การจะไปเป็นนักร้องในประเทศที่ไกลจากบ้าน
    และสุดท้ายที่ครอบครัวยอมอนุญาติก็เพราะ
    ฮันเกิงที่ไม่คิดจะยอมแพ้ ไม่ยอมกินข้าวกินปลาหลายต่อหลายวัน
    เพื่อขอร้องและเกลี้ยกล่อมทางบ้าน
    แล้วในที่สุด ครอบครัวก็ยอมอนุญาตให้ฮันเกิงไปเกาหลีใต้

    -ฉึกฉักฉึกฉัก-
    ฮันเกิ ง - แม่ฮะ ผมจะต้องไปแล้วล่ะฮะ เดี๋ยวเครื่องจะขึ้นแล้ว...
    ผมไปเกาหลีแล้ว ผมจะพยายามให้เต็มที่ครับ
    แม่ - ฮึก ฮึก...อืม กินข้าวเยอะๆนะ แล้วถ้ามีอะไรต้องรีบโทรมาทันทีนะ ฮึก ฮึก
    ฮันเกิง - ครับ...แม่ ไม่ต้องห่วงนะครับ...ทุกอย่างจะต้องไปได้ดีฮะ
    แม่ - ฮึก ฮึก ดูแลตัวเองนะ

    แล้วชายหนุ่มจากแผ่นดินใหญ่ ฮันเกิงก็ขึ้นเครื่องบินลัดฟ้าสู่เกาหลี
    ที่สนามบิน ครอบครับของฮันเกิงที่มาส่ง ต่างไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้
    ดังนั้นฮันเกิงจจึงต้องกลั้นน้ำตาไว้ให้ได้
    ฮันเกิงตั้งมั่นว่า เมื่อใดที่เขาสามารถเป็นนักร้องที่เยี่ยอดของเกาหลี
    เป็นที่รู้จักมาถึงเมืองจีน เมื่อนั้นเขาจึงจะยอมหลั่งน้ำตา
    ชายหนุ่มนักเต้นจากแผ่นดินใหญ่กำลังก้าวย่างมาสู่ขั้นแรกแห่งการมาเป็นนักร้องเกาหลี

    -------------------------------------------------


    Korean Text by BABY 동해COM♡ (gksmftlsql)
    Japanese Taxt by yume@ http://kr2jp.blog54.fc2.com/
    Thai Translation by didy@ LoveU Super Junior
    *Take out with full credit

    [จากหนุ่มนักเต้นแดนมังกรจนมาเป็นสมาชิกแห่งซูเปอร์จูเนียร์ี]

    user posted imageuser posted image
    user posted imageuser posted image
    user posted imageuser posted image

    ฮันเกิงที่ร่ำเรียนการเต้นพื้นบ้านและบัลเล่มาตั้งแต่ยังเด็ก
    แล้วโอกาศครั้งใหม่ก็วิ่งเข้ามาหาเด็กหนุ่มที่มีความฝันที่จะเป็นนักเต้นที่เก่งที่สุดของจีน
    ฮันเกิงได้เข้าร่วมการออดิชั่น HOT China ที่จัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งนครหลวงของจีน
    และก็ได้เป็น 1 ใน 3 พันที่ผ่านการคัดเลือก
    แล้วความฝันที่จะได้เป็นนักร้องที่เกาหลีก็ได้ก่อตัวขึ้น
    แม้ครอบครัวจะไม่เห็นด้วยอย่างถึงที่สุด
    แต่แล้วเด็กหนุ่ม ฮันเกิงอายุ 19 ปี ก็ทะยานข้ามฟ้าจากครอบครัวมายังเกาหลี

    ฮันกยอง - ! @#$%%^#$%%^~
    ซีวอน - คนจีนเหรอ? พูดว่าอะไรนะ?
    ชินดง - นี่ นี่ แล้วฉันทำยังไงถึงจะเข้าใจล่ะเนี๊ยะ?
    ฮันกยอง - @$@*&^@$@*&^@$@
    ซีวอน - เขาพูดกับเราน่ะ นายทำอะไรซักอย่างสิ!
    ชินดง - อ่า...เข้าใจแล้วๆ เอ่อ...ก็ไม่รู้หรอกนะว่าพูดอะไร แต่ไงก็....
    (พูดเบาๆ) อะไรเนี๊ยะ มาเกาหลีก็ต้องพูดภาษาเกาหลีสิ ทำไมพูดภาษาจีนล่ะนี่
    นี่! ไปกินจาจังเมี่ยน(บะหมี่ชนิดหนึ่ง)กันเถอะ ป่ะกินจาจังเมี่ยน
    ซีวอน - ทำไมจาจังเมี่ยนล่ะ ฉันจะกินจัมปง(บะหมี่ชนิดหนึ่ง) จังปง!~~

    สำหรับฮันเกิงที่ไม่รู้ภาษาเกาหลีเลยนั้น ช่วงแรกก็ต้องเผชิญกับปัญหามากมาย
    ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำคือการเรียนภาษาเกาหลี
    แล้วฮันกยองก็ได้เริ่มเรียนกับอาจารย์แบบตัวต่อตัว

    ฮันกยอง - กะ นะ ทะ ระ มะ บะ สะ อะ ยะ ออ ยอ
    ซีวอน - เอ๋? อะไรน่ะพี่? ท่องภาษาเกาหลีอยู่เหรอ?
    ฮันกยอง - อืม ซีวอน ช่วยฉันหน่อยสิ! อันนี้นะ ต้องจำขนาดนี้เลยเหรอ?
    เดี๋ยวตอนไปเจอคุณครูจะต้องจำให้ได้แล้วด้วย...
    กะ นะ ทะ ระ มะ บะ แล้วอะไรต่อนะ?
    ซีวอน - สะ สะ! สะ แล้วก็ อะ จะ ชะ คะ ดะ ปะ ฮะ
    ฮันกยอง - โอ้ววว เก่งมากๆๆ
    ซีวอน - ฮ่าๆๆๆๆ
    ฮันกยอง - ฮ่าๆๆ แล้สทำไมฉันจำไม่ได้ล่ะเนี๊ยะ?
    ซีวอน - พี่ ภาษาเกาหลีของพี่ดีขึ้นมากเลยนะ
    ฮันกยอง - จริงเหรอ?
    ซีวอน - อืม อาจจะเขียนไม่ได้ก็จริง แต่พูดได้เหมือนคนเกาหลีแล้วนะฮะ
    จากนี้ผมคงต้องขอให้พี่ช่วยเรื่องเรียนภาษาจีนบ้าง
    ดังนนั้นผมจะช่วยเรื่องภาษเกาหลีของพี่เต็มที่เลย ไม่เข้าใจตรงไหนถามได้ตลอดเวลาเลยนะฮะ
    ฮันกยอง - ฮ่าๆๆ น่ารัก~~(พูดผิด)...อ่า ขอบใจ (คำว่า น่ารัก - คิยอวอ / ขอบใจ - โคมาวอ)

    ด้วยความช่วยเหลือของทั้งคุณครูและสมาชิกในวง
    ภาษเกาหลีของฮันกยองก็ยิ่งดีวันดีคืน
    วันๆหนึ่งทั้งซ้อมร้องเพลง ซ้อมเต้น ฝึกการแสดง 15 ชั่วโมงต่อวัน
    จริงอยู่ว่า มันเหนื่อยแสนเหนื่อย
    แต่เพราะมีครอบครัวที่คอยให้กำลังใจอยู่ที่จีน ฮันกยองเลยไม่เคยท้อ

    ชินดง - อ่า ซีวอน เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ะเป็นวันหยุดเทศกาลจูชอค!!(วันสารท)
    อ่า ฮ่าๆๆๆ อย่างนี้พวกเราก็ไม่ต้องซ้อมใช่มั๊ย !!
    ซีวอน - อ่า ถึงแล้วเหรอ
    ชินดง - ช่ายย ฉันน่ะ บอกให้แม่เตรียมทงเดจอน ทงกุรันทัง ซนปง ไว้ให้หมดแล้วล่ะ!
    ฉันนะชอบวันหยุดเทศกาลที่สุดเลย ทั้งไม่ต้องซ้อม แล้วยังได้กินของอร่อยๆอีก ฮ่าๆๆ
    SM - เอ่า ทุกๆคนมารวมกันทางนี้หน่อย
    สมาชิก - ครั~~~บ
    SM - ดงฮี! นายน่ะ อย่ากินให้มากนักล่ะ
    ชินดง - ไม่หรอกน่า พี่ก็
    SM - กินให้มันน้อยๆลงหน่อย!
    ซีวอน - พี่ต้องกินให้น้อยลงนะ!
    ชินดง - แต่พอฉันเริ่มกินแล้ว กินไปเท่าไหร่..อ่า...
    ซีวอน - เอ่อ พี่ดงฮี! แล้วจะเอายังไงดีพี่ฮันกยองไม่ได้กลับบ้านนะ
    ชินดง - เอ๋..? อ่า ใช่สินะ... จะเอายังไงดี?
    ซีวอน - พี่ฮันกยอง! วันหยุดนี้พี่ไปบ้านผมมั๊ย? ไปเจอครอบครัวผม แล้วก็ไปกินซนปงด้วยกัน
    ฮันกยอง - ไม่ล่ะ ไม่เป็นไรหรอก... ฉันว่าฉันจะอยู่ซ้อมที่นี่...
    ซีวอน - เอ๋? จะซ้อมเหรอ? ทุกคนกลับบ้านกันหมด แล้วพี่บอกว่าพี่จะซ้อมคนเดียวงั้นเหรอ...
    พี่อย่าพูดอย่างนี้ซิฮะ ไปบ้านผมด้วยกันนะ นะ! ไปนะ?

    อยากจะพบเหลือเกิน ยิ่งเป็นวันหยุดเทศกาลก็ยิ่งอยากเจอหน้าครอบครัว
    แต่ก็ทำได้แค่โทรไปหาเพื่อคลายความคิดถึง

    [ตรู๊ด ตรู๊ด ตรู๊ด]
    ฮันกยอง - แม่ฮะ...
    แม่ - อืม..ฮันกยองเหรอ...
    ฮันกยอง - ครับ...วันหยุดเทศกาลที่บ้านทำอะไรกับบ้างฮะ?
    แม่ - อืม ก็ทุกๆคนนอกจากเราก็มารวมตัวกัน..
    เวลาอย่างนี้ แม่อดคิดถึงเราขึ้นมาไม่ได้สักที...สบายดีใช่มั๊ย?
    ฮันกยอง - ครับแม่
    แม่ - ซ้อมน่ะท่าทางจะเหนื่อยน่าดู?
    ฮันเกิง - ..ครับ..แต่ก็ไม่เป็นไรครับ...
    แม่ - ฮันเกิง..นี่เราไม่ได้เจอกันมาก็ 2 ปีแล้ว...
    ทั้งๆที่อยากเจอเราสักที แต่ก็ทำไม่ได้...กินข้าวแล้วหรือยัง?
    ฮันกยอง - ครับ กินแล้ว..
    แม่ - อืม กินข้าวเยอะๆนะ ถ้าลำบากอะไรก็โทรหาแม่นะ
    ฮันกยอง - ครับ
    แม่ - ทุกๆคนที่บ้านสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วงนะ
    ฮันกยอง - ครับ..แม่...แล้วจะโทรหาอีกนะฮะ
    แม่ - อืม..แม่วางล่ะนะ เปลืองเงินเราเปล่าๆ

    ฮันกยองเมื่อวางโทรศัทพ์จากพ่อกับแม่ ก็แทบจะกระโดขึ้นเครื่องบิน บินกลับไปหาท่านทันที
    แต่ถึงแม่ฮันกยองจะอยากกลับไปจีนแค่ไหน
    แต่เพื่ออนาคต เพื่อที่จะเป็นนักร้องที่ยอดเยี่ยม ฮันกยองจะต้องอดทน
    และจะต้องอดทนกับช่วงเวลาในการฝึกซ้อมที่แสนสาหัส
    และในที่สุด วันที่ 6 พฤศจิกายน 2005
    ฮันเกิงก็ได้เดบิว เป็นฮันกยองแห่งกลุ่มนักร้อง 12 คนซูเปอร์จูเนียร์

    MCฮีชอล - รางวัลเพลงยอดนิยมของรายการอินกิกาโยในวันนี้ก็คือ..!!
    MC - แสดงความยินดีกับซูเปอร์จูเนียร์!!!
    MCฮีชอล - แล้วก็ เชิญคุณฮันกยองของพวกเรากล่าวความรู้สึกครับ
    ฮันกยอง - ทุกๆคนสวัสดีครับ
    -ภาษาจีน-
    ขอบคุณอาจารย์ลีซูมานและผู้ร่วมงานทุกคนที่คอยช่วยเหลือพวกเราเสมอมา
    และขอบคุณแฟนๆทั้งชาวเกาหลีชาวจีนที่คอยให้กำลังใจพวกเรา
    จากนี้ไปผมจะพยายามยิ่งๆขึ้นไปเพื่อจะสามารถไปแสดงที่ประเทศจีนให้ได้
    และหวังว่าทุกๆคน จะยังคอยให้กำลังใจพวกผมเช่นนี้เรื่อยไป
    ทุกๆคนผมรักคุณ
    MC - ของแสดงความยินดี!!!

    หลังจากเดบิวได้ไม่ถึง 1 ปี ก็สามารถคว้าที่ 1 มาได้
    คนที่ปิติยินดียิ่งกว่าฮันเกิงก็คือพ่อและแม่ ที่ได้เห็นผ่านทางอินเตอร์เน็ท ว่าฮันเกิงได้คว้าที่ 1 มา
    การที่ชาวจีนสามารถมายืนบนเวทีในฐานะนักร้องเกาหลี
    มีความยากลำบากมากมายที่จะต้องผ่านมา
    จากนี้ไปก็จะวิ่งต่อไป ด้วยความมุ่งมั่นที่มากพอๆกับการฝึกซ้อมอย่างหนัก
    จะต้องอดทนกับความคิดถึงครอบครัว และเปลี่ยนความรู้สึกนั้นเป็นแรงผลักดัน
    ให้ก้าวไปสู่การเป็นดาวที่สูงสุดของเอเชีย..
    ชื่อของเขาคือ ซูเปอร์จูเนียร์ฮันกยอง


    -------------------------------------------------


    Korean Text by BABY 동해COM♡ (gksmftlsql)
    Japanese Taxt by yume@ http://kr2jp.blog54.fc2.com/
    Thai Translation by didy@ LoveU Super Junior

    http://super-junior05.spaces.live.com/
    *Take out with full credit

    [We are Super Junior] 20061019 Sungmin

     

     

    นานๆทีก็เคยคิดเล่นๆดูว่า
    ถ้าวันนี้ไม่ได้เป็นนักร้องไม่ได้เป็นนักแสดง ตอนนี้ผมจะกำลังทำอะไรอยู่นะ
    ผมที่แทบไม่มีปากมีเสียงสมัยอยู่ม.ต้น แม้จะนั้งอยู่ในชั้นเรียน ก็แทบเหมือนไม่มีตัวตนอยู่
    แค่คิดเรื่องที่จะไปยืนร้องเพลงต่อหน้าผู้คน เอามาคิดดูตอนนี้ก็ยังเป็นเหมือนเรื่องโกหก
    ระยะเวลาฝึกหัด 5 ปี กว่าจะมาเป็นผมในวันนี้ ต้องใช้แรงใจและแรงกายอย่างมากมาย
    เอาล่ะ มาย้นอดีตไปในช่วงเวลานั้นกันเถอะ

    เมื่อตอนอยู่ชั้น ม.1
    ในขณะที่ดูรายการข่าวบันเทิงทางทีวี ความฝันที่จะเป็นดาราก็ค่อยๆก่อตัวขึ้นในใจผม
    และเมื่อยู่ชั้น ม.2 ผมก็เริ่มหัดเต้นเบรคแดนส์และหัดร้องเพลงอย่างเอาจริงเอาจัง
    และพอเข้าวันหยุดฤดูหนาวเมื่ออยู่ชั้นม.3 ผมก็ได้เริ่มเตรียมตัวเพื่อการออดิชั่นครั้งแรก
    แล้วก็.....

    -ตริ่ง ติง ติง- เสียงโทรศัพท์
    ซองมิน - ฮัลโหล?
    เพื่อน - ซองมิน~~
    ซองมิน - อ่า มีอะไรเหรอ..?
    เพื่อน - วันนี้น่ะ นายทำอะไรอยู่?
    ซองมิน - ฉันเหรอ ก็บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าวันนั้นน่ะ ฉันจะไปออดิชั่น
    ตอนนี้กำลังจะออกบ้านพอดีเลยน่ะ มีอะไรเหรอ?
    เพื่อน - อ่างั้นเหรอ จะเอาไงดีล่ะนี่...
    ซองมิน - เกิดอะไรขึ้น มีอะไรเหรอ?
    เพื่อน - ก็เปล่าหรอก ก็วันนี้ทีมเต้นของเรามีแสดงน่ะ
    ซองมิน - อ่า...ใช่ๆๆ~~
    เพื่อน - แต่ว่ามีคนถอนตัวออกไปคนนึง~~~ ก็เลยกะว่าจะขอร้องนาย...
    ซองมิน - อ่า...จริงเหรอ..?
    เพื่อน - นี่ นายช่วยฉันสักครั้งไม่ได้เหรอ? คนที่พอจะขอร้องได้ก็มีแต่นายคนเดียวเท่านั้น...
    ซองมิน - โธ่ ฉันก็อยากไปให้นะ แต่ว่า...ออดิชั่นก็...
    เพื่อน - นั้นสินะ...ยังไงก็คงไม่ได้...?
    ซองมิน - อ่า..มันก็... อ่า... เอ้า ฉันไปให้ก็ได้ ออกดิชั่นน่ะคราวหน้าก็ยังมี...
    แต่ที่จะได้เต้นกับพวกนาย หมดจากวันนี้ไป ก็อาจจะไม่มีโอกาศอีกก็ได้~~ แล้วที่ไหนล่ะ
    เพื่อน - โอ้วว ซองมิน~~~ ขอบคุณมากเพื่อน ตอนนี้อยู่ไหนเหรอก็...

    หลังจากที่คิดอย่างหนักว่าจะเลือกอะไรระหว่างออดิชั่นกับไปแสดงกับเพื่อน
    ผมก็เลือกที่จะไปแสดงกับเพื่อน
    เพราะออดิชั่นยังมีโอกาศหน้า
    แต่การไปเต้นกับเพื่อนครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้าย
    แต่แล้วก็ได้รับนามบัตรของค่ายเพลงมาโดยไม่ได้คาดฝันที่งานนั้น
    แล้วในที่สุดผมก็ได้เข้ามาเป็นเด็กฝึกหัดโดยผ่านการออดิชั่น

    SM - นี่ ลีซองมิน! นายน่ะจะเป็นอย่างนั้นตลอดไปหรือไง?
    ซองมิน - เอ๋..ครับ??
    SM - ก้มหน้าก้มตาอยู่อย่างนั้นน่ะ...เรียกว่าทำอะไรอยู่เหรอ?
    อย่าทำไหล่ห่อ! เงยหน้าขึ้นมา แล้วก็ทำตัวให้ร่างเริงหน่อย!!
    ซองมิน - ครับ..ขอโทษครับ..
    SM - แค่สนิทกับเพื่อนก็ยังทำไม่ได้ ถ้าแม้แต่ปรับตัวเข้ากับคนอื่นๆก็ยังทำไม่ได้
    แล้วคิดว่าจะไปร้องเพลงต่อหน้าผู้คนยังไงเหรอ? หืม?
    ซองมิน - ไม่ใช่อย่างนั้นฮะ คือ....
    SM - งั้นเอางี้ มาร้องเพลงให้รุ่นพี่ฟังข้างหน้านี่มา
    ซองมิน - ครับ?? ร..ร้องเพลงเหรอฮะ??
    ทุกคน - เฮ~~~~
    ซองมิน - .....อันยอง...~~~

    ผมจะต้องเปลี่ยนบุคลิกอย่างมาเพื่อจะเป็นนักร้อง
    ผมถูกให้ออกไปร้องเพลงต่อหน้ารุ่นพี่เป็นครั้งคราว
    จนมาถึงตอนนี้ เมื่อไหร่ที่คิดถึงเรื่องในตอนนั้นก็ยังไม่หายตื่นเต้น
    แต่ผมมักจะตอกย้ำตัวเองอยู่เสมอว่า "เรื่องที่ทำไม่ได้ ก็จะต้องทำจนกว่าจะทำได้"
    ผมคิดถึงคำๆนั้นซ้ำไปซ้ำมาแล้วก็ฝึกซ้อมและก็ฝึกซ้อม

    อึนฮยอก - พี่ซองมิน! ตอนนี้กี่โมงแล้ว?
    ซองมิน - อืม..ตอนนี้? เฮ้ย!! นี่มัน 5 ทุ่มกว่าแล้ว!
    อึนฮยอก - จริงเหรอ? นี่ จุนซู! นี่ เดี๋ยวบัสเที่ยวสุดท้ายจะหมดนะ! เร็ว!
    จุนซู - อ่า..รู้แล้วๆ

    ซองมิน - อะไรนี่ บัสเที่ยวสุดท้ายแท้ๆ ทำไมคนเยอะอย่างนี้เนี๊ยะ?
    จุนซู - นั่นสิน้า~~ อ่าฉันเจ็บขาจัง~~
    ซองมิน - นั่น นั่น ที่นั้งตรงนั้นว่าง จุนซู~ เจ็บขาไม่ใช่เหรอ รีบไปนั้งสิ
    จุนซู - อ่าพี่ แท้งกิ้ว ขอบคุณฮะ....ZZZZZzzzzzzz
    อึนฮยอก - อะไรกันเจ้านี่? ทำไมเป็นอย่างนี้เนี๊ยะ?
    ซองมิน - นั่นสิ
    อึนฮยอก - จุนซูเจ้านี่ พอนั่งปุ๊ปก็หลับปั๊ปเลย
    ซองมิน - คงจะเหนื่อยล่ะมั๊ง ท่าทางดูเหนื่อยๆ
    อึนฮยอก - แล้วเสียงนี่มันอะไร กรนซะด้วย? หนวกหูจริงๆเลยเจ้านี่
    อ่า...ฉันก็เหนื่อยสุดๆเหมือนกัน
    ซงอมิน - อ่า..นั่นสิน้า~~
    อึนฮยอก - พี่ พวกเราน่ะ ถ้าฝึกซ้อมอย่างนี้ต่อไป เราจะได้เดบิวใช่มั๊ยฮะ?
    ตอนนี้แค่ฝึกซ้อมก็ปาเข้าไป 2 ปีกว่าแล้ว...
    ซองมิน - นั่นสินะ....ฉันก็กังวลเหมือนกัน

    -ตึง!-(เสียงอะไรตกพื้น)
    ซองมิน - อะไรน่ะ เสียงอะไร?
    อึนฮยอก - เอ๋ ไม่รู้... อะไรน่ะ? นี่จุนซู!
    ซองมิน - นี่ นี่ นี่!
    อึนฮยอก - เจ้านี่มันอะไรเนี๊ยะ?
    จุนซู - ZZZZzzzZZ

    ซองมิน - นี่ อะไรเนี๊ยะจุนซู เจ้านี่ตกพื้นเหรอ?
    เอ้า อย่างแรก ดึงขึ้นมาก่อน ดึงขึ้นมา~~
    อึนฮยอก - เจ้านี่มันอะไรเนี๊ยะ อะไรเนี๊ยะ!
    จุนซุ - ZZZZZZzzzz
    อึนฮยอก - อะไรเนี๊ยะ เจ้านี่ใช่คนหรือเปล่าเนี๊ยะ? ตื่นๆ ตื่อเซ่~!
    ซองมิน - นี่ปลุกให้ตื่นซิ ปลุก!
    อึนฮยอก - เจ้านี่ท่าทางจะเหนื่อยจริงๆ หลับจนตกเก้าอี้ขนาดนี้ได้ยังไงเนี๊ยะ~~
    ซองมิน - นั่นสินะ ไม่อายบ้างหรือไงเนี๊ยะ?

    บ้านของจุนซูและฮยอกแจอยู่ทางเดียวกับบ้านผม เวลาซ้อมเสร็จเรามักจะกลับด้วยกันเสมอ
    พวกเราซ้อมกันวันละ 6 ชั่วโมง วันไหนที่เยอะๆก็ 10 ชั่วโมง พวกเราเหนื่อยจากการซ้อมทุกวัน
    เหนื่อยขนาดที่หลับบนรถบัสแล้วตกเก้าอี้ดังตึงยังไม่ขยับสักนิด
    เวลาที่ผมหลับผมก็หลับเป็นตายเหมือนกับจุนซู
    ช่วงเวลา ที่ซ้อมราวกับจะพยายามเอาชนะใครให้ได้
    แม้ส่วนใหญ่ผมจะนั้งรถบัสกลับกับจุนซู ฮยอกแจ และพี่จองซูหรือพี่อีทึกในตอนนี้
    แต่บางครั้งผมก็นั้งรถบัสกลับคนเดียว
    เวลาที่กลับคนเดียวผมก็จะผลอยหลับหัวโขกกับหน้าต่าง โป๊ก โป๊ก
    และก็หลับจนเลยป้ายลงเป็นประจำ จนบางคืนต้องขึ้นลง ขึ้นลง รถบัสสายเดิมหลายๆครั้ง
    เพลงที่ไหลมาตามหูฟังที่ผมมักจะสวมไว้กับหูในตอนนั้น
    จนวันนี้ถ้าเอามาฟังอีกครั้ง ก็ยังคงทำให้หวนนึกถึงความทรงจำในช่วงเวลานั้น
    แม้จะมีเรื่องที่ลำบากมากมาย แต่ก็มีเรื่องสนุกๆมากมายเหมือนกัน



    -------------------------------------------------


    Korean Text by "BABY LOVE"일품 (iwashi)
    Japanese Taxt by yume@ http://kr2jp.blog54.fc2.com/
    Thai Translation by didy@ LoveU Super Junior
    *Take out with full credit

    edit @ 21 Oct 2007 23:13:25 by Didy

    ------------------------------------

    ฟังเสียงซองมินออนแอร์ในวิทยุ

    [ซองมิน เดบิวสู่วงการเพลงในฐานะซูเปอร์จูเนียร์]
    เมื่อตอนอยู่ชั้น ม.1 ผมที่เริ่มมีความฝันอยากจะเป็นนักร้อง
    ในตอนที่อยู่ชั้น ม.3 ก็ได้รับนามบัตรจากค่ายเพลงมาเมื่อตอนที่ไปช่วยทีมเต้นของเพื่อน
    และแล้วผมก็ได้เข้ามาเป็นเด็กฝึกหัดหลังจากผ่านการออดิชั่น
    แต่ระยะเวลาการฝึกซ้อมที่ยาวนานขึ้นเรื่อยๆจนค่อยๆเหนื่อยล้า เป็นอย่างนี้เรื่อยมาจนอยู่ชั้น ม.6

    แม่ - ซองมิน~ ซองมิน~
    ซองมิน - ครับ? แม่เป็นหวัดเหรอฮะ ?
    แม่ - ใช่เป็นหวัดซะแล้วล่ะ ว่าแต่ ช่วงนี้ทำไมเกรดเราถึงได้ตกลงๆล่ะ?
    ซองมิน - อ่า...
    แม่ - ผลสอบ Pre-Test ของเราน่ะ คราวก่อนก็เอาซ่อนไว้ในลิ้นชักโต๊ะ แล้วนี่อีก นี่มันอะไรกัน?
    ซองมิน - แม่ มาค้นกระเป๋าผมได้ยังไง!
    แม่ - เราน่ะ ตอนนี้ทำอะรอยู่ห๊า! พอไปซ้อมอะไรนั่นแล้วผลสอบก็ตกลงๆ
    ยังไงก็ต้องเข้ามหาลัยให้ได้นะ ที่แม่ต้องมาพูดอย่างนี้น่ะ
    เพราะพ่อเราน่ะเค้าเป็นกังวลอยู่ รู้รึเปล่า? รึว่าไม่รู้!?
    ซองมิน - แต่ผมก็ตั้งใจเรียนอยู่นะฮะ จริงๆนะ..
    แม่ - งั้นเหรอ?!? ตั้งใจอยู่งั้นเหรอ? ตั้งแต่เข้าเทอม 1 มาเกรดก็ร่วงลงมาหมดเลยไม่ใช่เหรอ!
    ซองมิน - ก็ยังมีเทอม 2 อีกเทอมไม่ใช่เหรอฮะ อ่า แม่เสียงแหบแล้วนะฮะ
    แม่ - ถ้าตั้งใจจะทำอย่างนั้น ก็ทำจริงๆล่ะ

    พอขึ้นชั้น ม.6 ปัญหาเรื่องเข้ามหาวิทยาลัยก็เข้ามารุมเร้าจนไม่มีวันไหนที่มีความสุข
    สงครามประสาทกับพ่อและแม่ก็ดำเนินต่อไป ทั้งวันที่จะได้เดบิวก็ถูกเลื่อนออกไป ยิ่งทำให้ความเครียดสะสม
    จนสุดท้ายถึงกับไปเตร็กเตร่ไม่ยอมซ้อมอยู่หลายสัปดาห์
    แต่สิ่งที่ผมกลัวยิ่งกว่าการทำให้พ่อแม่ผิดหวัง ก็คือการผิดหวังในตัวเอง
    และแล้วผมก็นึกถึงคำพูดที่ว่า คนที่ผ่านความลำบากมามากจึงจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ
    ผมจึงหยุดการล่องลอยเตร็ดเตร่ที่ผมทำมากว่าหลายสัปดาห์
    เปลี่ยนความคิดใหม่ แล้วเริ่มเตรียมตัวเพื่อการสอบเข้ามหาลัย และแน่นอนผมไม่โดซ้อมด้วย

    ซองมิน - อ่า...วันนี้มันวันประกาศผมสอบนี่นา?
    วันนี้ตื่นเต้นสุดๆเลย อ่า~ ครั้งนี้ต้องติดให้ได้ด้วยสิ...
    [.........]
    ซองมิน - ติดใช่มั๊ย? ไม่ติด? ติด? ต..ติด? ติด???
    แม่ฮะ แม่!! พ่อ!! มีชื่อผมฮะ มีชื่อผม ผมติดแล้ว
    แม่ - เอ๋?? จริงเหรอ ติดแล้วจริงๆเหรอ??
    ซองมิน - ผม ผมติดจริงๆฮะแม่~~
    แม่ - ในที่สุด ลูกชายของแม่ ลูกแม่ก็ทำได้!!
    พ่อ - อ่า....ซองมินของเรา ผ่านแล้วใช่มั๊ย~ ลูกพ่อติดที่ไหนล่ะ~~
    แม่ - ซองมินของแม่ออกจะหัวดี ว่าแล้วเชียวว่าต้องติดตั้งแต่รอบแรก~~
    จริงๆแล้วก็ไม่ได้กังวลอะไรมากหรอก

    พ่อและแม่ที่ดีใจเสียยิ่งกว่าผมเมื่อผมมาบอกผลสอบว่าผ่าน
    ภาพของพ่อกับแม่ที่โทรบอกคนนั้นคนนี้อย่างมีความสุขยังติดตรึงใจผม
    จากนั้นผมก็ขยันตั้งใจเรียนในมหาวิทยาลัย เข้าเรียนไม่เคยขาด
    ผมเตรียมตัวพร้อมเสมอในการสอบ จนได้รับทุนรางวัลจากผลสอบเทอม 1
    เมื่อกลับมาคิดดูผมรู้สึกภูมิใจในตัวเองอย่างมาก

    ผมตั้งใจเรียนและฝึกซ้อมอย่างนั้นเรื่อยมา
    จนวันหนึ่ง ก็ได้รับรู้สิ่งที่รอคอยมานาน

    คังอิน - ซองมิน~ นายได้ยินหรือยัง?
    ซองมิน - อืม...ได้ยินแล้วพี่~ ว่าแต่ว่า พวกเราจะได้เดบิวจริงๆเหรอ?
    คังอิน - ของมันแน่อยู่แล้ว~ นี่ พวกเราเฝ้ารอวันนี้มานานเท่าไหร่?
    ซองมิน - อ่า..ก็เพราะอย่างนั้นแหละ พวกเราจะได้เดบิวใช่มั๊ย? จริงๆใช่มั๊ย?
    หลังจากที่อัดเสียงทั้งอัลบั้มแล้ว ต่อไปก็เหลือแต่วันเดบิว...จะถึงแล้วเหรอ?? อ่า.....
    คังอิน - น่านสินะ~~ ฉันตื่นเต้นจริงๆ
    นี่ ว่าแต่นายไม่หิวเหรอ? ไปกินข้าวกัน?
    ซองมิน - อ่า..ช่วงนี้ผมไดเอทด้วยเดนจังชีเก(แกงเต้าหู้)อยู่น่ะ~ ผมจะต้องรีดน้ำหนักออกอีกหน่อย
    คังอิน - น้ำหนัก?
    ซองมิน - ช่วงนี้ผมเลยต้องไดเอทโดยการกินแต่เดนจังชีเก
    ทั้งๆที่รู้น่ะนะ แต่มันก็จืดชืดจนไม่อยากกิน แต่ว่ายังไงก็ต้องทำให้ได้ จากตอนนี้อีก 10 กิโล?
    ดูเหมือนว่าจะต้องลดอีกประมาณ 10 กิโลล่ะ...
    คังอิน - ห๊า?? 10 กิโลเหรอ?? รยออุคก็กำลังลดอย่างนี้เหมือนกัน
    พวกนายนี่กำลังหมกมุ่นกับการไดเอทจนงุ่นง่านกันใช่มั๊ยเนี๊ยะ?
    ซองมิน - แต่พี่ก็ต้องลดเหมือนกันไม่ใช่เหรอ??
    คังอิน - ....นายนี่มัน เพราะคำเดียวของนายนั่น ก็จบเลยบทสนทนา -_-
    อะไร...ฉันไม่สนใจหรอกลดความอ้วนอะไร ไปล่ะฉันจะไปหาอะไรกินกับชินดง~~
    ซองมิน - เข้าใจแล้วฮะ

    ช่วงก่อนที่ซูเปอร์จูเนียร์จะเดบิว ผมไดเอทอย่างเอาเป็นเอาตาย
    วิ่งวันละ 1 ชั่วโมง อาหาร 3 มื้อเป็นเดนจังชีเก กับข้าวครึ่งถ้วย
    รสชาดจืดชืดของเดนจังชีเกยังคงติดลิ้นผมอยู่

    แล้วผมก็กลายมาเป็นซองมินแห่งซุเปอร์จูเนียร์
    ตารางที่แน่นเอี๊ยดหลังจากเดบิว แม้จะมีเรื่องลำบากมากมาย
    มีคำพูดที่ว่า "ความทรงจำจะคงอยู่ตลอดไป"
    ไม่ยึดติดกับเมื่อวานที่ขมขื่น และไม่กังวลกับวันพรุ่งนี้ที่ยังมาไม่ถึง

    ผมจะยืนอยู่บนเวที เต้นและร้องเพลง ในฐานะซุเปอร์จูเนียร์
    และใช้ทุกช่วงเวลาอย่างมีคุณค่าที่สุด

    ผมซูเปอร์จูเนียร์ซองมิน


    -------------------------------------------------


    Korean Text by "BABY LOVE"일품 (iwashi)
    Japanese Taxt by yume@ http://kr2jp.blog54.fc2.com/
    Thai Translation by didy@ LoveU Super Junior
    *Take out with full credit

    Tags: sj, suju, sungmin, super junior13 CommentsComment
    Name:

    Website:

    Comment:   
       
     

      
    ความพยายามของซองมินต้องแลกมาด้วย น้ำหนัก 55+

    แต่ว่าซองมินมีความมุ่งมั่นมากเลยนะ

    ขอบคุณนะคะ
    #1 By min_kyu (203.209.125.56) on 2007-10-29 00:34
    เรียนดี กิจกรรมเด่น สุดยอดดดดด!!


    อ่านแล้วก็ต้องรุ้สึกว่าจะต้องตั้งใจเรียนซะแล้วสิ

    อ่า...........


    ซองมินนี่~~
    #2 By ❤ DonGKiI ❤ on 2007-10-29 01:04
    10 โลลลลลล เง้อออ
    ผอมสั่งได้!!
    เรียนก็ดี งานก็ทำ งำงำงำ
    #3 By Albus on 2007-10-29 02:26
    น่ารักมากกระต่ายน้อย ><b ในที่สุดก็ทำได้

    ดูพี่หมีไม่แคร์กับน้ำหนักเลย - -++
    #4 By JaPaN♀ on 2007-10-29 06:39
    เห็นถึงความพยายามของพี่มากๆๆ
    กว่าที่พี่จะมาเป็น ซองมินแห่ง ซูปเปอร์จูเนี้ยร์ได้
    ในที่สุดพี่ก็ทำสำเร็จนะพี่ซองมิน
    พี่น่ารักมากๆๆ รักเอสเจที่สุด
    และรักพี่มากๆๆเลยนะ และตลอดไปนะ
    ขอบคุณนะค่า
    #5 By *kyu♥~♥min* on 2007-10-29 06:55
    ซองมินที่น่ารักของเรา จากที่เงียบๆก็กลายเป็นคนที่ร่าเริงขึ้นมาได้ เหมือนคิบอมเลย ทุกคนต่างมีความพยายาม และอดทนกันสูงจริงๆ ต้องเจอกับอุปสรรค ความยากลำบากตั้งหลายอย่าง แต่ผ่านมันมาได้ น่านับถือจริงๆเลย รักSJและดงบังที่สุดเลย 
    #6 By คิเฮ (222.172.224.129) on 2007-10-29 17:10
    อั๊งค์ๆๆๆๆๆๆๆๆ

    ซองมินนี่ผู้น่ารัก
    ทุ่มเทอย่างมากมายเพื่อที่จะก้าวมาเป็น
    ซุปเปอร์จูเนียร์ซองมินในวันนี้สินะ

    อ่านแล้วรู้สึกมีกำลังใจจัง
    ต้องเข้ามหาลัยให้ได้!!!

    สู้ๆต่อไปซุปเปอร์จูเนียร์

    ว่าแต่พี่หมี....ฉันรู้แล้วแหละ
    ฉันรู้แล้วว่าทำไมแกถึงได้อืดขึ้นทุกวันๆ
    -*-
    #7 By ~aYa~NE' on 2007-10-29 21:33
    เพระอย่างนี้เองว่าทำไมหมีถึงเหมือนชินดงขึ้นทุกวันๆ

    น่ารักจัง
    #8 By (125.24.18.60) on 2007-10-30 18:08
    เก่งจังได้ทุนด้วย แบ่งเวลายังไงอ่า มินนี่เก่งสุดๆ อยากทำได้แบบนายจัง นายทำได้แล้วนะ สู้ๆ
    #9 By พี (58.9.76.87) on 2007-11-01 18:53
    เก่งสุดๆเลย พี่ทำได้ดีทั้งเรียนทั้งทำงาน
    สุดยอดจริงๆ อ่านแล้วหนูนับถือพี่มากๆเลย
    Sungmin Oppa Fighting
    #10 By pas (58.9.166.232) on 2007-11-01 19:31
    มินี่สู้ๆน้า

    พยายามต่อไป

    I luv u
    #11 By (¯SuPEř JùNIǾr´¯) on 2007-11-18 19:05
    มีความตั้งใจดีมาก ไม่เสียแรงที่รัก และจะรักตลอดไป
    #12 By lion (222.123.162.201) on 2007-11-21 21:31
    มีความตั้งใจดีมาก ไม่เสียแรงที่รัก และจะรักตลอดไป
    #13 By lion (222.123.162.201) on 2007-11-21 21:31
    Powered by exteen blog. You may view this blog RSS or ATOM.
    http://super-junior05.spaces.live.com/

    We are Super Junior] 20060815 Siwon

    [ฟังเสียงซีวอนออนแอร์ในวิทยุ

    [ซีวอนที่ล้มเลิกการไปเรียนต่อต่างประเทศ]

    user posted image
    ผมอายุ 20 ปี ผมที่อายุน้อยยิ่งกว่าเดือนปีที่ยังจะต้องมีชีวิตต่อไป
    ในช่วงก่อนวัย 20 เป็นช่วงเวลาแห่งการพลิกผันอย่างหนัก ของชีวิตเชวซีวอน
    เอาล่ะเรามาย้อนเวลาไปตั้งแต่วันที่นักเรียนธรรมดาๆเชวซีวอน
    จนมาเป็นซีวอนแห่งซูเปอร์จูเนียร์กันเถอะ

    เพื่อน - ซีวอน วันนี้พวกเราก็กำลังจะเป็นนักเรียนม.ปลายแล้วสินะ! เย่ เย่
    รอก่อนๆ อ่า....คุณเชวซีวอนครับ ความรู้สึกที่กำลังจะได้เป็นนักเรียนม.ปลายเป็นยังไงบ้างครับ?
    ซีวอน - อ่า ครับ มันช่างเป็นความปลื้มปิติอย่างสุดซึ้งครับ
    เพื่อน - เอ๋? แค่เนี๊ยะเหรอ?
    ซีวอน - ปลื้มปิติจริงๆครับ~ อ่า ปีนี้ฉันอายุ 17 แล้วเหรอเนี๊ยะ! อ่า เวลามันช่างผ่านไปเร็วจริงๆเนอะ?
    เพื่อน - ใช่ๆ แล้วพวกเราก็ทำได้เนอะ! อ่า นี่ ซีวอน จะว่าไปนายพูดมาตั้งแต่ ม.ต้นแล้วว่า
    อยากเป็นนักกีฬานี่นา แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็นซ้อมกีฬาเลย? นายน่ะไม่ลองเข้าชมรมกีฬาดูล่ะ
    ซีวอน - อ่า..กีฬาเหรอ..? ก็อยากเล่นนะแต่....พ่อฉันน่ะบอกว่าให้เตรียมตัวเรื่องไปเรียนต่อต่างประเทศ
    ฉันน่ะจะต้องไปเรียนต่อต่างประเทศน่ะ
    เพื่อน - อะไรนะ? เรียนต่อ?
    ซีวอน - อืม ดังนั้นนะ ก่อนที่ฉันจะไปเรียนต่อ ดูหน้าฉันไว้ให้พอใจนะ
    เพราะถ้าไปแล้วท่าทางจะไม่ได้กลับมาอีกหลายปี
    เพื่อน - อ่า เข้าใจแล้ว ฉันจะมองหน้าหล่อๆนี้ให้เต็มตา จะจ้องจนทะลุไปข้างนึงเลยนะ ไม่ต้องห่วง~~
    แล้วก็ วันนี้มีงานเปิดภาคเรียนก็จริงอ่ะนะ แต่พวกเราไปกินกัมจาทังกันดีกว่ามะ กินป่ะ กินป่ะ?
    ซีวอน - กินดิ~! นี่ นายจะเลี้ยงใช่มะ?
    เพื่อน - นี่ จะบ้าเหรอ? นายต่างหากล่ะที่จะต้องเลี้ยงน่ะ! ป่ะไปเร็ว
    ซีวอน - โธ่ อะไรเล่า! เดี๋ยวสิ รอด้วย!!

    SM - เอ่อ~~
    ซีวอน - ครับ? ผมเหรอ?
    SM - เป็นนักเรียนโรงเรียนนี้ใช่มั๊ยครับ?
    ซีวอน - ครับ ก็เพิ่งเป็นวันนี้นี่เองฮะ ว่าแต่มีอะไรเหรอฮะ?
    SM - นี่นามบัตรครับ เอ่อ ไม่คิดจะเป็นดาราบ้างเหรอครับ?
    ซีวอน - ครับ??

    นามบัตรใบหนึ่งที่ได้มาในวันเปิดภาคเรียน
    แต่เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเป็นดาราที่ผมเคยเพียงคิดเล่นๆบ้าง
    แม้จะอธิบายไม่ถุก แต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดี
    แต่ว่าหลังจากที่ได้ติดต่อไปยังผู้จัดการที่ให้นามบัตรผมมา
    ความรู้สึกที่อยากจะลองทำดูสักครั้งก้เริ่มจริงจังมากขึ้น

    ซีวอน - เอ่อ..พ่อครับ ผมมีเรื่องอยากจะคุยด้วย
    พ่อ - อะไรล่ะ ยังเตรียมตัวเรื่องเรียนต่อไม่พร้อมหรือไง?
    ซีวอน - ไม่ใช่ครับ คือ...ผมได้นามบัตรใบนี้มา เป็นนามบัตรจากบริษัทโมเดลลิ่งน่ะครับ
    แล้ว ผมอยากไปออดิชั่นดูสักครั้งน่ะครับ
    พ่อ - อะไรนะ? ก็รู้คำตอบของฉันดีไม่ใช่เหรอ? ไม่ได้!
    เราน่ะกำลังจะไปเรียนต่อไม่ใช่เหรอ แล้วนี่เอาเรื่องอะไรมาพูด!?
    ซีวอน - พ่อครับ....
    พ่อ - ไม่ได้!! ไม่ต้องพูดอะไรมากกว่านี้แล้ว! คำตอบคือไม่ได้!

    ตอนนั้น ผมก็รู้คำตอบของพ่อดีอยู่แล้ว
    โดยเฉพาะพ่อที่เข้มงวดกับผมมาตั้งแต่เด็กๆ สำหรับพ่อ
    ท่านอยากให้ผมมาสานต่องานของบริษัท การไปเรียนต่อต่างประเทศก็เพื่อการนี้เช่นกัน
    ในที่สุดผมก็เตรียมตัวเพื่อไปเรียนต่อตามที่เป็นมาเรื่อยๆ
    แม้ในใจจะรู้สึกวูบโหวงแปลกๆ
    แต่ที่ผมรู้คือ ผมทำให้พ่อผิดหวังไม่ได้
    แคนาดา 4 ปี ญี่ปุ่น 4 ปี แผนการเรียนต่อของผมก็เป็นไปตามนี้
    เตรียมพร้อมขนาดที่ซื้อตั๋วเครื่องบินไว้แล้ว เหลือเพียงกำหลดวันเดินทางที่แน่นอน

    ซีวอน - คุณอา มาตั้งแต่เมื่อไหร่ฮะ
    เพื่อนพ่อ - อ่า เป็นไงราบรื่นดีมั๊ย? เรื่องเตรียมตัวไปเรียนต่อน่ะ แล้วจะเดินทางเมื่อไหร่?
    จบ ม.ปลายแล้วไปเหรอ ? หรือว่าไง...
    ซีวอน - ไม่นะครับ อีกไม่นานก็ไปแล้วฮะ เดี๋ยวก็จะไปแคนาดาเลย
    พ่อ - มาแล้วไม่นั่งก่อนล่ะ ทำอะไรกันอยู่?
    เพื่อนพ่อ - ไม่เป็นไร แค่จะมาคุยกับซีวอนสักหน่อย...ว่าแต่
    จะให้ซีวอนไปเรียนต่อทั้งๆที่ยังไม่จบม.ปลายงั้นเหรอ? อย่างนี้ไม่ดีล่ะมั๊ง...
    พ่อ - อะไรนะ? หมายความว่ายังไง?

    คุณอาบอกว่า กรณีของผมถ้าไปเรียนต่อตอนนี้ ดูเหมือนจะเป็นปัญหา
    เพราะก่อนที่จะจบชั้นม.ปลาย ก็จะต้องกลับมาเกาหลีอีกครั้ง
    พอดีกับช่วงนั้นเรื่องการหนีวีซ่าเป็นโรบินฮูดเกิดขึ้นมากจนเป็นที่จับตา(didy:ทำให้มีการเข้มงวดเรื่อวีซ่ามากขึ้น)
    เพราะอย่างนี้ในที่สุดเรื่องการเรียนต่อของผมจึงถูกยืดเวลาออกไปอีก

    แต่สำหรับผม มันเป็นโอกาศทองอีกครั้ง

    ซีวอน - พ่อครับ ผมอยากลองทำดูจริงๆนะครับ
    พ่อจะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินผมก็ได้ แต่ผมจะขอพ่อต่อไปอย่างนี้ล่ะ
    พ่อ - เคยบอกแล้วใช่มั๊ยว่าอย่ามาพูดเรื่องนี้อีกเป็นครั้งที่ 2
    เรียนไป แล้วจบม.ปลาย แล้วก็ไปเรียนต่อ!
    ซีวอน - แต่ถ้าตอนนี้ไม่ได้ทำดู จะเสียใจทีหลังนะครับ!
    พ่อ - ไม่ได้!
    ซีวอน - ยังไงเรื่องไปเรียนต่อก็ต้องเลื่อนออกไปอยู่ดี...ขอโอกาศให้ผมเลือกสักครั้งเถอะครับ!
    สิ่งที่พ่ออยากให้ทำ ผมก็สัญญาว่าจะทำให้แน่นอนนะครับ
    พ่อ - ยังไงก็จะทำให้ได้ใช่มั๊ย?
    ซีวอน - ครับ ยังไงก็อยากลองทำดูสักครั้งครับ
    พ่อ - งั้นเหรอ ก็ดี งั้นสิ่งที่นายทำถือว่าเป็นความรับผิดชอบของนาย
    อย่าเอามาเกี่ยวข้องกับที่บ้านล่ะ แล้วถ้าคิดจะทำอะไรแล้ว ก็ต้องทำให้เต็มที่ เข้าใจมั๊ย?
    ซีวอน - ครับ
    พ่อ - ไม่ว่าสิ่งที่นายทำจะล้มเหลวกลางคัน ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่นายเลือก ไม่มีการเสียใจทีหลัง
    จะพูดอีกทีนะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นถือว่าเป็นความรับผิดชอบของนาย
    ซีวอน - ครับพ่อ ผมจะทำให้ดีที่สุด

    หลังจากขอร้องอยู่หลายต่อหลายครั้ง ในที่สุดพ่อก็ยอมอนุญาติมาอย่างยากลำบาก
    และผมก็สามารถผ่านการออดิชั่นเมื่อปี 2003 และเข้ามาเป็นเด้กฝึกหัด
    ทั้งกลัวเรื่องความรับผิดชอบที่พ่อพูดถึง
    เพราะพ่อก็ไม่ได้อนุญาติมาด้วยความเต็มใจ ยิ่งทำให้ความรับผิดชอบยิ่งใหญ่หลวงขึ้น
    ยิ่งเป็นอย่างนี้ยิ่งต้องฮึดสู้ ผมต้องทำให้ดีที่สุด

    จะต้องเป็นลูกชายที่พ่อยอมรับให้ได้
    จะต้องแสดงให้ท่านเห็นว่า สิ่งที่ผมเลือกนั้นไม่ผิด



    -------------------------------------------------

    Korean Text by BABY 동해COM♡ (gksmftlsql)
    Japanese Taxt by yume@ http://kr2jp.blog54.fc2.com/
    Thai Translation by didy@ LoveU Super Junior
    *Take out with full credit

    กางปีกสู่หนทางที่จะเป็นซูเปอร์จูเนียร์ ซีวอน]


    user posted imageuser posted image
    user posted imageuser posted image
    user posted imageuser posted image


    ความฝันที่เริ่มขึ้น เมื่อผมได้รับนามบัตรใบหนึ่งมาโดยบังเอิญในวันเปิดภาคเรียน
    ถึงแม้จะต้องตัดใจจากการจะไปเรียนต่อที่เตรียมตัวมานาน
    เพราะพ่ออยากให้ช่วยงานของบริษัท และตัวผมเองก็คิดว่ามันควรจะเป็นอย่างนั้น
    แต่ว่า เมื่อเรื่องเรียนต่อต้องมีอันต้องเลื่อนออกไป ความฝันที่จะเป็นดาราของผมก็ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง
    หลังจากการขอร้องที่ยาวนานพ่อก็ยอมอนุญาติ และผมก็ได้เข้าบริษัทโดยการออดิชั่น

    SM - ซีวอน เราน่ะเข้ามาได้นานเท่าไหร่แล้วนะ
    ซีวอน - ก็ได้ปีนึงแล้วนะครับ
    SM - อ่า ผ่านมาขนาดนั้นแล้วเหรอเนี๊ยะ อืม นายเองก็ดูเก่งขึ้นมากทั้งเรื่องเต้นและร้องเพลง
    นายรู้รึเปล่า เดี๋ยวนี้ถ้าจะเตรียมตัวเดบิวน่ะ มันไม่ใช่แค่เพื่อเวทีเกาหลี มันรวมถึงการไปยืน
    บนเวทีของประเทศต่างๆในเอเชียด้วย
    ซีวอน - อ่า ครับ
    SM - ก็เลยคิดว่า เดี๋ยวคราวนี้จะส่งนายไปเรียนภาษาที่จีนดีมั๊ย?
    ซีวอน - ประเทศจีนเหรอฮะ?
    SM - ไปที่จีนแล้วก็เรียนภาษา ไปเรียนรู้วัฒนธรรม เข้าใจมั๊ย?
    เดี๋ยวถ้าจัดการเอกสารเรียบร้อยแล้วก็จะให้ไปเลย ยังไงเตรียมตัวไว้ด้วยล่ะ

    หลังจากเข้าบริษัทมาได้ 1 ปี
    ผมก็ถูกส่งไปเรียนภาษาที่จีน

    คนจีน - หนีห่าว
    ซีวอน - ครับ?
    คนจีน - %^$$^#
    ซีวอน - เอ่อ..เอ่...ผมไม่รู้ภาษาจีนฮะ...อ่า อะไรเนี๊ยะ...
    คนจีน - %^$$^#

    ผมที่ถูกปล่อยเกาะไว้คนเดียวที่ประเทศจีน ผมไม่รู้จริงๆว่าจะทำยังไงดี
    ตรงหน้ามีผู้คนมากมายก็จริง
    แต่ทุกคนเป็นคนจีนที่ผมไม่สามารถสื่อสารได้เลย
    ผมเป็นคนเกาหลีคนหนึ่งที่ไม่รู้แม้กระทั่งตัวอักษรจีนสักตัว

    คนจีน - %^$&$^#
    ซีวอน ห๊า? ว่าอะไรนะฮะ
    คนจีน - %^$&$^#%^$&$^#
    ซีวอน - %^$&$^#...อ่า ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร!

    ในต่างแดนที่ไม่มีแม้เพื่อนสักคนเดียว
    กว่าผมจะเริ่มคุ้นเคยกันสำเนียงภาษาและแยกแยะคำได้ ก็กินเวลากว่า 1 เดือน
    แต่พอลองมาคิดดู เพราะว่ายังไงก็ตเองอยู่รอดให้ได้
    จึงจะต้องพยายามเรียนรู้ภาษาจีนอย่างสุดกำลังเท่าที่จะทำได้
    ตราบเท่าที่ยังมีชีวิตอยู่ ยังไงก็ต้องกินข้าว
    อยากรู้ว่าร้านอาหารอยู่ไหน ก็จำเป็นต้องถาม
    ถ้าคิดจะหาที่พัก ก็จำเป็นจะต้องถามว่าจะต้องไปทางไหน
    ผมก็ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น 6 เดือน แล้วจึงได้กลับมาเกาหลี

    -ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง-
    ซีวอน ใครครับ? เอ๋? คุณอา?
    เพื่อนพ่อ อ่าซีวอนเหรอ ได้ยินว่าเราไปเมืองจีนมาเหรอ?
    ซีวอน ครับ กลับมาปลอดภัยดีฮะ คุณพ่ออยู่ที่ห้องน่ะครับ
    เพื่อนพ่อ อ่า แล้วก็ ซีวอน เราน่ะยังทำนั่นอยู่เหรอ? ทำไมถึงคิดจะเป็นดาราล่ะ?
    ทั้งๆที่เรียนรู้งานของบริษัทแล้วทำตามที่พ่อบอกก็ดีแล้วแม้ๆ
    แล้วตอนนี้แค่เตรียมตัวน่ะ ปีที่เท่าไหร่แล้ว
    ซีวอน ไม่นะฮะ ก็ยังมีเรื่องที่จะต้องเรียนรู้อรกตั้งเยอะ...
    เพื่อนพ่อ - ก็เพราะอย่างนั้นน่ะสิ เรียนไปแล้วจะทำได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วยังเป็นงานที่ไม่สมกับเป็นลูกผู้ชาย
    พ่อเราน่ะอาจจะไม่พูดก็จริงแต่ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้หรอก...

    ทุกๆครั้งที่ได้ยินคำพูแบบนี้
    ผมมักจะกำหมัดแน่นจนเล็กจิกผ่ามือจนเจ็บเป็นรอยเพื่อข่มความขมขื่นไว้
    แต่ว่าคำพูดเหล่านั้นยิ่งกลับกลายเป็นแรงกระตุ้นให้ผมพยายามยิ่งขึ้น

    หลังจากนั้นไม่กี่วัน ผมก็ได้รับงานละครชิ้นแรก
    ผมได้รับบทตอนเด็กของ ลีซูยง ในละครเรื่อง [18 29]
    แม้จะไม่ได้เป็นบทที่เด่นอะไรนัก แต่ก็มีคนให้ความสนใจ
    และรายได้ก้อนแรกของผมก็มาจากละครเรื่องนี้
    ซีวอน นี่อะไรเนี๊ยะ? เงินในบัญชีนี่มันอะไร?
    หรือว่านี่จะเป็นเงินค่าตัวที่เล่นละครสินะ? งั้นนี่ก็เป็นรายได้ก้อนแรกของผมสินะ...
    แม้จะไม่ใช่เงินจำนวนมาก แต่ก็เป็นเงินก้อนแรกที่เข้ามาในบัญชี
    คืนนั้นผมเปิดดูหน้าสมึดบัญชีหน้านั้นไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
    มันช่างเหมือนกับความฝัน
    แล้วหลังจากนั้ยผมกลับเป็นทุกข์กับการคิดว่าจะใช้เงินก้อนนี้อย่างไรดี

    พ่อ ซีวอน พ่อได้ยินมาจากท่านบาทหลวง
    ซีวอน อะไรครับ?
    พ่อ ท่านว่า เราน่ะเอาเงินก้อนแรกไปบริจาคให้โบสถ์
    ซีวอน อ่า ครับ...พ่อได้ยินมาเหรอฮะ?
    พ่อ อืม วันนี้พ่อภูมิใจในตัวลูกมาก
    ซีวอน ครับพ่อ......
    พ่อ อืม จากนี้ไปก็ขอให้รับผิดชอบในหน้าที่ และพยายามให้มากขึ้น เข้าใจมั๊ย?

    จนมาถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่สามารถลืมความประทับใจในวันนั้นได้
    คำว่าภูมิใจจากพ่อที่ปากหนักชมคนยากมาแต่ไหนแต่ไร

    เวลาที่ผ่านมาจนถึงวันนี้
    จะว่าสั้นก็สั้น จะว่ายาวก็ยาว
    แต่สิ่งที่ผมรู้ก็คือ
    ระยะทางที่เรากำลังจะเดินไปนั้น
    มันยาวกว่าระยะทางที่เราเดินมามากมายเหลือเกิน

    จากนี้ไป เพื่อจะให้พ่อภูมิใจในตัวผมมากขึ้น
    เพื่อไม่ให้แฟนๆที่เฝ้าดูผมผิดหวัง
    ในวันนี้ผมจะก้าวไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง

    ผมซูเปอร์จูเนียร์ ซีวอน


    -------------------------------------------------

    Korean Text by BABY 동해COM♡ (gksmftlsql)
    Japanese Taxt by yume@ http://kr2jp.blog54.fc2.com/
    Thai Translation by didy@ LoveU Super Junior
    *Take out with full credit

    http://super-junior05.spaces.live.com/

    E.L.F ยังไม่จบง่ายๆ พวกเราต้องการแค่ 13 (Only 13)



    แฟนคลับ Super Junior หรือที่เรียกกันว่า E.L.F จำนวนกว่า 700 คน ปักหลักอยู่หน้าสำนักงาน SM Entertainment ในย่านอับกูจอง กรุงโซล โดยเสนอข้อเรียกร้องให้ SM Entertainment ต้องไม่ทำการเพิ่มสมาชิกเข้าไปในวงนอกจาก 13 คนเท่านั้น รวมไปถึงกลุ่มที่จะเกิดขึ้นใหม่อย่าง Super Junior China ด้วย

    E.L.F มีข้อเรียกร้องทั้งหมด 4 ข้อประกอบไปด้วย

    1. ให้ SM Entertainment ยกเลิกโปรเจค Super Junior China
    2. ให้ SM Entertainment ประกาศอย่างเป็นทางการว่าบริษัทจะไม่ทำการเพิ่มหรือลดสมาชิกในวง Super Junior อีกนับแต่จากนี้ไป
    3. ให้ SM Entertainment ขอโทษแฟนๆ Super Junior และสาธารณะที่ประกาศว่า Super Junior เป็นแค่กลุ่มโปรเจคศิลปินเท่านั้น
    4. ให้ SM Entertainment ขอโทษ E.L.F ที่ทำให้สถาณการณ์ตรึงเครียด

    "เราจะหยุดได้ก็ต่อเมื่อพวกคุณทำตามข้อเรียกร้องของเรา" แฟนๆย้ำ

    ที่มา : PINGBOOK ENTERTAINMENT - http://www.pingbook.com - หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย

    ชเวชีวอน (Super Junior) กับบทนักศึกษาในภาพยนตร์เรื่องใหม่

    ชเวชีวอน (Choi Si Won) หนึ่งในสมาชิกวง Super Junior เตรียมรับงานแสดงภาพยนตร์อีกชิ้นนึง หลังจากเขาเคยผ่านงานภาพยนตร์และละครมาแล้ว โดยในเรื่องนี้มีชื่อว่า Hello School Girl ซึ่งมีกำหนดฉายภายในปี 2008 นี้

    ชีวอนจะรับบทเป็นนักเรียนที่พึ่งจบการศึกษามาสดๆร้อนๆ แต่เขาดันไปตกหลุมรักกับสาววัยทำงานสิงห์อมควัน ซึ่งรับบทโดย แชจองอัน (Chae Jeong An) ซึ่งผลงานเรื่องล่าสุดของเธอคือบทบาทในนางรองจากเรื่อง Coffee Prince นั้นเอง สำหรับรายละเอียดอื่นๆ นั้นจะเปิดเผยให้ทราบต่อไป


    แชจองอัน (Chae Jung Ahn)

    ที่มา : PINGBOOK ENTERTAINMENT - http://www.pingbook.com - หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย
    January 25

    SJ Super Concert

    Super Junior 1st Asia Tour Concert Schedule (not fixed-still negotiating with local companies)

    ในที่สุดก็มาไทยเป็นที่แรกที่พูดกันไว้รักเอสเจที่ซู้ดดดดเลยพูดจิงทำจิงบอกกันว่าจมาไทยเป็นที่แรกก็มาจิง ๆ อย่างนี้ไม่พลาดแน่นอนเก็บเงินกันโดยด่วยเลยเพื่อย ๆ เพราะว่ามันใกล้หละถ้ามาสงกานต์ก็คงได้เล่นน้ำด้วย5555+

    1. Bangkok, Thailand -- April 2008 (Impact Arena)

    2. Kuala Lumpur, Malaysia -- May 2008 (World Expo Arena)

    3. Singapore -- May 2008 (Singapore Indoor Stadium)

    4. Taipei, Taiwan -- August 2008 (Taipei Arena)

    5. Beijing, China -- August 2008 (venue unknown)

    6. Shanghai, China -- September 2008 (Shanghai Dae Stage)

    7. Hong Kong -- October 2008 (venue unknown)

    creditsoompi.com

    credit:wrorange@multiply

    credit:http://super-junior05.spaces.live.com/

    กรุณานำออกไปทั้งหมด

     

    [SJ] Who is the stingiest among the members., ใครงกที่สุดในซุเปอร์จูเนียร์

    Shindong:อึนฮยอค ครับ เอ๊ะ หรือเยซอง อืม...อึนฮยอคเขาจะไม่ค่อยซื้ออะไรเลย แต่เยซองนี่ ถ้าจะซื้ออะไรสักอย่างก็จะคิดแล้วคิดอีก

    Teukkie:เห็นด้วยครับ ไม่ค่อยเห็นเขาใช้เงินสักแดงมา 6 ปีแล้วครับ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    Ryowook: พี่ซองมินเลยครับ เขาค่อนข้างจะประหยัด มัธยัสถ์อดทนกันเลยทีเดียว

    Kibum: ซีวอนเลยครับ เขาเป็นคนเดียวที่มีครบทุกอย่างเลย (ก็เขามีอยู่แล้วไงเลยไม่ต้องซื้อใช้อีกหรอ 5555555555555)

    Sungmin: อึนฮยอคครับเขาไม่เคยจ่ายอะไร จริงๆนะ

    Eunhyuk: ผมเองแหละครับ แหะๆ ไม่มีอะไรพิเศษหรอกครับ แค่ไม่ชอบใช้เงินก็เท่านั้นเองอะ

    Dong hae: เยซองเลยครับ เพราะทุกครั้งที่ผมจะยืมเงินเขานะ เขาจะแกล้งผมแล้วสุดท้ายก็บอกว่าไม่มีทุกทีเลย

    Siwon: อึนฮยอคครับเขาไม่เคยพกเงินเกิน 500 หยวนเลยนะ

    Yesung: คังอินเลยครับ หายากมากเลยที่เขาจะจ่ายอะไรให้ใคร (อ้าวๆๆ ระวังโดนหมีตะปบเอานะ 55555555)

    Hankyung: อ่า ผมว่าไม่มีนะที่ งก อะครับ หรือว่าผมไม่เคยสักเกตุนะ ? (โฮะ ป๋าแสนดีมากๆ กรี๊ดกร๊าดดดด)

    CREDIT : SM-THAI.NET
    FROM : TBK

    www.sm-thai.net

    ป๋าฮันและจางรีอินจะได้ร้องเพลงโอลิมปิกร่วมกับศิลปินจีนคนอื่นๆ

    เราว่าหลายก็คงรู้กันแล้วแล้วก็น่าจะเคยฟังเพลงกันแล้วด้วยเรายังไม่ได้อัพไฟล์เพลงนี้อะไงใครอยากได้ก็บอกหละกัน
     
    SuJu Hankyung & Jang Ri In, “hand in hand” with other Chinese stars

    SM Entertainment’s Chinese singers Hankyung, who is a member of Super Junior, and Jang Ri In will be participating in the 2008 Beijing Olympic D-200 event, which will be held on January 21 at the Beijing Olympics basketball stadium. The said event will commemorate the 200 days before the opening of the 2008 Beijing Olympics on August 8, 2008.

    The two will join other big Chinese stars like Andy Lau, Jay Chou, Sun Nan, Emil Chau in singing the 1988 Seoul Olympics theme song “Hand in Hand,” which was originally sung by Koreana, in Chinese, Korean and English. Jang Ri In is also set to sing a new song entitled “One More Try,” which was made by hitmaker Yoo Young Jin.

    The event will be broadcast on February 5 by CCTV.

    ซุปเปอร์จูเนียร์ฮันเกิงและจางรีอินจะร่วมร้องเพลง " hand in hand กับศิลปินชาวจีนคนอื่นๆ

       ฮันเกิงศิลปินชาวจีนในสังกัด sm entertainment ผู้ซึ่งเป็นสมาชิกของsuper junior และจางรีอินจะร่วมในงานนับถอยหลัง 200 วันสู่ปักกิ่งโอลิมปิก2008 ซึ่งงานนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 21 มกราคม ที่โอลิมปิกบาสเกตบอลสเตเดี้ยมที่ปักกิ่ง  ผู้จัดกล่าวว่างานนี้จะเป็นการนับถอยหลัง 200 วันก่อนเข้าสู่ปักกิ่งโอลิมปิก 2008 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 สิงหาคม 2008

       ทั้ง 2 คนจะร่วมกับศิลปินชื่อดังชาวจีนคนอื่นๆ อาทิเช่น หลิวเต๋อหัว,เจย์โจว,ซุนหนาน,อีมิล เชา จะร่วมร้องเพลง"Hand in hand"ที่ใช้ในงานโอลิมปิกที่โซลในปี 1988 ต้นฉบับร้องโดย koreana ซึ่งจะร้องในภาษาอังกฤษ,จีน,เกาหลี อีกทั้งจางรีอินได้ถูกวางตัวให้ร่วมร้องในเพลงใหม่ที่มีชื่อว่า " one more try " ซึ่งแต่งโดยยูยองจิน ผู้เขียนเพลงฮิตมากมาย


    Source: Newsen + http://krnloop.wordpress.com/
    Translate to english: kaylah @ soompi
    Translate to Thai: sNoWfLaKeS @ sawasdeesuju.com

    clipคอนเอสเจเก่า ๆ

    มะได้อัพไฟล์มานานม๊ากกกกกมัวแต่ไปเล่นhi5 วันนี้มาอัพไฟล์คอนเก่า ๆ ไว้ดูกันดีกว่าแต่เราคงเอาลงไม่หมดหรอกนะใครอยากได้คอนไหนก็บอกกันได้นะเราจะหาแล้วเอามาลงให้
    ช่วงนี้เอสเจซ้อมกันเลยไม่ได้ไปออกคอนเท่าไหร่ก็เลยไม่มีไฟล์ให้ดูมีแต่ที่เป็นรายการไฟล์มันใหญ่ก็เลยขี้เกียจ555+เอาดูกันได้ว่ามีคอนอะไรกํนบ้าง
    ไฟล์บางไฟล์มันอาจจะไม่ค่อยชัดนะเพราะมันเก่าแล้วอะเราหามาดูเก็บไว้นานหละส่วนเก่า ๆ เราก็ลบทิ้งจากเครื่องไปบ้างแล้วด้วย
     
    January 24

    ชินดงจะไปแสดงละครโทรทัศน์



    ShinDong will be act in a new drama

    The news said that ShinDong will be act in KBS drama "싱글파파는 열애중" (single papa's passionate love). His character is an orphan who is in the same orphanage with Oh Ji Ho's character. His character is simple, a litte stupid but very honest and full of love.

    The drama will be aired in February, on Monday and Tuesday everyweek on KBS2TV

    The news also said that although ShinDong is busy with Suju's activities and upcoming concert now but he was still chosen for that character in the drama

    ชินดงจะไปแสดงละครโทรทัศน์

        ตามข่าวได้บอกไว้ว่า ชินดงจะไปแสดงละครเรื่อง "싱글파파는 열애중" (single papa's passionate love) หรือ ความรักอันเร่าร้อนของพ่อหม้ายหนุ่มโสด(แปลเป็นไทยแล้วทำไมมันแอบแปลกๆนะ single papa คือ พ่อที่เลี้ยงลูกเองเพียงลำพังนะคะ เรียกว่าพ่อหม้ายหนุ่มโสดก็คงไม่ผิดความหมายมั้งนะ) โดยชินดงจะรับบทเป็นเด็กกำพร้าที่อยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเดียวกับตัวละครของโอจิโฮ ซึ่งบทของชินดงนั้นจะค่อนข้างสบายๆง่ายๆ ออกจะโง่นิดๆ แต่เป็นคนที่ซื่อสัตย์และเต็มไปด้วยความรัก
       
       ละครเรื่องนี้จะออนแอร์ในเดือนกุมภาพันธ์ ทุกวันจันทร์-อังคารทางช่อง KBD2TV ในข่าวยังกล่าวอีกว่าแม้ว่าตัวชินดงเองจะมีงานยุ่งมากทั้งเรื่องกิจกรรมต่างในซุปเปอร์ จูเนียร์และคอนเสิร์ตที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่เค้าก็ยังได้รับเลือกให้แสดงละครเรื่องนี้


       ดีใจด้วยนะที่จะได้แสดงละคร แต่แอบหวั่นใจว่า ชินดงจะซ้อมคอนได้เต็มที่หรือเปล่านะ ยังไงก็เอาใจช่วยนะจ๊ะ ละครออนแอร์เมื่อไร มั่นใจได้ว่าจะมีสาวบ้านนี้คนนึงติดตามตลอดแน่ๆ ใช่มั้ยจ๊ะเก๋ อิอิ

    credit: bestiz
    Translate to English: evanesco @ soompi
    Translate to Thai   : sNoWfLaKeS @ sawasdeesuju.com
    http://super-junior05.spaces.live.com/
    เอาออกไปกรุณาใส่เครดิตให้ครบด้วยนะคะ

    ผังคอนThe 1st ASIA TOUR - Super Show



    ผังคอนของเกาหลี แสดงวันที่ 23-24ก.พ.2551 ค่ะ

    Credit - http://superjunior.iple.com

    08/01/08 Leeteuk's Cyworld Coverpage

    Title:
    ...달려라 트기!!!!!...
    ...Let’s Run Teuki!!!!!...

    Msg:



    -ANGEL-

    ..Nothing Better...

    ~KISS THE RADIO~

    ~LOVE FIGHTER~

    ~인체탐험대~

    완전 사랑해주세요^^

    난 오타대마왕 이제 내 언어를 이해주삼~~~

    [translated]
    -ANGEL-

    นางฟ้า

    ..Nothing Better...

    ไม่มีอะไรดีขึ้น

    ~KISS THE RADIO~

    คิสเดอะเรดิโอ

    ~LOVE FIGHTER~

    เลิฟ  ไฟท์เทอะ
    ~Human Expedition Team~

    ฮิวแมน เอ็กซ์สพิดิชั่น ทีม

    Please Give Your Full Support^^

    ขอให้คุณสนับสนุนผมอย่างเต็มที่ (น่าจะประมาณนี้นะ )

    I am typo devil king please understand my word now~~~

    ชั้นเป็นปีศาจแห่งการพิมพ์ผิด โปรดเข้าใจคำพูดของชั้นด้วยนะ





    From: LeeTeuk's CY
    Credit: BLG+sapphire-sg.org
    Translated in English by: yukiaries@sapphire-sg.org
    Translated in Thai by: maprang@sawasdeesuju.com

    เราถูดึงให้มาช่วยแปลอ่ะ
    ถ้าเราแปลผิดคำไหนก็ขอโทษด้วยนะค่ะ

    KANGTEUK @ ร้านอาหาร ถึง ซูคิระ, เขินนนนนนน

    มีแฟนคลับคนนึงได้ยินคังอินโทรศัพท์ที่ร้านอาหาร
    ก่อนที่อีทึกจะกลับมาทำงานที่ Kiss the radio ฉันเจอคังอินที่ร้านอาหารใกล้ๆซินชอน และได้ยินเขาโทรศัพท์ ตอนนั้นฉันทำงานพาร์ทไทม์อยู่ที่ร้านอาหารนั้น คังอินเข้ามาที่ร้านหลังจากเลยเวลาอาหารกลางวันไปแล้ว เขากำลังโทรหาใครสักคนอยู่ แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่สามารถติดต่อคนที่กำลังโทรหาได้เลย จนกระทั่งเขากดโทรศัพท์เป็นครั้งที่ 5
    คังอินตะโกนว่า "ทำไมพี่ไม่รับโทรศัพท์? พี่อยากทำให้ผมเป็นบ้ารึไง?"
    จากนั้น น้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนไป "อา ขอโทษครับ พี่ ผมโกรธเพราะว่าพี่ไม่สนใจจะรับโทรศัพท์ผม.....ผมรู้... ขอโทษนะ...พี่โกรธรึเปล่า?..โกรธไหม??"
    แล้วคังอินก็ยิ้มออกมา ผู้จัดการที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาดูจะสนุกมากทีเดียว
    หลังจากนั้นคังอินก็พูดว่า "กำลังกินครับ.... พี่นอนหลับดีไหม? ผมบอกแล้วไงว่าให้พักผ่อนให้มากกว่านี้...ทำไมไม่ไม่ฟังผม?...พี่ผอมมากเลยนะ..."
    แล้วพวกเขาก็คุยกันเสียงเบาๆ อยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดคังอินก็เอ่ยว่า "พี่อีทึก ผมอยากให้พี่กลับมาที่หอพักของเราเร็วๆจัง ผมคิดถึงพี่จริงๆ...."

    Chinese translation : 十三姨@kangteuk.com.cn
    and also popcornfor2 ,FirsTspEciaL.loveusj.ipbfree.com
    ^^Kae^^@sawasdeesuju.com